เกษตรกรไทยเกือบ 7 ล้านครอบครัวพึ่งพาเครื่องจักรกลทางการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรชูนโยบายเศรษฐกิจแบ่งปัน หนุนรายย่อยถึงเครื่องจักร สู่เป้าหมายเพิ่มรายได้ 3 เท่าใน 4 ปี
วันที่ 8 สิงหาคม 2567 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนการรวมแปลงและเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงบริการเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ในราคาที่สมเหตุสมผล ส่งเสริมการทำเกษตรสมัยใหม่ ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ สู่เป้าหมายสร้างรายได้ของเกษตรกรให้เพิ่มเป็น 3 เท่า ใน 4 ปี
ทั้งนี้ การสนับสนุนรายย่อยเพื่อเข้าถึงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรสมัยใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตรจะมีการพัฒนาบุคลากรทางด้านความรู้ ทักษะ เทคนิคในพื้นที่ และสนับสนุนให้เกษตรกรได้พัฒนาทักษะและเทคนิคการซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตร และให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรข้างเคียงได้
รองรับการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างเพียงพอ รวมถึงพัฒนาศักยภาพการให้บริการเครื่องจักรกลเกษตรในชุมชน และผู้ประกอบการทั่วไปที่ดำเนินธุรกิจการให้บริการเครื่องจักรกลเกษตรในชุมชน

เพื่อให้มีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะทางเทคนิค และการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุนปัจจัยการผลิตและเพิ่มรายได้สุทธิให้กับเกษตรกร ผ่านการถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการกลุ่มเครือข่าย การใช้เทคโนโลยีการเกษตรเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตด้วยวิธีการเช่าเครื่องจักรแทนการลงทุนจัดซื้อเครื่องจักร และส่งเสริมให้เกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรได้เอง
“เกษตรกรต้องมีการนำเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่มาใช้มากขึ้น จากนโยบายกีดกันการใช้แรงงานสัตว์ รวมถึงการบริโภคที่เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภาวะขาดแคลนแรงงาน และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กฎระเบียบมาตรฐานสินค้าที่ต้องยกระดับกระบวนการผลิตเป็นเกษตรแม่นยำ Precision Farming รวมถึงแนวโน้มตลาดที่ทำให้ความต้องการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น”
ล่าสุดฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรปี 2566/67 เกษตรกรแจ้งขึ้นทะเบียน 6,903,587 ครัวเรือน มีการให้ข้อมูลเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตร แบ่งเป็นประเภท ดังนี้ เครื่องต้นกำลัง เช่น รถไถเดินตาม รถแทรกเตอร์ รวม 4,050 เครื่อง เครื่องมือเตรียมดิน เช่น ผาลไถ เครื่องมือปรับหน้าดิน รวม 3,031 เครื่อง เครื่องปลูก เช่น เครื่องเพาะกล้า เครื่องพ่น/หว่านแบบสะพายหลัง
เครื่องปลูกข้าวโพดรวม 991 เครื่อง เครื่องมือดูแลรักษา เช่น เครื่องพ่นยาสะพายหลัง โดรน เครื่องสางใบอ้อย รวม 10,952 เครื่อง เครื่องมือเก็บเกี่ยว เช่น เครื่องตัดหญ้าอาหารสัตว์ รถเกี่ยวนวดข้าว (คอมไบน์ข้าว) รวมจำนวน 150 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ เช่น ท่อสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำใช้ไฟฟ้า รวม 6,701 เครื่อง รถบรรทุกการเกษตร เช่น รถอีแต๋น สาลี่ (กระบะบรรทุกพ่วงรถไถเดินตาม) รวม 628 เครื่อง
เครื่องมือหลังการเก็บเกี่ยว เช่น เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก เครื่องอัดฟาง เครื่องนวดข้าว รวม 79 เครื่อง ซึ่งเป็นไปตามความสมัครใจของเกษตรกรในการแจ้งข้อมูล
ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายในการกำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพิ่มเติมจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทางด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรประเภทต่าง ๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร
ช่วยรองรับภาคการเกษตรที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงเป็นการส่งเสริมเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร (Agricultural Service Provider) เป็นเจ้าของเครื่องมือ เครื่องจักรกลของตนเอง และพร้อมเป็นผู้ให้บริการด้านธุรกิจเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย
พร้อมกันนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมพิจารณายกร่าง “ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเกี่ยวกับการประกอบกิจการในด้านการเกษตร พ.ศ. 2567” เพื่อนำมาใช้แทนฉบับเดิม ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึงการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการประมวลผลจากการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อ (ร่าง) ระเบียบ ดังกล่าว โดยจะต้องเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาในการออกระเบียบต่อไป
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการปรับรูปแบบการทำการเกษตร โดยนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรสมัยใหม่มาใช้ในการเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงคุณภาพผลผลิต
