เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

นายกฯ กดปุ่ม “30 รักษาทุกที่” รวม กทม. ตั้งเป้าปีนี้ครบทั่วประเทศ

27 ก.ย. 2567 | 11:51น.

นายกฯกดปุ่ม 30 รักษาทุกที่ถึง กทม.แล้ว ตั้งเป้าปีนี้ครอบคลุมทั้งประเทศ เผยโมเมนต์อดีต ทักษิณปลื้มนโยบายช่วยชาวบ้านตั้งแต่ยุคไทยรักไทย

วันที่ 27 กันยายน 2567 ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร

พร้อมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “จาก 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า” ว่าส่วนตัวนั้นมีประสบการณ์หลายอย่าง ขอยกตัวอย่างสั้น ๆ มี 1 วันที่นายทักษิณ ชินวัตร คุณพ่อ ซึ่งตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี ก็กลับมาที่บ้านทานข้าวเย็นกันปกติ แล้วคุณพ่อเล่าว่าไปต่างจังหวัดมามีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาหาท่าน และเปิดเสื้อมีแผลยาวตั้งแต่ตรงข้างบนจนถึงช่วงท้อง แล้วบอกว่าได้ผ่าตัดหัวใจมาด้วย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งนายทักษิณเล่าด้วยความภาคภูมิใจอย่างมาก

ในวันนั้นนายทักษิณเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เบื้องหลังการทำงานมีคนอื่นมากมายที่ทำให้นโยบายนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ ให้ถึงประชาชนได้ใช้ 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่ต้องล้มละลาย ไม่ต้องจ่ายตังค์มากมาย อันนี้ตั้งแต่วันที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลในวันนั้น จนมาถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในวันนี้ เรามีความภูมิใจเป็นอย่างมาก นี่เรียกว่าเป็นนโยบายที่สร้างความภาคภูมิใจอย่างที่สุดให้กับเรา เพราะฉะนั้น มาถึงวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรค ให้เป็น 30 บาทรักษาทุกที่ เวลาผ่านไปมีนวัตกรรมต่าง ๆ มากมายขึ้น เราได้เก็บตัวอย่างทั้งข้อดีและข้อเสียพร้อมที่จะปรับปรุง

นายกฯกล่าวว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ 23 ปี วันนี้ 30 บาทรักษาทุกที่มาถึงกรุงเทพฯแล้ว ก่อนอื่นลองถามชาวกรุงเทพฯว่า เวลาจะป่วยไปหาหมอที่ไหนกันบ้าง เอาแค่พื้นฐานตัวร้อน ปวดท้อง บางทีต้องเสียเวลารอในโรงพยาบาลรัฐทั้งวัน แต่ถ้าคนมีทุนทรัพย์ก็ออกไปโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งโรคเล็ก ๆ ปวดหัวตัวร้อนไม่สบายปวดท้องจะต้องไปเสียเงินมากมายในโรงพยาบาลพอสมควร แต่จริง ๆ แล้วใน กทม.เรื่องสาธารณสุขสำคัญมาก เพราะคนที่อยู่ในกรุงเทพฯมีทางเลือกไม่มาก ก็ต้องไปโรงพยาบาล ที่รอนานไม่ใช่รอคนเดียวญาติหรือคนที่พามาก็ต้องเสียเวลาด้วยทั้งวัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราพร้อมที่จะแก้ไข

นายกฯกล่าวต่อว่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในจังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ มีการปรับปรุงค่อนข้างมากแล้ว อาจไม่ต้องมีโรงพยาบาลใหญ่ ๆ เป็นทางเลือกมากนัก แต่ไป รพ.สต.ได้ รวมถึงยังมีโรงพยาบาลประจำชุมชน ประจำอำเภอมากกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ ตอนนี้เป็น กทม.เองที่ขาดบริการสาธารณสุขในระดับต้น ระดับกลางมากกว่าต่างจังหวัดเสียอีก

ถ้าเราสามารถเข้าไปในคลินิกหรือร้านขายยา เราควรได้รับการรักษาในแบบเดียวกัน คือการรับยาที่มีคุณภาพ และหลังจากนั้นก็สามารถไปดูแลตัวเอง หรือเฝ้าระวังระยะการป่วยที่บ้านได้ และไม่ต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาลใหญ่ ๆ บุคลากรทางการแพทย์เองก็ต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อเวลาเราเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ต้องดูแลทั้งหมดเท่ากัน เพราะโรงพยาบาลใหญ่ ๆ เองนั้นเหมาะสำหรับโรคที่เป็นเฉพาะทางและโรคที่ร้ายแรง เช่น มะเร็ง หัวใจ หรือการเปลี่ยนไต เปลี่ยนอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งเป็นโรคที่โรงพยาบาลใหญ่จะตอบโจทย์ได้มากที่สุด

ต่อไปนี้คนที่ถือบัตรสามารถรักษาทุกที่ได้ที่กรุงเทพฯ สามารถเข้าไปรับบริการสาธารณสุขได้เลย เช่น คลินิกเวชกรรมแถวบ้าน รถโมบายตรวจเลือด ตู้คีออสก์ในห้าง หรือสถานีรถไฟสามารถเข้าไปปรึกษาคุณหมอหรือออนไลน์ได้ ซึ่งจะเบิกยาก็ถามหมอได้ไม่ต้องเบิกเอง จะได้ยาที่มีคุณภาพกลับบ้านเช่นกัน แค่ทุกคนมองหาสัญลักษณ์ของ 30 บาทรักษาทุกที่จะได้รับบริการทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

“การดำเนินงานตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา 30 บาทรักษาทุกที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีผลงานดังนี้ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยเลือกใช้บริการที่คลินิกเอกชนใกล้บ้าน แทนการมาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นการลดการแออัด ลดระยะเวลาการรอตรวจ ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และที่สำคัญลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย 160 บาทต่อครั้ง ลดระยะเวลาในการรอถึง 50% จากเฉลี่ย 2 ชั่วโมงเหลือเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อรักษาใกล้บ้านก็จะลดภาระการขาดงานของผู้ป่วยและญาติที่มาด้วยกัน ที่สำคัญประชาชนผู้เข้ารับบริการกว่า 98% พึงพอใจกับนโยบายนี้เป็นอย่างมาก” นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวว่า 30 บาทรักษาทุกที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเริ่มเป็น 4 จังหวัดนำร่อง และขยายครอบคลุมเพิ่มเติมเป็นอีก 41 จังหวัด รวมเป็น 45 จังหวัด และวันนี้ 27 กันยายนจะเป็นอีกวันประวัติศาสตร์ทางด้านสาธารณสุขไทยที่ต้องบันทึกไว้ ว่าเราทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของภาครัฐและรัฐบาล สภาวิชาชีพทางการแพทย์ หน่วยบริการภาคเอกชน และประชาชนได้ร่วมมือกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้กรุงเทพมหานครอยู่ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่สุขภาพดีเริ่มที่ใกล้บ้านได้สำเร็จ

“ขอให้ประชาชนคนไทยมั่นใจได้ว่า ภายในปี 2567 นี้รัฐบาลจะสามารถขยาย 30 บาทรักษาทุกที่ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ดูแล” นายกฯกล่าว