เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
Politics สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
Finance โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
Biz Movement RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ดูทั้งหมด

ปัญหา 3 ประการ ของอุตสาหกรรมเหล็กไทย

07 ก.ย. 2567 | 18:08น.
metal
คอลัมน์ : ช่วยกันคิด
ผู้เขียน : กณิศ อ่ำสกุล ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 อุตสาหกรรมเหล็กไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างยิ่งทั้งการหดตัวของดีมานด์ การแข่งขันกับเหล็กนำเข้า ตลอดจนเทรนด์ราคาเหล็กขาลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจเหล็กในประเทศอย่างมาก บทความนี้จะพาไปสำรวจปัญหา 3 ประการ พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มและปัจจัยที่ต้องจับตาในอนาคต เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“ดีมานด์หดตัว” คือปัญหาประการที่ 1 ของอุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยใน 1H/67 การใช้เหล็กของไทยหดตัวถึง -5.4% YOY ลงมาอยู่ในระดับ 8.0 ล้านตัน เป็นการหดตัวทั้งเหล็กทรงแบน (Flat) และเหล็กทรงยาว (Long) โดยเป็นผลมาจากทิศทางของอุตสาหกรรมปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรถยนต์ที่หดตัวถึง -17.4% YOY และมูลค่าก่อสร้างที่ติดลบถึง -11.2% YOY ในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากการใช้เหล็กในประเทศจะลดลงแล้ว Krungthai COMPASS มีข้อสังเกตว่า “เหล็กนำเข้ากลับมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นปัญหาประการที่ 2 โดยสัดส่วนเหล็กนำเข้าต่อการใช้เหล็กของไทยเพิ่มขึ้นจาก 65.6% ในปี 2562 มาอยู่ที่ 69.0% ใน 1H/67 ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเหล็กจากจีนที่มีสัดส่วนการนำเข้ามากขึ้นในระยะเวลาดังกล่าว

ปัญหาประการที่ 3 คือ “เทรนด์ราคาเหล็กขาลง” ใน 1H/67 ราคาเหล็กไทยเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 21.3-25.2 บาทต่อกิโลกรัม ปรับตัวลง -9% ถึง -7% YOY ตามทิศทางราคาเหล็กในจีนที่ถูกกดดันจากปัญหาในภาคอสังหาฯ ซึ่งยังอยู่ในภาวะหดตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยอดขายอสังหาฯ หรือพื้นที่ก่อสร้างใหม่ที่ลดลงถึง -19% และ -23.7% ใน 1H/67

จากปัญหาทั้ง 3 ประการ ทำให้ธุรกิจเหล็กไทยส่วนใหญ่ใน 1H/67 อยู่ในภาวะที่ไม่สู้ดีนัก อ้างอิงจากบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หมวด .STEEL ที่กว่าครึ่งเริ่มส่งสัญญาณว่ากำลังมีปัญหาด้านผลประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่ลดลงรวมกัน -14.5% YOY คิดเป็นมูลค่าที่หายไปราว 12,000 ล้านบาท การมีสภาพคล่องที่ตึงตัวจาก Cash Cycle ที่ยาวขึ้น และ Quick Ratio ที่ลดลง ตลอดจนการมีผลขาดทุนสุทธิรวมกันกว่า 2,400 ล้านบาท

แล้วแนวโน้มทั้งปี 2567 จะเป็นอย่างไร ? Krungthai COMPASS ประเมินว่าความต้องการใช้เหล็กของไทยในปีนี้จะอยู่ที่ 15.7 ล้านตัน หดตัว -3.8% เนื่องจากยังถูกกดดันจากจำนวนการผลิตรถยนต์ที่อาจอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.62 ล้านคัน หรือ -11.7% ส่วนทิศทางก่อสร้างคาดว่าแม้ภาครัฐจะสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายได้ในช่วงที่เหลือของปีปฏิทิน แต่จากการหดตัวที่ค่อนข้างหนักใน 1H/67 จึงมีโอกาสภาคก่อสร้างในปี 2567 จะทำได้เพียงอยู่ในระดับทรงตัวจากปีที่ผ่านมา

ส่วนในปี 2568 คาดว่าความต้องการใช้เหล็กจะอยู่ที่ 16.0 ล้านตัน ฟื้นตัวเล็กน้อย +2.1% (YOY) ตามทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายน้ำ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี (2561-2566) ที่ 17.3 ล้านตัน พอสมควร

ด้านราคาเหล็กมองว่าจะขึ้นอยู่กับภาวะอสังหาฯในจีน โดยหากยังไม่อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ราคาเหล็กจะอยู่ในเทรนด์ขาลงต่อไป ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา Stock Loss

สุดท้ายแล้ว Krungthai COMPASS ยังมองว่า อุตสาหกรรมเหล็กยังมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป ประกอบด้วย 1) การเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตรถยนต์ของไทยจากรถยนต์สันดาป (ICE) เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ซึ่งมีโอกาสทำให้การใช้เหล็กต่อการผลิตรถยนต์หายไปคันละ 100-200 กิโลกรัม ตามการวัสดุน้ำหนักเบาเพื่อขยายระยะทางวิ่ง และการหายไปของเครื่องยนต์สันดาป จึงน่าคิดตามว่าการใช้เหล็กจะสามารถฟื้นตัวตามการผลิตรถยนต์ในอนาคตได้จริงหรือไม่

ประเด็นต่อไป คือ 2) การมาถึงของ Megaprojects ใหม่ ๆ จะสนับสนุนการใช้เหล็กไทย สะท้อนจากการประเมินของ TDRI ว่า ในปี 2568-2569 ภาครัฐจะมีมูลค่าเบิกจ่ายงบประมาณโครงการ Megaproject เพิ่มขึ้นจากปี 2567 อีกเท่าตัว นอกจากนี้ หากภาครัฐสามารถเพิ่มสัดส่วน Local Content ได้มากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยให้ผู้ผลิตเหล็กของไทยสามารถแข่งขันกับเหล็กนำเข้าได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ประเด็นสุดท้าย คือ 3) กระแส ESG ซึ่งจะเข้ามากดดันทั้งต้นทุนและภาวะแข่งขัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ มาตรการ EU-CBAM ที่นอกจากจะทำให้ผู้ผลิตเหล็กไทยมีต้นทุนส่งออกสูงขึ้น จากการปฏิบัติตามเกณฑ์แล้ว ยังส่งผลทางอ้อมให้การแข่งขันกับเหล็กนำเข้ารุนแรงขึ้น จากการที่จีนหันมาตีตลาดอื่น ๆ แทน EU ส่วนประเด็น ESG อื่น ๆ ที่ยังต้องติดตามความคืบหน้า ได้แก่ มาตรการ CBAM ออสเตรเลีย รวมถึง Thailand Taxonomy ระยะ 2 ที่จะครอบคลุมภาคการผลิตมากยิ่งขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาเหล็ก อุตสาหกรรมเหล็ก