เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

ถอดบทเรียนภัยน้ำท่วมใหญ่ ธุรกิจประกันจ่อทบทวนเงื่อนไขรับประกัน

04 ต.ค. 2567 | 16:46น.
นางสาววสุมดี วสีนนท์

ถอดบทเรียนภัยน้ำท่วมใหญ่ คปภ. กางนโยบายเร่งสร้างความตระหนักรู้คนไทยใช้ประกันภัยบริหารความเสี่ยง พร้อมยกระดับตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านประกันรับมือภัยพิบัติในประเทศ ด้าน “สมาคมประกันวินาศภัยไทย” ชี้ธุรกิจต้องทบทวนเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ประกันใหม่จากความเสี่ยงเปลี่ยน พร้อมแนะทำประกันเพื่อโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกันดูแล หลังความเสียหายทางเศรษฐกิจสูง แต่เรียกร้องเคลมประกันต่ำ

วันที่ 4 ตุลาคม 2567 นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวในงานเสวนา ”สร้างการตระหนักรู้เพื่อรับมืออุทกภัยในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน“ ในหัวข้อเรื่อง ”อุตสาหกรรมประกันภัย และบทบาทในการบริหารความเสี่ยงเพื่อรับมือภัยน้ำท่วม“ ว่า การเกิดน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยเมื่อเทียบเหตุการณ์ในอดีตกับปีปัจจุบันจะมีอยู่ 3 สาเหตุหลักที่คล้ายคลึงกันคือ 1. น้ำฝน 2. น้ำเหนือ และ 3. น้ำหนุน

ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554

โดยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ความรุนแรงส่งผลกับระบบเศรษฐกิจไทย คิดเป็นประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท เป็นความเสียหายที่ได้รับความคุ้มครองจากการประกันภัย 4.9 แสนล้านบาท ฉะนั้นจะเห็นว่า Gap ของความเสียหายของประเทศกับที่ได้รับความคุ้มครองจากการประกันภัยห่างกันมาก

และครั้งนั้นเป็นลักษณะน้ำท่วมขังอยู่เป็นเดือน ๆ และพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นนิคมอุตสาหกรรมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นส่งผลต่อความเสียหายทางเศรฐกิจไทยค่อนข้างมาก ภาครัฐเองมีความกังวลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ต่างชาติลงทุนในประเทศไทย โดยเวลานั้นรัฐบาลมีการแก้ไขปัญหาในหลายมิติคือ เจรจากับผู้ลงทุนญี่ปุ่น และในส่วนของประกันภัย ผู้เสียหายหนักเวลานั้นคือบริษัทที่รับประกันโรงงานญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทประกันสัญชาติญี่ปุ่น รวมถึงบริษัทประกันชั้นนำของไทยและยุโรปด้วย

ตอนนั้น คปภ. กังวลความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงของประเทศไทย สิ่งที่ คปภ. ดำเนินการมีหลายมิติคือ 1. เจรจากับบริษัทประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์) ให้ยังคงต้องรับประกันภัยในประเทศไทย แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือ จะขอขึ้นเบี้ยประกันจาก 0.5% มาเป็น 15% หรือบางบริษัทขอถอนตัวจากการรับประกันในประเทศไทยไปเลย และ 2. เจรจาบริษัทประกันญี่ปุ่นต้องมีกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้รวดเร็วกับ

และสำคัญที่สุดคือรัฐบาลไทยจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติ มูลค่ากองทุน 50,000 ล้านบาท โดยความคาดหวังของการตั้งกองทุนเวลานั้นคือ ทำให้รีอินชัวเรอร์มั่นใจว่าประเทศไทยมีมาตรการรองรับ และภายใน 1 ปีหลังจัดตั้งกองทุนก็สามารถดึงเบี้ยประกันภัยต่อที่เคยขึ้นไปถึง 15% กลับมาสู่ภาวะปกติได้ และบริษัทประกันภัยต่อสามารถเข้ามารับประกันภัยทั้งหมดต่อไปได้ และการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดก็เกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และภาคธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการตามปกติภายในระยะเวลาที่กำหนด

คปภ. เร่งสร้างความตระหนักรู้คนไทยเรื่องประกัน

นางสาววสุมดี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดีในอนาคต คปภ. ต้องมาพูดคุยมากขึ้นว่าการตระหนักรู้การใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจากสถิติปี 2554 จะเห็นว่ามีการทำประกันแค่ 1 ส่วน 4 เท่านั้นของความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งประเทศ และปี 2567 ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย รอบละ 30,000 ล้านบาท รวม 60,000 ล้านบาท แต่สถิติเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่ำมาก ไม่ถึง 1,000 ล้านบาท (ข้อมูลสิ้นเดือน ก.ย. 2567) ดังนั้นการสร้างการตระหนักรู้เรื่องการทำประกันภัยคงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งต้องใช้ดาต้าและเทคโนโลยีเข้ามาเสริม

