เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่า เรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ลำใหม่ของจีนอับปางลงเมื่อกลางปีนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ด้านสถานทูตจีนระบุยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้
วันที่ 27 กันยายน 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายนว่า เรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ลำใหม่ของจีนจมลงเมื่อกลางปีนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับรัฐบาลจีน เนื่องจากจีนกำลังพยายามขยายขีดความสามารถทางทหาร
เจ้าหน้าที่สหรัฐผู้ไม่ประสงค์ให้เอ่ยนามระบุว่า เรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ลำใหม่ของจีนจมลงข้างท่าเทียบเรือเมื่อช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา
โฆษกสถานทูตจีนประจำสหรัฐกล่าวว่า ไม่มีข้อมูลที่จะให้เกี่ยวกับเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐคนดังกล่าวระบุอีกว่า ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เรือจมลง หรือในขณะนั้นเรือมีเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือไม่
“นอกเหนือจากคำถามที่เห็นได้ชัดอยู่แล้วเกี่ยวกับมาตรฐานการฝึกอบรมและคุณภาพของอุปกรณ์แล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดคำถามที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความรับผิดชอบภายใน และการกำกับดูแลอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งประสบปัญหาการทุจริตมายาวนาน” เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าว และว่า ไม่น่าแปลกใจที่กองทัพเรือของกองทัพปลดแอกประชาชนจะพยายามปกปิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ชุดภาพถ่ายดาวเทียมจากแพลนเน็ต แลบส์ (Planet Labs) เมื่อเดือนมิถุนายน ปรากฏให้เห็นเครนที่อู่ต่อเรืออู่ชาง ในจุดที่เรือดำน้ำลำดังกล่าวควรจะจอดอยู่
ทั้งนี้ กองทัพเรือของจีนมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่แล้ว โดยมีเรือมากกว่า 370 ลำ และได้เริ่มผลิตเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์รุ่นใหม่แล้ว
ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐเกี่ยวกับกองทัพจีน ระบุว่า ณ ปี 2022 จีนมีเรือดำน้ำติดขีปนาวุธขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ 6 ลำ เรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ 6 ลำ และเรือดำน้ำโจมตีพลังงานดีเซล 48 ลำ กระทรวงกลาโหมสหรัฐคาดว่ากองกำลังเรือดำน้ำดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 65 ลำภายในปี 2025 และ 80 ลำภายในปี 2035
รายงานข่าวการออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรือดำน้ำของจีนเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันพุธที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา จีนแจ้งว่าประสบความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป หรือไอซีบีเอ็มเข้าไปในเขตมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งนับว่าเกิดขึ้นได้ยาก นับเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจก่อให้เกิดความกังวลในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับการเสริมสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ
สหรัฐและจีนได้หารือกันในระดับผู้บัญชาการเป็นครั้งแรกเมื่อต้นเดือนนี้ ท่ามกลางความพยายามที่จะรักษาความสัมพันธ์ทางทหารให้มั่นคงและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดอันตรายในภูมิภาค เช่น ทะเลจีนใต้