“Microsoft” ประกาศวิสัยทัศน์ “AI for All Thais” ชู 3 ประเด็น “สร้างทักษะ-เสริมขีดความสามารถ-สานต่อความมั่นคง” ดึง AI เพิ่มศักยภาพประเทศ ตั้งเป้าอัพสกิล AI คนไทย 1 ล้านคน ใน 1 ปี
วันที่ 30 สิงหาคม 2567 นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การมาเยือนไทยของ “สัตยา นาเดลลา” (Satya Nadella) ซีอีโอ “ไมโครซอฟท์” (Microsoft) เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2567 นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย
เนื่องจากมีการประกาศพันธสัญญาเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตในยุค AI และคลาวด์ รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Data Center Region เพื่อขยายการให้บริการคลาวด์ให้กว้างขวางและทั่วถึงยิ่งขึ้น พร้อมรองรับมาตรฐานด้านการจัดเก็บและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างครบถ้วน
“ไมโครซอฟท์เห็นโอกาสที่ AI และคลาวด์จะเข้ามายกระดับและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับประเทศไทย ทั้งภาคการศึกษา การท่องเที่ยว เกษตร และอุตสาหกรรม ซึ่งพันธกิจที่เราได้ประกาศออกไปเกี่ยวกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ เป็นกุญแจสำคัญที่เข้ามาสร้างโอกาสให้คนไทยและบริษัทไทย จึงเป็นที่มาของการประกาศวิสัยทัศน์ ‘AI for All Thais’ ในปีงบประมาณ 2568 (เริ่ม ก.ค. 2567) ที่จะส่งเสริมให้เกิดการนำ AI ไปใช้ในวงกว้าง และสร้างอีโคซิสเท็มของ AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้”
โดยวิสัยทัศน์ “AI for All Thais” ของไมโครซอฟท์จะโฟกัสการทำงานที่ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1.สร้างทักษะ
ไมโครซอฟท์ เตรียมเปิดตัวโครงการ “AI National Skill Initiative” ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนทักษะ AI ที่จำเป็นให้กับคนไทย 1 ล้านคนภายในปีหน้า ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่เป็นหลักสูตรภาษาไทยกว่า 80% มีการออกแบบให้ครอบคลุมผู้ใช้งานทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป ผู้บริหาร และนักพัฒนา เพื่อนำศักยภาพของ AI ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน ตลอดจนการสร้างสรรค์นวัตกรรม AI
2.เสริมขีดความสามารถ
ไมโครซอฟท์ขับเคลื่อนการใช้งาน AI กับผู้ใช้ทุกกลุ่ม เช่น บุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ ครีเอเตอร์ และข้าราชการ เป็นต้น โดยเปิดให้ผู้ใช้เข้าถึงเครื่องมือและบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Copilot บน Windows และ Edge, Microsoft Designer บนแอปพลิเคชั่นและผ่านเว็บ, Cocreator และ Paint บน Windows 11, ฟีเจอร์ Reading Progress ใน Microsoft Teams และ Reading immersive ใน Microsoft Words, GitHub Copilot และ Copilot+ PC
ส่วนในระดับองค์กร โซลูชั่น AI ของไมโครซอฟท์ ช่วยยกระดับการดำเนินงานให้กับองค์กรยุคใหม่ และช่วยรับมือความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก โดยไมโครซอฟท์จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมในทุกอุตสาหกรรม
ตัวอย่างขององค์กรที่นำ AI มาพัฒนาเป็นโซลูชั่นในการให้บริการลูกค้า เช่น
- Looloo Technology : เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition หรือตัวช่วยอ่านเอกสารจากไฟล์ PDF หรือรูปภาพ และแปลงให้อยู่ในรูปแบบของตัวอักษรหรือข้อความที่สามารถนำไปประมวลผลหรือใช้สำหรับค้นหาได้
- STelligence : พัฒนาโซลูชั่นเกี่ยวกับ Rich Management ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ AI เขียนสรุป และส่งข้อมูลให้กับ Regulator รายต่าง ๆ
- Amity Solutions : พัฒนาวอยซ์บอต (Voice Bot) ภาษาไทย
- Fusion Solution : พัฒนาโซลูชั่นสรุปออร์เดอร์การซื้อขายในกรุ๊ปแชต
3.สานต่อความมั่นคง
ไมโครซอฟท์จะขยายความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ เสริมทักษะด้านการใช้ AI เพื่อความปลอดภัยไซเบอร์ และแนวทางการใช้งาน AI อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ
โดยไมโครซอฟท์ ประเทศไทย พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัลของประเทศไทย ส่งเสริมทักษะ AI ขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี และสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย เพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์จาก AI ที่พัฒนาไปอย่างก้าวล้ำในระดับโลก
“AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ ‘ครีเอเตอร์’ สร้างสรรค์นวัตกรรมหรือบริการใหม่ ๆ ออนท็อปจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้มากขึ้น เป็นแกนหลักที่จะเปลี่ยนประเทศไทยจาก Made in Thailand รับมาผลิตตามสั่ง สู่ Born in Thailand สร้างชิ้นงานของคนไทย แล้วส่งออกไปทั่วโลก สร้างมูลค่าได้มหาศาล”