เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้ วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้ วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Finance วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
Tech Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
ธปท. หนุนเก็บภาษีทองปิดช่องเงินเทา
Finance ธปท. หนุนเก็บภาษีทองปิดช่องเงินเทา
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า ตามดอลลาร์แข็งค่า-ราคาทองร่วง

09 ก.ย. 2567 | 18:17น.
เงินบาท-ราคาทองคำ

เงินบาทอ่อนค่า ตามดอลลาร์แข็งค่า-ราคาทองร่วง

วันที่ 9 กันยายน 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/9) ที่ระดับ 33.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/9) ที่ระดับ 33.53/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันศุกร์ที่ผ่านมา (6/9) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 142,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 164,000 ตำแหน่ง

อีกทั้งกระทรวงแรงงานสหรัฐปรับลดตัวเลขการจ้างงานเดือน ก.ค. สู่ระดับ 89,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานไว้ที่ 114,000 ตำแหน่ง โดยข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ถึงการชะลอตัวลงของตลาดแรงงานสหรัฐ ทว่าอัตราการว่างงานเดือน ส.ค. ที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.2% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.3% ในเดือน ก.ค. และตัวเลขค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเดือน ส.ค. ที่เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน จากระดับ 0.2% ในเดือน ก.ค. และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.3% สนับสนุนคาดการณ์ของลงทุนที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

อีกทั้งในวันเสาร์ (7/9) นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าตัวเลขจ้างงานและตัวเลขการเปิดรับสมัครงานล่าสุดที่ชะลอตัวลงจะส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวล แต่ก็ยังไม่มีการปลดพนักงานจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นอย่างมาก และเมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว ภาวะเศษฐกิจของสหรัฐยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพต่อไปในอนาคต

โดยเครื่องมือ FedWatch Tool จาก CME Group ระบุว่าขณะนี้ นักลงทุนให้น้ำหนักราว 70% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากช่วง 5.25%-5.50% สู่ระดับ 5.00%-5.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. และให้โอกาสราว 30% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพุธ (11/9) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐในวันพฤหัสบดี (12/9) เพื่อประเมินหาทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สัปดาห์นี้ยังคงต้องติดตามความต่อเนื่องของกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภา ในวันที่ 12-13 ก.ย. รวมถึงรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของจีนที่มผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินหยวนและราคาสิค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาทองคำ ซึ่งมีผลกระทบต่อค่าเงินบาท ทั้งนี้ ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.69-33.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/9) ที่ระดับ 1.1086/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/9) ที่ระดับ 1.1109/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 12 ก.ย. ซึ่งตลาดคาดว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% สู่ระดับ 3.50% พร้อมทั้งส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1044-1.1091 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1052/53 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/9) ที่ระดับ 142.48/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/9) ที่ระดับ 142.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (9/9) สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นปรับลดการประเมินตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 2/2567 จากการประมาณการเบื้องต้นที่จะขยายตัวที่ 3.1% เมื่อเทียบรายปีเหลือขยายตัวเพียง 2.9% โดยเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของญี่ปุ่นขยายตัวเพียง 0.7% ลดลงจากประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าจะขยายตัว 0.8%

ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่นยังคงมีความแข็งแกร่งมาพอที่จะเปิดทางให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีก ถึงแม้ว่าทางการญี่ปุ่นจะปรับลดคาดการณ์ประเมินตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ลง อีกทั้งนายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ยังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า BOJ มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงอยู่ในทิศทางที่สอดคล้องกับคาดการณ์ของ BOJ ในระยะยาว

โดยโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเปิดในการประชุมนโยบายการเงินเดือน ก.ย. แต่อาจจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือน ม.ค. ปี 2568

และในวันนี้ (9/9) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 3.19 ล้านล้านเยน หรือ 2.24 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์สำหรับเดือน ก.ค. โดยได้รับแรงหนุนหลักจากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยดุลบัญชีเดินสะพัดถือเป็นตัวชี้วัดการค้าระหว่างประเทศที่ครอบคลุมมากที่สุดตัวหนึ่ง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.40-143.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 143.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ แบบจำลอง GDPNow ของธนาคารกลางแอตแลนตา (ไตรมาส 3) (9/9), ยอดการเปลี่ยนแปลงในจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการเดือน ส.ค.ของอังกฤษ (10/9), ดัชนี CPI ของเยอรมนีเดือน ส.ค. (10/9), ตัวเลขดุลการค้าเดือน ส.ค. ของจีน (11/9),

ตัวเลข GDP เดือน ก.ค. ของอังกฤษ (11/9), ดัชนี CPI เดือน ส.ค. ของสหรัฐ (11/9), แถลงการณ์นโยบายการเงินของ ECB (12/9), ดัชนี PPI เดือน ส.ค.ของสหรัฐ (12/9), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรก (12/9), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกนเดือน ก.ย. (13/9) และการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะ 5 ปี ของรัฐมิชิแกนเดือน ก.ย. (13/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.3/-8.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.25/-5.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