แรงงาน ค่าแรงขั้นต่ำ
ปลัดแรงงานเผย ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ปรับขึ้นทุกจังหวัด แต่ประกาศรายประเภทกิจการ ชี้ต้องดูกำลังจ่ายของนายจ้าง ด้านบอร์ดค่าจ้างชุดใหญ่เตรียมประชุม 16 กันยายนนี้
วันที่ 6 กันยายน 2567 มติชน รายงานว่า นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 (บอร์ดค่าจ้าง) เปิดเผยว่า ตามที่บอร์ดค่าจ้างจะต้องมีการประชุมในทุกเดือนนั้น แต่เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่าน ไม่มีการประชุมเนื่องจากอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด ยังส่งตัวเลขค่าจ้างขั้นต่ำรายจังหวัดมาไม่ครบ ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมออกมา
ล่าสุด ในเดือนกันยายนนี้ อนุจังหวัดฯ ได้ส่งตัวเลขเข้ามาครบแล้ว จึงมีกำหนดการประชุมประจำเดือนออกมาแล้ว โดยในวันที่ 9 กันยายน จะมีการประชุมของคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง เพื่อนำตัวเลขค่าจ้างขั้นต่ำในทุกจังหวัดมาพิจารณาในรายละเอียด ว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในภาพรวมของประเทศ ควรจะขึ้นเท่าไหร่
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้สำรวจประเภทกิจการที่ให้ค่าจ้างขั้นต่ำมากกว่า 400 บาทต่อวัน มาเพื่อพิจารณาประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในกิจการประเภทดังกล่าวก่อน แต่ก็ต้องดูมติของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ก่อน ส่วนบอร์ดค่าจ้างชุดใหญ่จะมีการประชุมกันในวันที่ 16 กันยายน
เมื่อถามว่าในการประชุมของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ จะมีการกำหนดสูตรการคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำเลยหรือไม่ นายไพโรจน์ กล่าวว่า ยัง แต่จริง ๆ สูตรไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะการคิดคำนวณสูตรเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเราต้องพิจารณาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้า ภาวการณ์จ้างงาน ไปจนถึงความสามารถในการจ่ายค่าจ้างของนายจ้างด้วย ฉะนั้น จะเอาสูตรมาพิจารณาอย่างเดียวไม่ได้ อย่าไปมองว่าสูตรเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง
เมื่อถามต่อว่าในนโยบายการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน จะเป็นไปในลักษณะใด นายไพโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน แต่หลักการคืออาจจะต้องประกาศเป็นรายประเภทกิจการก่อน เช่น กิจการขนาดใหญ่ ไซซ์ L ที่มีลูกจ้างมากกว่า 200 คนขึ้นไป ส่วนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือธุรกิจ SME ก็อาจต้องเอาไว้ทีหลัง หรือธุรกิจขนาดเล็กไซซ์ S หรือไซซ์ M อาจเอาไว้ก่อน ซึ่งข้อสำคัญคือต้องดูถึงความสามารถในการจ่ายค่าจ้างของนายจ้างด้วย
เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวันทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่ไม่ใช่ทุกประเภทกิจการใช่หรือไม่ นายไพโรจน์ กล่าวว่า ใช่ เพราะต้องดูประเภทกิจการ เป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นทุกประเภทกิจการ โดยเฉพาะ SME ที่ผู้ประกอบการจะเดือดร้อนแน่ ๆ เราถึงต้องดูความสามารถในการจ่ายค่าจ้างของนายจ้างเป็นสำคัญ
“ต้องดูสายป่านนายจ้างที่สามารถจ่ายให้ลูกจ้างได้ พร้อมกับดูองค์ประกอบหลายอย่างด้วย” นายไพโรจน์ กล่าว
ย้อนข้อมูลศูนย์วิจัย ขึ้นค่าแรง กระทบพื้นที่ไหนมากสุด ?
ก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบธุรกิจ จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ทั่วประเทศ ระบุว่า กิจการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด น่าจะได้รับผลกระทบมากกว่าเมืองหลักและเมืองรอง โดย 3 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด-น้อยที่สุด จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และเทียบการเปลี่ยนแปลงจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเมื่อ 1 ม.ค. 2567 เป็นเปอร์เซ็นต์ ดังนี้
3 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
- ปัตตานี ยะลา นราธิวาส (เดิม 330 บาท) +21%
- แพร่ น่าน พะเยา ตรัง (เดิม 338 บาท) +18%
- 16 จังหวัดทั่วประเทศ (เดิม 340 บาท) +18%
3 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
- ภูเก็ต (เดิม 370 บาท) +8%
- กรุงเทพฯและปริมณฑล (เดิม 363 บาท) +10%
- ชลบุรีและระยอง (เดิม 361 บาท) +11%
ขณะที่มิติการใช้แรงงานเข้มข้น พบว่า ธุรกิจที่ใช้แรงงานมากและจ่ายค่าแรงอิงตามค่าจ้างขั้นต่ำในสัดส่วนสูง อาจได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจอื่น ๆ โดยจากข้อมูลพบว่า สัดส่วนลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างน้อยกว่า 400 บาท มีดังนี้
- การเกษตร 89% (9.9 แสนคน)
- บริการอื่น ๆ (ความงาม ร้านซักรีด ฯลฯ) 66% (2.7 แสนคน)
- โรงแรม/ร้านอาหาร 49% (5.6 แสนคน)
- ก่อสร้าง 48% (7.4 แสนคน)