เปิดเส้นทางพายุไต้ฝุ่น “กระท้อน” คาดเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 2-3 ต.ค. 67 เตือนผู้ที่จะเดินทางตรวจสอบสภาพอากาศก่อน ส่วนช่วง 30 ก.ย.-5 ต.ค. รับมือ “อากาศแปรปรวน” กรมอุตุฯเตือนฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงถึง 2 ต.ค.นี้ กทม.และปริมณฑลโดนด้วย หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ภาคอีสานสัมผัสได้ก่อน
วันที่ 30 กันยายน 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า (30 ก.ย. 67) ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนัก กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 30 ก.ย.-3 ต.ค. 67 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนจะมีลักษณะอากาศแปรปรวนเกิดขึ้น โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ
หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ประกอบกับจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า
ในช่วงวันที่ 30 ก.ย.-6 ต.ค. 67 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีลักษณะอากาศแปรปรวน โดยจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “กระท้อน” (KRATHON) บริเวณหัวเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน ประเทศจีนในช่วงวันที่ 2-3 ต.ค. 67 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของไทย

พายุลูกที่ 17-18
วันเดียวกัน( 30 กันยายน 2567) นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการและผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ บริษัททีม เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เมเนจเมนต์ หรือ TEAMG กล่าวถึงพายุ 2 ลูกกำลังก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ได้แก่
พายุดีเปรสชั่นเชบี (#17:Jebi = นกนางแอ่นเกาหลีใต้) ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก นับเป็นพายุลูกที่ 17 ของปีนี่้ กับพายุไต้ฝุ่นกระท้อน (#18 Krathon-ไทย) เป็นพายุลูกที่ 18
โดยพายุดีเปรสชั่นเซบี ในวันที่ 30 กันยายน จะเคลื่อนที่เลาะเลียบชายฝั่งโตเกียวของญี่ปุ่น ทำให้ฝนตกหนักบนพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกและในทะเล
พอมาถึงวันที่ 1-2 ตุลาคม พายุลูกนี้คาดการณ์จะสลายตัวไปในทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น
ส่วนพายุไต้ฝุ่นกระท้อน ซึ่งนับเป็นพายุลูกที่ 18 ของปีนี้ ได้ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์
วันที่ 30 กันยายน ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 4 (แรงสุด=5) ทำให้ฝนตกหนักมาก ลมแรงมากในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์
วันที่ 1-2 ตุลาคม จะเกิดฝนตกหนักมาก ลมแรงมาก ทั่วทั้งเกาะไต้หวัน มาถึงช่วงวันที่ 2-3 ต.ค. พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 4-5 ตุลาคม พายุไต้ฝุ่นกระท้อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 เคลื่อนที่ขึ้นฝั่งประเทศเกาหลีใต้ ทำให้เกิดฝนตกหนักมาก
วันที่ 6 ตุลาคม จะเกิดฝนตกมากในทะเลญี่ปุ่นและพื้นที่บางส่วนของชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น
“พายุทั้งสองลูกนี้ ไม่มีผลต่อภูมิอากาศของประเทศไทย แต่อย่างใด” นายชวลิตกล่าว

ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 30 ก.ย.-5 ต.ค. 67 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่แปรปรวนในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยตลอดช่วง
ส่วนสถานการณ์แผ่นดินไหว (ในช่วงวันที่ 29-30 ก.ย. 67) : ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 3.4 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา และขนาด 2.9 มีศูนย์กลางอยู่ที่นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 30 กันยายน-6 ตุลาคม 2567
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 30 ก.ย.-3 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 30 ก.ย.-2 ต.ค. 67 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. 67 อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 30 ก.ย.-2 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งลมแปรปรวน ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 3-6 ต.ค. 67 อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของภาค ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 1-3 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. 67 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนล่างของภาค ลมตะวันตกออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 1-3 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 30 ก.ย.-3 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. 67 มีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 30 ก.ย.-3 ต.ค. 67 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. 67 ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 1-3 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. 67 ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส

(ออกประกาศ 30 กันยายน 2567)