Skip to content

เวียดนาม เสนอร่างกฎหมายจูงใจบริษัทชิป อุทิศหมวดเดียวให้ชิปล้วนๆ

05 ก.ย. 2567 | 18:43น.
เวียดนาม เสนอร่างกฎหมายจูงใจบริษัทชิป อุทิศหมวดเดียวให้ชิปล้วนๆ

เวียดนามเสนอร่างกฎหมายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของเวียดนาม เสนอสิ่งจูงใจตั้งแต่ลดหย่อนภาษี ไปจนถึงส่งออกฟาสต์แทร็ก ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนมองว่าเป็นตัวชี้วัดที่ดี ว่าเวียดนามที่เศรษฐกิจกำลังโตเร็วจริงจังมากแค่ไหนในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทชิป 

วันที่ 5 กันยายน 2024 นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า เวียดนามกำลังดึงดูดบริษัทเซมิคอนดักเตอร์หรือชิป อย่างเอ็นวิเดีย (Nvidia) และบีซี (Besi) ด้วยการเสนอร่างกฎหมายจูงใจตั้งแต่การลดหย่อนภาษี ไปจนถึงกระบวนการส่งออกโดยใช้ช่องฟาสต์แทร็ก

ร่างกฎหมายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology Industry หรือ DTI) ลงรายการแรงจูงใจเพิ่มเติม อย่างอนุญาตให้ธุรกิจแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี 150% ของค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัยของบริษัทและการเร่งรัดวีซ่า ใช้ที่ดินฟรีโดยไม่เสียค่าเช่า 10 ปี นอกจากการเร่งรัดงานเอกสารและการยกเว้นภาษีชั่วคราวในวัสดุที่นำเข้าและรายได้ส่วนบุคคล สำหรับโครงการมูลค่าตั้งแต่ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.3 พันล้านบาท หรือมากกว่า

แม้ร่างกฎหมายครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย แต่อุทิศหมวดหนึ่งให้ชิปอย่างเดียว ซึ่งน่าสนใจ โดยเมื่อช่วงต้นปีนี้นักลงทุนจากบีซี ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปจากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งกำลังลงทุนระยะแรก 4.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 165 ล้านบาท ในขณะที่เอ็นวิเดีย ซึ่งร่วมมือกับบริษัทในท้องถิ่นอย่างเอฟพีที (FPT) ในการสร้างโรงงานปัญญาประดิษฐ์ในเวียดนาม

มันห์ ฮุง-จ่าน (Manh-Hung Tran) หุ้นส่วนบริษัทเบเกอร์ แมกเคนซี ตัวแทนภาคเอกชนที่ได้รับเชิญให้มาสะท้อนร่างกฎหมายกล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้เป็นตัวชี้วัดอย่างดี ว่าเวียดนามจริงจังมากแค่ไหนในการดึงดูดบริษัทชิป

เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้บริหารบริษัทชิปสหรัฐตั้งแต่นายแพทริก พี. เกลซิงเกอร์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทอินเทล (Intel) และนายเจนเซ่น หวง ประธานกรรมการบริหารเอ็นวิเดียเยือนกรุงฮานอย ส่งผลให้สื่อท้องถิ่นรายงานเกี่ยวกับว่ารัฐบาลเวียดนามจะชนะใจ 2 ผู้บริหารจากบริษัทชิประดับโลกอย่างไร แต่ทางการเวียดนามสะท้อนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวออกมาน้อย จนกระทั่งร่างกฎหมายฉบับนี้ได้สะท้อนผลลัพธ์ออกมาให้เห็นกันแล้ว ทั้งนี้ กฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเร็วที่สุดในกลางปี 2025

สิ่งล่อใจนี้ถูกกำหนดมาบนความพยายามของเวียดนามที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตชิป รวมถึงการลงทุนในพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และการฝึกอบรม สิ่งล่อใจทั้งหมดนี้ก็ยังถือว่ายังด้อยกว่าประเทศที่มีอุตสาหกรรมขั้นสูงกว่าที่สามารถนำเสนอได้

เวียดนามออกกฎเพื่อฉวยใช้ประโยชน์จากสงครามเทคโนโลยีจีนและสหรัฐ ที่ผลักให้บริษัทชิปและบริษัทอื่น ๆ หาทางกระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานของบริษัทตน แต่รัฐบาลเวียดนามอาจจำเป็นต้องพิจารณาว่า มาตรการจูงใจดังกล่าวสอดคล้องกับสนธิสัญญาโลกว่าด้วยอัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำฉบับใหม่หรือไม่ด้วย ซึ่งร่างกฎหมายนี้ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะเสนอสิ่งล่อใจได้อย่างไร ในขณะที่ก็ต้องทำตามอัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ 15% ซึ่งเสนอโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา  หรือโออีซีดี ซึ่งกว่า 140 ประเทศให้การสนับสนุน

แม้ว่าหลายธุรกิจกำลังล็อบบี้ เพื่อหาสิ่งอื่นมาทดแทน อย่างการอุดหนุนเป็นเงินสด หรือเครดิตภาษี ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทอินเทลระบุว่าเวียดนามควรทำให้นโยบายจูงใจทันสมัย เพื่อสนับสนุนนักลงทุนทั้งในปัจจุบันหรือรายใหม่ เพื่อยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ของเวียดนาม แต่เงินสดและผลประโยชน์อื่น ๆ ทำให้รัฐบาลมีต้นทุน การออกระบบสิ่งจูงใจใหม่จะไปสร้างขั้นตอนการบริหารจัดการเพิ่มเติม เช่น กระบวนการสมัครและประเมินสิ่งจูงใจ ตลอดจนการตรวจสอบภายหลังเพื่อให้แน่ใจว่าระบบได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม และบรรลุวัตถุประสงค์โดยไม่ขาดทุน

นอกจากการขาดแคลนไฟฟ้าและทักษะต่าง ๆ อุตสาหกรรมชิปเจอความท้าทายอื่น ๆ ที่รวมถึงเวียดนามเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สหรัฐห้ามเอ็นวิเดียจากการส่งออกชิปไฮเอนด์จำนวนหนึ่ง เนื่องจากเกรงว่าลงท้ายแล้วชิปก้าวหน้าเหล่านี้จะข้ามพรมแดนไปยังจีน