เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ถูกตัดสิทธิ 90,000 คน อดรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท รอบแรก ทำอย่างไร

25 ก.ย. 2567 | 14:41น.
เงินดิจิทัล 10,000 บาท

เงินดิจิทัล 10,000 บาท

ผู้ถูกตัดสิทธิ 90,000 คน อดรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท รอบแรก ทำอย่างไร เช็กที่นี่

วันที่ 25 กันยายน 2567 วันแรกที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังโอนเงิน 10,000 บาท เข้าบัญชีกลุ่มเปราะบางกลุ่มแรก สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้พิการ ตามโครงการโครงการดิจิทัลวอลเลต ให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางที่ได้สิทธิในเฟส 1 รวม 14.55 ล้านคน

ส่วนผู้พิการที่ไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ หรือบัตรประจำตัวคนพิการหมดอายุ สามารถขึ้นทะเบียนทำบัตร หรือต่ออายุบัตรผู้พิการให้เรียบร้อยภายในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เพื่อขอรับบัตรสิทธิตามโครงการเงินดิจิทัลวอลเลต

ผู้ถูกตัดสิทธิรับเงิน 10,000 บาท ทำอย่างไร

นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ จากข้อมูลมีการโอนเงิน 10,000 บาท วันแรกแล้ว 3,167,565 คน

ส่วนการตรวจสอบสิทธิเป็นไปตามช่องทางที่ได้เตรียมไว้ ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบทั้งแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ไม่มีปัญหา หากเข้าไปตรวจสอบสิทธิไม่มีชื่อ แสดงว่ายังไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่จะรับเงินให้รอรอบถัดไป

ทั้งนี้ มีกลุ่มคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องผูกบัญชีธนาคารกับบัตรประชาชนยังมีบางส่วนที่ตกหล่น ต้องเร่งให้ลงทะเบียนผ่านธนาคารผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือเจ้าหน้าที่

“กลุ่มคนถือบัตรผู้พิการที่มีสถานะต้องแก้ไข เช่น บัตรหมดอายุ บัตรผิดพลาด หรือคนที่ยังไม่ได้เชื่อมช่องทางการรับเงินอีก 10,000 กว่าคน รวมทั้งหมดประมาณ 90,000 คน ให้ไปประสานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อแก้ไขสถานะเพื่อรับเงิน ซึ่งทางรัฐจะโอนซ้ำ 3 ครั้งคือ วันที่ 22 ตุลาคมคม 2567, วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 และ 22 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย หากผู้พิการยังไม่ดำเนินการถือว่าไม่ขอรับสิทธิ” รมช.คลัง กล่าว

นายจุลพันธุ์กล่าวว่า ส่วนประชาชนบางคนที่เข้าไปตรวจสอบสิทธิแล้วเกิดปัญหาหรือข้อมูลไม่ตรง เนื่องจากการตรวจสอบสิทธิ พบว่าประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ระบบแจ้งว่าอยู่ในกลุ่มคนพิการและบัตรคนพิการหมดอายุให้ไปต่ออายุ ถือว่าข้อมูลไม่ตรง ประชาชนสามารถไปแจ้งปัญหาที่ว่าการอำเภอที่ตามภูมิลำเนาของตนเองได้

ส่วนกรณีที่มีการรายงานว่า เจ้าหนี้นอกระบบได้ไปกดดันหรือประกบผู้ที่ได้รับเงิน 10,000 บาท หน้าตู้เอทีเอ็มเพื่อให้กดเงินมาใช้หนี้ ซึ่งอาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายจุลพันธุ์ระบุว่าเรื่องนี้อยู่ในอำนาจการดูแลของกระทรวงมหาดไทยจะประสานกับกระทรวงมหาดไทยให้ลงไปดูแลและตรวจสอบไม่ให้เจ้าหนี้มารบกวนเงินของกลุ่มเปราะบาง

ส่วนอีกปัญหาที่พบว่าประชาชนเข้าไปตรวจสอบสิทธิ พบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหมดอายุต้องไปต่ออายุนั้นก่อนถึงจะได้รับสิทธิ เนื่องจากอายุของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีอายุ 2 ปี หากหมดอายุจะต่ออายุให้อีกทุก 2 ปี ซึ่งจะมีการสำรวจ ส่วนใครที่มีบัตรอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ระบบแจ้งว่าหมดอายุก็ไปติดต่อที่ว่าการอำเภอ

ส่วนประชาชนรายใดมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในหลายปีที่ผ่านมา แล้วมาตรวจสอบสิทธิระบบขึ้นว่าหมดอายุและไม่ได้รับเงินจากรัฐ นั้นหมายความว่า ไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิในรอบแรก

วิธีแก้ไขสำหรับผู้พิการ เพื่อรับสิทธิเงิน 10,000 บาท

ขั้นตอนการขอบัตรประจำตัวคนพิการ

1.คนพิการเข้ารับการตรวจ เพื่อขอรับเอกสารรับรองความพิการ ณ โรงพยาบาลของรัฐ

2.ตรวจสอบเอกสาร-ข้อเท็จจริง

3.บันทึกข้อมูล

4.ยื่นบัตรขึ้นทะเบียน

5.รอรับสิทธิเบี้ยความพิการ

เอกสารที่ใช้ในการขอบัตรประจำตัวคนพิการ (อย่างละ 1 ฉบับ)

1.เอกสารรับรองความพิการ จากโรงพยาบาลของรัฐ

2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาสูติบัตร (คนพิการ)

3.สำเนาทะเบียนบ้าน (คนพิการ)

4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สำเนาทะเบียนบ้าน (ผู้ดูแล)

5.รูปถ่ายคนพิการ 1 นิ้ว (กรณีคนพิการไม่สามารถมาด้วยตนเอง)

กรณีผู้ที่จะเป็นผู้ดูแลคนพิการ ไม่ใช่ญาติร่วมสายโลหิต หรือทะเบียนบ้านไม่ได้อยู่ร่วมกับคนพิการ ให้ข้าราชการ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน รับรองบุคคลนั้นว่า เป็นผู้ดูแลคนพิการ พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรข้าราชการ อย่างละ 1 ฉบับ

ไทม์ไลน์จ่ายเงิน 10,000 บาท รอบแรก

วันที่ 25 กันยายน 2567 กรมบัญชีกลาง โอนเข้าบัญชีผู้พิการ 2.1 ล้านคน และผู้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เลขหลังบัตรประชาชน 0

วันที่ 26 กันยายน 2567 ผู้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เลขหลังบัตรประชาชน 1, 2, 3

วันที่ 27 กันยายน 2567 ผู้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เลขหลังบัตรประชาชน 4, 5, 6, 7

วันที่ 30 กันยายน 2567 ผู้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เลขหลังบัตรประชาชน 8, 9