Skip to content

“คาลบี้” ลุยลงทุนสตาร์ตอัพ AI

08 ส.ค. 2567 | 13:48น.
“คาลบี้” ลุยลงทุนสตาร์ตอัพ AI
คอลัมน์ : Market Move

การแข่งขันในตลาดขนมขบเคี้ยว อาจจะกำลังดุเดือดขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคอาจได้ตื่นตาตื่นใจกับขนมสูตรใหม่ ๆ ที่จะออกสู่ตลาดบ่อยขึ้นกว่าเดิม หลังหนึ่งในยักษ์ขนมขบเคี้ยวสัญชาติญี่ปุ่นเตรียมนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ

คาลบี้ (Calbee) ผู้ผลิตขนมรายใหญ่ของญี่ปุ่น เจ้าของสินค้าชื่อคุ้นหูอย่างแจ็กซ์, คาลบี้ เอบิเซน และอื่น ๆ เตรียมยกระดับธุรกิจขนมขบเคี้ยวไปอีกขั้นด้วยการดึง AI หรือปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาเสริมแกร่งให้กับธุรกิจ หวังชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า คาลบี้จับมือกับ Pegasus Tech Ventures หรือ Pegasus บริษัทด้านการลงทุนที่ให้บริการจับคู่-สร้างความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างบริษัทใหญ่กับสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยี หวังใช้เป็นสะพานเชื่อมเข้าไปลงทุนในสตาร์ตอัพสัญชาติสหรัฐด้าน AI และเทคโนโลยีอาหาร เพื่อต่อยอดพัฒนาขนมที่เป็นมิตรกับสุขภาพมากขึ้น รวมถึงอัพเกรดไลน์การผลิตเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น ไปจนถึงพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ

โดยโฆษกของคาลบี้กล่าวถึงความร่วมมือนี้ว่า บริษัทมั่นใจว่า AI เป็นตัวสร้างความเปลี่ยนแปลงสำคัญไม่เฉพาะกับธุรกิจขนมของคาลบี้ แต่ยังรวมไปถึงอุตสาหกรรมอาหารด้วย เห็นได้จากปัจจุบันบริษัทนำ AI มาใช้ทั้งในกระบวนการผลิต การทำตลาด รวมไปถึงงานธุรกรรมในออฟฟิศ และหลังจากนี้บริษัทจะยกระดับธุรกิจให้ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Pegasus และบริษัทสตาร์ตอัพที่เราจะเข้าไปลงทุน

แม้คาลบี้จะไม่เปิดเผยจำนวนสตาร์ตอัพที่บริษัทสนใจจะเข้าไปลงทุน และมูลค่าเม็ดเงินลงทุนผ่านความร่วมมือครั้งนี้ โดยระบุเพียงว่า ความเชี่ยวชาญของ Pegasus ด้านการบริหารจัดการเงินลงทุนและเครือข่ายพันธมิตร ทำให้ความร่วมมือนี้เป็นโซลูชั่นที่จะช่วยให้บริษัทเข้าถึงเทคโนโลยีที่ต้องการได้เร็วกว่าการลงทุนในสตาร์ตอัพด้วยตัวเอง

แต่ “อานิส อุซซามาน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ Pegasus Tech Ventures ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายการใช้งาน AI ของยักษ์ขนมสัญชาติญี่ปุ่นไว้ว่า คาลบี้อยู่ระหว่างหาทางนำ AI เข้ามาปรับปรุงกระบวนการผลิตมันฝรั่งแผ่นทอด รวมไปถึงการใช้ AI ช่วยพัฒนาสูตรมันฝรั่งแผ่นทอดแบบใหม่ ๆ ด้วย

เนื่องจาก AI สามารถย่นระยะเวลาที่ใช้สำหรับวิจัย-พัฒนาสินค้าให้สั้นลงได้ และช่วยให้สามารถส่งสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ด้วยการจำลองขั้นตอนการทดลองสินค้าที่เดิมต้องใช้การทดลองในมนุษย์ซึ่งกินระยะเวลานาน รวมถึงช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นรสชาติที่ชอบ โดยดูจากวัฒนธรรมการทานอาหารในตลาดนั้น ๆ เพื่อนำมาปรับคุณสมบัติต่าง ๆ อาทิ ความหนาของแผ่นมันฝรั่ง ความกรอบ ความเค็ม ปริมาณเครื่องเทศ ฯลฯ ให้เหมาะกับรสนิยมของลูกค้าแต่ละตลาดแบบเทเลอร์เมด

นอกจากรสชาติและรสสัมผัสแล้ว คาลบี้ยังพยายามนำ AI มาช่วยพัฒนาวัสดุทำแพ็กเกจจิ้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ในขณะที่ยังสามารถคงคุณภาพความกรอบและรสชาติของมันฝรั่งได้ยาวนานขึ้น

และไม่เพียงการลงทุนในสตาร์ตอัพด้าน AI แต่คาลบี้ยังมองหาโอกาสลงทุนในสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีอาหารทางเลือก เช่น แพลนต์เบสหรือสินค้าอาหารจากพืช และสินค้าอาหารจากแมลง ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ที่เริ่มมาแรงในบางตลาดของภูมิภาคเอเชีย รวมถึงยังมองหาสตาร์ตอัพที่จะมาช่วยพัฒนาสินค้าอย่างขนมขบเคี้ยวที่เป็นมิตรกับสุขภาพ สำหรับตอบโจทย์ฐานผู้บริโภคที่อายุมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามสภาพสังคมสูงวัยในญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของคาลบี้ในความร่วมมือนี้ไม่จำกัดเพียงการลงทุนเม็ดเงินเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีของสตาร์ตอัพ แต่ยังต้องการช่วยสตาร์ตอัพเหล่านี้รุกเข้าสู่ตลาดเอเชียด้วย

โดยภายใต้การลงทุนของคาลบี้ สตาร์ตอัพจะสามารถเข้าถึงเครือข่ายกระจายสินค้าซึ่งครอบคลุมทั้งญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียได้ รวมถึงยักษ์ขนมขบเคี้ยวจะยังช่วยทำกระบวนการโลคอลไลเซชั่นอย่างการแปลเอกสาร-ข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นภาษาท้องถิ่น และปรับแต่งสินค้าของสตาร์ตอัพให้เหมาะกับตลาดเอเชียด้วย

หากความพยายามนำ AI มาใช้ของคาลบี้ ประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ น่าจะทั้งสร้างสีสันและความน่าตื่นเต้นให้กับวงการขนมขบเคี้ยวของทั้งญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเอเชีย ด้วยขนมสูตรใหม่ ๆ ที่จะเปิดตัวออกมาบ่อยยิ่งขึ้น เช่นเดียวแพ็กเกจจิ้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้อาจกระตุ้นให้ผู้เล่นรายอื่น ๆ หันมาใช้ AI ในรูปแบบเดียวกันและสร้างความคึกคักให้กับวงการขนมขบเคี้ยวโดยรวมได้ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) คาลบี้ สตาร์ตอัพ