ซึ่งตอนนี้ คปภ. มีข้อมูลที่เรียกว่าระบบฐานข้อมูลกลางด้านประกันภัย (IBS) ที่จะตรวจสอบได้ว่ามีการทำประกันประเภทไหนบ้าง ซึ่งดูข้อมูลได้เชิงลึกถึงระดับหมู่บ้าน ดังนั้นการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันกับพื้นที่แนวโน้มที่จะเกิดภัยต่าง ๆ ก็เป็นเรื่อเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ นอกจากนี้ต้องร่วมมือกับภาครัฐอื่น ๆ อีกมากในการลงทุนไปสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องนี้

Advertisement

นางสาววสุมดี วสีนนท์

ยกระดับตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านประกันรับมือภัยพิบัติ

“สำหรับน้ำท่วมพื้นที่ภาคเหนือในปี 2567 คปภ. ตื่นตัวมากและมีการเตรียมความพร้อมอยู่ในระดับหนึ่ง โดยมีศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยในจังหวัดต่าง ๆ และได้รับความร่วมมือที่หลั่งไหลมาจากภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในทันที หลังจากนั้นได้ยกระดับความช่วยเหลือระดับจังหวัดเป็นระดับประเทศ โดยตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการประกันภัยเพื่อบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ และมีมาตรการติดต่อประสานงานกับบริษัทประกันภัยทุกแห่งในเรื่องการเตือนภัยระดับจังหวัด

รวมถึงมีมาตรการการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันให้กับผู้ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม และออกคำสั่งให้บริษัทประกันสามารถชดใช้ภัยธรรมชาติได้ก่อนคือมูลค่า 20,000 บาท ในกรณีเป็นกรมธรรม์อัคคีภัย และ 10,000 บาท กรณีเป็นกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ ซึ่งสามารถช่วยประชาชนในเบื้องต้นได้มาก” นางสาววสุมดี กล่าว

ธุรกิจประกันจ่อทบทวนเงื่อนไขรับประกัน

ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เป็นลักษณะที่น้ำค่อย ๆ ไหลมา ซึ่งยังส่งสัญญาณให้คนขนของย้ายรถหนีได้ทัน ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้สะท้อนความเสียหายทั้งหมด เมื่อเทียบกับปัจจุบันซึ่งเป็นน้ำท่วมฉับพลัน (flash flood) อย่างไรก็ดีจากปี 2554 ธุรกิจประกันวินาศภัยได้เรียนรู้ในการดู flood zone ว่าเป็นอย่างไรเพื่อนำมาพิจารณาแนวทางรับประกัน

แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันต้องยอมรับว่าการพิจารณา flood zone เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ อาจต้องดูไปถึงเขตพรมแดนโดยต้องร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะจะเห็นว่าน้ำท่วมรอบนี้ไหลผ่านมาจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย รวมถึงจากความรุนแรงของพายุที่เกิน 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง ต่อไปจะเหมือนกลายเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ภัยน้ำท่วมรอบนี้เป็นลักษณะน้ำที่มาพร้อมกับโคลน ดังนั้นต่อไปการพิจารณารับความเสี่ยงกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันอาจจะไม่เหมือนเดิม

”เมื่อก่อนนี้บอกว่ารถน้ำท่วม เอารถไปล้างทำความสะอาด ซ่อมได้ วันนี้รถติดโคลนอยู่เอาออกไม่ได้ และในรถก็มีโคลนด้วย หรือซ่อมบ้าน เดิมแค่ซ่อมสีปรับปรุง แต่วันนี้บ้านพักอาศัยไม่ได้ อาจต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการหาที่พัก เอาโคลนออก นี่คือความเสียหายที่มันเปลี่ยนไป ทำให้การออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันนับจากนี้ คงต้องเปลี่ยนไปด้วย“ ดร.พงษ์ภาณุ กล่าว

ทั้งนี้จากความเสียหายทางเศรษฐกิจที่สูง สวนทางการเรียกร้องเคลมสินไหมจากประกันภัยที่ต่ำ สะท้อน Protection Gap สูงมาก ดังนั้นในภาคสมาคมเองต้องพยายามเข้าไปให้ความรู้ประชาชน ให้ใช้เครื่องมือประกันภัยเป็นการโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกันภัย

ซึ่งการพูดคุยกันในวันนี้แค่ภัยน้ำท่วม ยังไม่ได้มองถึงภัยแล้งและไฟไหม้ หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ต้องเน้นย้ำว่ากรมธรรม์อัคคีภัย คุ้มครองทั้งเรื่องไฟไหม้และขยายเรื่องน้ำท่วมด้วย ซึ่งตรงนี้ประชาชนอาจจะยังไม่ค่อยทราบกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจประกัน น้ำท่วม