เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

บริษัทญี่ปุ่นมอง “จีน” น่าลงทุนน้อยลง แต่ถอนตัวยังไม่ง่าย

06 ส.ค. 2567 | 16:26น.
ย่านศูนย์กลางธุรกิจหรือ cbd (central business district) ของปักกิ่ง

ผลสำรวจของเทโคกุ ดาต้าแบงก์ เผยว่าบริษัทญี่ปุ่นมีแนวโน้มทำธุรกิจในจีนน้อยลง ทั้งจากค่าแรงที่สูงขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน และพฤติกรรมของทางการที่คาดเดาได้ยากขึ้น กระนั้นการถอนตัวออกจากจีนกลับมีการควบคุมที่เข้มงวด

วันที่ 6 สิงหาคม 2024 นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานผลสำรวจของบริษัทวิจัยเทโคกุ ดาต้าแบงก์ (Teikoku Databank) พบว่าบริษัทญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะดำเนินกิจการในจีนน้อยลง เนื่องด้วยความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน กฎหมายต่อต้านการจารกรรม และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น 

จากรายงานล่าสุดของเทโคกุ ดาต้าแบงก์ บริษัทวิจัยซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว พบว่า ณ เดือนมิถุนายน 2024 มีบริษัทญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจในจีนทั้งหมด 13,034 แห่ง น้อยกว่าจำนวนสูงสุดที่เคยได้สำรวจไว้ในปี 2012 อยู่ 9.4%

จำนวนบริษัทมีแนวโน้มลดลงมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2016 แต่ในการสำรวจปีนี้ พบว่ามีจำนวนบริษัทเพิ่มขึ้น 328 แห่ง เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งล่าสุดในปี 2022

แม้จะมีการเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ผู้เขียนรายงานของเทโคกุระบุว่า ธุรกิจญี่ปุ่นกำลังลดความสนใจที่จะตั้งกิจการในจีน 

ไดสุเกะ อิจิมะ (Daisuke Iijima) นักวิจัยจากเทโคกุ ดาต้าแบงก์กล่าวว่า “มีแนวโน้มว่าความต้องการของบริษัทต่าง ๆ ที่จะดำเนินธุรกิจในจีนจะลดลงมากกว่าที่ข้อมูลแสดง” 

อิจิมะกล่าวเสริมว่า ต้นทุนแรงงานที่ต่ำ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยดึงดูดบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากให้ไปลงทุนที่จีน ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ความตึงเครียดของจีนกับสหรัฐได้เพิ่มความเสี่ยงให้กับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอีกด้วย 

“บริษัทจำนวนมากมองว่ามีความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ หากวางสถานะจีนเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทาน และต่างพากันผนวกรวมบริษัทย่อยในท้องถิ่น (จีน) หรือย้ายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน”

ตามรายงานของเทโคกุ ระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นในจีนส่วนใหญ่ ซึ่งมากถึง 39% อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต และบริษัทเหล่านั้นต่างเกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าที่สหรัฐกีดกันหากผลิตในจีน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังระบุด้วยว่าบริษัทญี่ปุ่นมองว่าจีนมีพฤติกรรมที่คาดเดายากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากในปี 2023 ทางการจีนจับกุมพนักงานชาวญี่ปุ่นของแอสเทลลัส ฟาร์มา (Astellas Pharma) ด้วยข้อหาจารกรรม ซึ่งทำให้บริษัทต่างชาติจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับระบบกฎหมายที่ไม่โปร่งใสของจีน 

อิจิมะกล่าวว่าผลสำรวจไม่สามารถสะท้อนทัศนคติที่เสื่อมถอยลงให้เห็นได้อย่างเต็มที่ เพราะจีนมีกระบวนการปิดสำนักงานหรือโรงงานของบริษัทต่างชาติที่เข้มงวด ทำให้บริษัทเหล่านั้น ถอนกิจการออกจากประเทศได้ยากลำบาก

สอดคล้องกับรายงานของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) ที่ได้ทำการสำรวจบริษัทญี่ปุ่นมากกว่า 500 แห่ง ว่าประเทศใดเหมาะแก่การทำธุรกิจไปอีกสามปีข้างหน้า พบว่า จีนตกมาอยู่อันดับ 3 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำสุดในรอบสิบปี และเวียดนามขึ้นมาอยู่อันดับ 2 เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มการสำรวจในปี 1989

อย่างไรก็ตาม จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของโลกและยังคงเป็นตลาดที่น่าดึงดูดสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจ 

ความรักที่ประเทศนี้มีต่ออาหารญี่ปุ่นกำลังสร้างกำลังใจให้แก่เจ้าของร้านอาหาร รวมถึง โทริดอลล์ โฮลดิ้งส์ (Toridoll Holdings) เจ้าของแบรนด์ร้านอาหารเนื้อย่าง นิคุ โนะ ยามะ กิว (Niku no Yama Gyu) ซึ่งกำลังเปิดสาขาแรกในจีน ที่นครเซี่ยงไฮ้ในช่วงฤดูร้อนนี้ 

อุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุก็เป็นโอกาสที่น่าจับตา เนื่องจากจีนมีประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น เมื่อเดือนมีนาคม บริษัทให้เช่าและขายอุปกรณ์ดูแลพยาบาลในญี่ปุ่น ยามาชิตะ (Yamashita) ได้จัดตั้งบริษัทในเซี่ยงไฮ้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในเซี่ยงไฮ้ 

อาราตะ นากาอิ (Arata Nagai) ผู้นำยามาชิตะในจีนกล่าวว่า “สถานการณ์ทางการเมืองของจีนมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยง แต่เราก็เห็นโอกาสในประชากรผู้สูงอายุ 200 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรญี่ปุ่นทั้งประเทศ”

อิจิมะ จากเทโคกุ ดาต้าแบงก์ มองว่า การอพยพออกจากจีนครั้งใหญ่ของธุรกิจญี่ปุ่นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ “บริษัทญี่ปุ่นกำลังหาวิธีสร้างระยะห่างจากประเทศจีนโดยไม่ยั่วยุรัฐบาลท้องถิ่น แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่การมีอยู่ของพวกเขาจะลดลงอย่างมาก”