Skip to content

ททท. ผนึก 4 พันธมิตร ขยายช่องทางซื้อขายคาร์บอนเครดิต

08 ส.ค. 2567 | 16:04น.
ททท. ผนึก 4 พันธมิตร ขยายช่องทางซื้อขายคาร์บอนเครดิต

ททท. ผนึก 4 หน่วยงานใหญ่ ขยายช่องทางซื้อขายคาร์บอนเครดิต ชี้ เฟสแรก เริ่มต้นใช้มาตรฐาน TVER ของประเทศไทย ใช้ในกลุ่มท่องเที่ยว-การจัดงานอีเวนต์-อุตสาหกรรมไมซ์-ภาคบริการ ดันให้ไทยเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

วันที่ 8 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), หอการค้าไทย, กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) และกลุ่มเซ็นทรัล ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ Platform ซื้อขายคาร์บอนเครดิต หรือ Carbon Neutrality 4 ALL เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

การลงนามในบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero และส่งเสริมให้ภาครัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไป ได้ร่วมกันผลักดันการลดโลกร้อน ผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต CCXT (Carbon Credit Exchange of Thailand)

ททท. ผนึก 4 พันธมิตร ขยายช่องทางซื้อขายคาร์บอนเครดิต

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการซื้อขายคาร์บอนเครดิต หรือการชดเชยคาร์บอนเครดิตจากกิจกรรมต่าง ๆ ยังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะธุรกิจรายใหญ่ และภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น แพลตฟอร์มนี้จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้หน่วยงาน หรือผู้ประกอบการรายย่อย และบุคคลทั่วไป ได้มีโอกาสเข้าถึงการชดเชยคาร์บอนเครดิตจากกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชั่น ที่เกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ภาคการค้าและการลงทุน, ภาคการเกษตรและอาหาร, การท่องเที่ยวและบริการ และอุตสาหกรรมไมซ์

โดยในเฟสแรก เริ่มต้นจากการชดเชยคาร์บอนเครดิตจากมาตรฐาน TVER ของประเทศไทย ใช้ในกลุ่มท่องเที่ยว การจัดงานอีเวนต์ อุตสาหกรรมไมซ์ และภาคบริการต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น CERO ที่เป็นแอปพลิเคชั่นแรกบนแพลตฟอร์มนี้ โดยกระทรวงมหาดไทยนำคาร์บอนเครดิตชุมชน จาก “โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน” เข้าสู่แพลตฟอร์มนี้

ททท. ผนึก 4 พันธมิตร ขยายช่องทางซื้อขายคาร์บอนเครดิต

สำหรับฝั่งผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตมาจากการประชาสัมพันธ์จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและเครือข่าย ที่ได้เชิญชวนให้สมาชิกจำนวนกว่า 140,000 ราย เข้าร่วมใช้แพลตฟอร์มเพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีต่อการดำเนินธุรกิจภาคการค้ายุคใหม่

นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ยังส่งเสริมให้เครือข่ายภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ศูนย์การจัดประชุมสัมมนา งานแสดงสินค้า ร่วมใช้แพลตฟอร์ม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังประชาสัมพันธ์ให้กับเครือข่ายผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว ร่วมคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในแพลตฟอร์มของ ททท.

และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขยายผลนำข้อมูลดังกล่าวมาเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นภายใต้โครงการ และกลุ่มเซ็นทรัล ร่วมเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มดูแลการบริหารจัดการระบบแพลตฟอร์มให้มีประสิทธิภาพ และสะดวกต่อการใช้งาน รวมถึง ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านคู่ค้า และเครือข่ายของกลุ่มเซ็นทรัลอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ประกอบด้วยโครงสร้างหลัก 5 ส่วน ได้แก่

(1) เจ้าของคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง TVER จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยเจ้าของคาร์บอนเครดิตสามารถสมัครสมาชิกเข้าใช้แพลตฟอร์มและใช้เป็นช่องทางการขายได้

(2) แพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต CCXT ทำหน้าที่เป็นผู้รับคาร์บอนเครดิตจากเจ้าของ มาลงขายในแพลตฟอร์ม ในหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์ฯ

(3) แอปพลิเคชั่น หรือ Digital Channel ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม CCXT เพื่อรับคาร์บอนเครดิตมาชดเชยกิจกรรม โดยมีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น การชดเชยคาร์บอนเครดิตในการจัดอีเวนต์ หรือการชดเชยการเข้าพักในโรงแรม โดยใช้หน่วยกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ฯ

(4) หน่วยงานรับรองคาร์บอนเครดิต ทำหน้าที่รับรองว่าคาร์บอนเครดิตที่ได้ร่วมบริจาค หรือชดเชยเป็นคาร์บอนเครดิตที่อยู่ในระบบทะเบียนของ TVER จริง เพื่อให้ผู้ชดเชยมั่นใจได้ว่ามีการชดเชยแล้วตามระเบียบขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

และ (5) ผู้ซื้อคาร์บอนเครดิต ทั้งรายใหญ่และรายย่อย ในภาคการค้า การบริการ การท่องเที่ยวและไมซ์ และภาคการเกษตร การดำเนินโครงการนี้ มีระยะเวลาดำเนินการร่วมกัน 5 ปี

ทั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทั้ง 5 หน่วยงาน ได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ต่อไป

ททท. ผนึก 4 พันธมิตร ขยายช่องทางซื้อขายคาร์บอนเครดิต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

NET ZERO คาร์บอนเครดิต ททท.