นายกฯกดปุ่ม 30 รักษาทุกที่ถึง กทม.แล้ว ตั้งเป้าปีนี้ครอบคลุมทั้งประเทศ เผยโมเมนต์อดีต ทักษิณปลื้มนโยบายช่วยชาวบ้านตั้งแต่ยุคไทยรักไทย
วันที่ 27 กันยายน 2567 ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร
พร้อมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “จาก 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า” ว่าส่วนตัวนั้นมีประสบการณ์หลายอย่าง ขอยกตัวอย่างสั้น ๆ มี 1 วันที่นายทักษิณ ชินวัตร คุณพ่อ ซึ่งตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี ก็กลับมาที่บ้านทานข้าวเย็นกันปกติ แล้วคุณพ่อเล่าว่าไปต่างจังหวัดมามีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาหาท่าน และเปิดเสื้อมีแผลยาวตั้งแต่ตรงข้างบนจนถึงช่วงท้อง แล้วบอกว่าได้ผ่าตัดหัวใจมาด้วย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งนายทักษิณเล่าด้วยความภาคภูมิใจอย่างมาก

ในวันนั้นนายทักษิณเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เบื้องหลังการทำงานมีคนอื่นมากมายที่ทำให้นโยบายนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ ให้ถึงประชาชนได้ใช้ 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่ต้องล้มละลาย ไม่ต้องจ่ายตังค์มากมาย อันนี้ตั้งแต่วันที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลในวันนั้น จนมาถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในวันนี้ เรามีความภูมิใจเป็นอย่างมาก นี่เรียกว่าเป็นนโยบายที่สร้างความภาคภูมิใจอย่างที่สุดให้กับเรา เพราะฉะนั้น มาถึงวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรค ให้เป็น 30 บาทรักษาทุกที่ เวลาผ่านไปมีนวัตกรรมต่าง ๆ มากมายขึ้น เราได้เก็บตัวอย่างทั้งข้อดีและข้อเสียพร้อมที่จะปรับปรุง
นายกฯกล่าวว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ 23 ปี วันนี้ 30 บาทรักษาทุกที่มาถึงกรุงเทพฯแล้ว ก่อนอื่นลองถามชาวกรุงเทพฯว่า เวลาจะป่วยไปหาหมอที่ไหนกันบ้าง เอาแค่พื้นฐานตัวร้อน ปวดท้อง บางทีต้องเสียเวลารอในโรงพยาบาลรัฐทั้งวัน แต่ถ้าคนมีทุนทรัพย์ก็ออกไปโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งโรคเล็ก ๆ ปวดหัวตัวร้อนไม่สบายปวดท้องจะต้องไปเสียเงินมากมายในโรงพยาบาลพอสมควร แต่จริง ๆ แล้วใน กทม.เรื่องสาธารณสุขสำคัญมาก เพราะคนที่อยู่ในกรุงเทพฯมีทางเลือกไม่มาก ก็ต้องไปโรงพยาบาล ที่รอนานไม่ใช่รอคนเดียวญาติหรือคนที่พามาก็ต้องเสียเวลาด้วยทั้งวัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราพร้อมที่จะแก้ไข
นายกฯกล่าวต่อว่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในจังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ มีการปรับปรุงค่อนข้างมากแล้ว อาจไม่ต้องมีโรงพยาบาลใหญ่ ๆ เป็นทางเลือกมากนัก แต่ไป รพ.สต.ได้ รวมถึงยังมีโรงพยาบาลประจำชุมชน ประจำอำเภอมากกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ ตอนนี้เป็น กทม.เองที่ขาดบริการสาธารณสุขในระดับต้น ระดับกลางมากกว่าต่างจังหวัดเสียอีก
ถ้าเราสามารถเข้าไปในคลินิกหรือร้านขายยา เราควรได้รับการรักษาในแบบเดียวกัน คือการรับยาที่มีคุณภาพ และหลังจากนั้นก็สามารถไปดูแลตัวเอง หรือเฝ้าระวังระยะการป่วยที่บ้านได้ และไม่ต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาลใหญ่ ๆ บุคลากรทางการแพทย์เองก็ต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อเวลาเราเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ต้องดูแลทั้งหมดเท่ากัน เพราะโรงพยาบาลใหญ่ ๆ เองนั้นเหมาะสำหรับโรคที่เป็นเฉพาะทางและโรคที่ร้ายแรง เช่น มะเร็ง หัวใจ หรือการเปลี่ยนไต เปลี่ยนอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งเป็นโรคที่โรงพยาบาลใหญ่จะตอบโจทย์ได้มากที่สุด
ต่อไปนี้คนที่ถือบัตรสามารถรักษาทุกที่ได้ที่กรุงเทพฯ สามารถเข้าไปรับบริการสาธารณสุขได้เลย เช่น คลินิกเวชกรรมแถวบ้าน รถโมบายตรวจเลือด ตู้คีออสก์ในห้าง หรือสถานีรถไฟสามารถเข้าไปปรึกษาคุณหมอหรือออนไลน์ได้ ซึ่งจะเบิกยาก็ถามหมอได้ไม่ต้องเบิกเอง จะได้ยาที่มีคุณภาพกลับบ้านเช่นกัน แค่ทุกคนมองหาสัญลักษณ์ของ 30 บาทรักษาทุกที่จะได้รับบริการทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
“การดำเนินงานตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา 30 บาทรักษาทุกที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีผลงานดังนี้ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยเลือกใช้บริการที่คลินิกเอกชนใกล้บ้าน แทนการมาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นการลดการแออัด ลดระยะเวลาการรอตรวจ ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และที่สำคัญลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย 160 บาทต่อครั้ง ลดระยะเวลาในการรอถึง 50% จากเฉลี่ย 2 ชั่วโมงเหลือเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อรักษาใกล้บ้านก็จะลดภาระการขาดงานของผู้ป่วยและญาติที่มาด้วยกัน ที่สำคัญประชาชนผู้เข้ารับบริการกว่า 98% พึงพอใจกับนโยบายนี้เป็นอย่างมาก” นายกฯกล่าว
นายกฯกล่าวว่า 30 บาทรักษาทุกที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเริ่มเป็น 4 จังหวัดนำร่อง และขยายครอบคลุมเพิ่มเติมเป็นอีก 41 จังหวัด รวมเป็น 45 จังหวัด และวันนี้ 27 กันยายนจะเป็นอีกวันประวัติศาสตร์ทางด้านสาธารณสุขไทยที่ต้องบันทึกไว้ ว่าเราทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของภาครัฐและรัฐบาล สภาวิชาชีพทางการแพทย์ หน่วยบริการภาคเอกชน และประชาชนได้ร่วมมือกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้กรุงเทพมหานครอยู่ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่สุขภาพดีเริ่มที่ใกล้บ้านได้สำเร็จ
“ขอให้ประชาชนคนไทยมั่นใจได้ว่า ภายในปี 2567 นี้รัฐบาลจะสามารถขยาย 30 บาทรักษาทุกที่ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ดูแล” นายกฯกล่าว