เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
Tech X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
Finance คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
Finance ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
“ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
เศรษฐกิจภูมิภาค “ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
World อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
Finance EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
Finance TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
Tech อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
ดูทั้งหมด

หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี การแรลลี่ครั้งใหญ่นี้จะชั่วคราวหรือยาวนาน ? 

01 ต.ค. 2567 | 07:38น.
หุ้นจีน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2024 เป็นวันที่หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2008 โดยหุ้นเอ-แชร์ (A-Share) หรือหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

การพุ่งขึ้นครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นขณะที่นักลงทุนแห่ซื้อหุ้นจีนเพื่อเก็งกำไร หลังจากที่รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่รอบล่าสุดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน นอกจากนั้น คณะกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ยังให้คำมั่นที่จะดำเนินการการใช้จ่ายทางการคลังที่จำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์และบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าไว้ 5%  

ดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบลูชิพของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ปิดที่ 4,017.85 จุด เพิ่มขึ้น 8.48% เป็นการพุ่งขึ้นวันเดียวที่สูงที่สุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2008 หลังจากทำผลงานรายสัปดาห์ +15.7% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2008 เช่นกัน  

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (SSEC) พุ่งขึ้น 8.1% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.17 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 13.97 ล้านล้านบาท) 

มูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้นอยู่ที่ 2.59 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 30.92 ล้านล้านบาท) 

ด้านดัชนีหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hang Seng China Enterprises Index : HSCEI) เพิ่มขึ้น 2.88% 

คำถามมีอยู่ว่า การแรลลี่ของตลาดหุ้นจีนจะยั่งยืน หรือดำเนินไปเป็นเวลานานแค่ไหน 

ตามการรายงานของนิกเคอิเอเชีย (Nikkei Asia) ในวันที่ 30 กันยายนระบุว่า นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ความพยายามดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปตามคำมั่นสัญญานั้น สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะรักษาความต่อเนื่องของการแรลลี่เอาไว้ 

โทมัส ฝาง (Thomas Fang) หัวหน้าฝ่ายตลาดโลกประจำสำนักงานจีนของธนาคารยูบีเอส (UBS) กล่าวในบทวิเคราะห์ในวันที่ 30 กันยายนว่า ผลการดำเนินงานของตลาดสัปดาห์ล่าสุดเป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนสำหรับหุ้นเอ-แชร์

สำหรับในระยะต่อไป ฝางวิเคราะห์ว่า โดยปกติแล้ว หลังจากการดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดประมาณ 20% อาจมีช่วงเวลาแห่งการต่อสู้กันระหว่างตลาดกระทิงและตลาดหมี โดยมีการเทขายทำกำไรบางส่วน และมีการปรับน้ำหนักการลงทุนจากหุ้นหมวดหนึ่งไปยังอีกหมวดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการแรลลี่ในระดับกว้างขึ้น 

ทั้งนี้ ตามการวิจัยโดยโทมัส แกตลีย์ (Thomas Gatley) ที่ปรึกษาจากบริษัทบริการด้านการเงิน กาเวกัล (Gavekal) ที่เผยแพร่ในวันที่ 30 กันยายน ดัชนี CSI 300 เคยได้เห็นการแรลลี่ครั้งใหญ่เพียง 5 ครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2005 ในจำนวนนั้นเป็นการแรลลี่ที่ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ครั้ง คือ ช่วงปี 2008-2009, ปี 2014-2015 และปี 2020-2021 

“การแรลลี่ที่ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีอัตราการเพิ่มจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดราว 50-100% ดังนั้น หากตลาดหุ้นจีนกำลังเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น ก็น่าจะยังมีอัพไซด์อีกมาก แม้จะเพิ่งมีการกระโดดขึ้นล่าสุด” แกตลีย์เขียนวิเคราะห์ 

ในบทวิเคราะห์จากธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เมื่อวันที่ 29 กันยายน คณะนักวิเคราะห์ซึ่งนำโดย โรบิน สิง (Robin Xing) กล่าวว่า ยังมีพื้นที่สำหรับการแรลลี่เชิงยุทธวิธีอีก 10% ในระยะเวลาอันใกล้นี้ 

“หากเศรษฐกิจมหภาคสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้และเงินฝืดได้สำเร็จ ด้วยมาตรการกระตุ้นเชิงนโยบาย และการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ฟื้นตัว โดยที่การบริโภคภาคเอกชนกลับมามีแนวโน้มเร่งตัวอีกครั้ง เราก็คาดว่าระดับดัชนีตลาดโดยรวมจะปรับตัวขึ้นอีก และเชื่อว่าหุ้นในเซ็กเตอร์สินค้าที่มีสัดส่วนการบริโภคภายในประเทศมากกว่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด และจะทำผลงานดีกว่า”  นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ วิเคราะห์