Skip to content

ตลาดหุ้นจีนรีบาวนด์ หนุนผลตอบแทนกองทุนฟื้น

05 ต.ค. 2567 | 09:31น.
ตลาดหุ้นจีนรีบาวนด์ หนุนผลตอบแทนกองทุนฟื้น

ตลาดหุ้นจีนกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังทางการจีนประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ ส่งผลให้กองทุนหุ้นจีนเริ่มกลับมาน่าสนใจ

โดย “วิศกรณ์ คีรีวรรณ” ผู้อำนวยการ Investment Strategist ฝ่าย Wealth Products & Strategy บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า หุ้นจีนเริ่มกลับมาน่าสนใจมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมา Valuation ของตลาดหุ้นจีน ดัชนี MSCI China AII Shares อยู่ในระดับที่ถูกมาก อยู่ในระดับ -1.25 S.D. ในรอบ 5 ปี ขณะที่การเติบโตของกำไรหุ้นจีน ในปี 2566-2567 ถูกปรับขึ้น แต่ที่เป็นปัญหาคือ หุ้นจีนไม่ได้ปรับขึ้น ทำให้กำไรไม่ได้สูงนัก แต่ปัจจุบันตลาดหุ้นจีนเริ่มปรับตัวขึ้นได้แล้ว ทำให้ในระยะสั้นสามารถกลับมาลงทุนได้

“ใครที่มีหุ้นจีนอยู่ ต้องบอกว่าพัฒนาการเริ่มดีขึ้นในแง่การลงทุน หากยังไม่รีบขายก็สามารถถือได้ ส่วนนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในระยะสั้นสามารถลงทุนได้ แต่สิ่งสำคัญควรต้องจำกัดสัดส่วนการลงทุนหุ้นจีน 5-10% แม้จะเห็นการกลับมาฟื้นขึ้นของหุ้นจีน แต่ในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ ยังคงมีความเสี่ยงเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ แนะนำให้ลงทุนในหุ้นจีน All Shares ผ่านการลงทุนในกองทุน K-CHINA-A(A) ซึ่งเน้นลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต และมีคุณภาพสูง”

ขณะที่ “ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จิตตะ เวลธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนราคาถูกมากแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมา นักลงทุนรอความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจ และรอมาตรการกระตุ้น ซึ่งนับจากต้นปีนี้มา จีนมีมาตรการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งล่าสุดเป็นการกระตุ้นครั้งใหญ่ ทำให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นมากขึ้น

“หุ้นจีนถูกมากแล้ว นักลงทุนหลายคน รวมถึงกองทุนต่างประเทศจ้องว่า จะลงทุนจังหวะไหนดี พอมีจังหวะ นักลงทุนก็เริ่มมา อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนที่จะเข้าช่วงนี้ให้ระวัง อาจเกิดการ Cover Short จากหุ้นจีนหลายตัวถูก Short ไว้เยอะ พอมีมาตรการกระตุ้น คนที่ Short ไว้จึงกลับมาซื้อ ทำให้เป็นแรงซื้อมหาศาลช่วงนี้”

ทั้งนี้ บลจ.จิตตะ เวลธ์ แนะให้รองบการเงินไตรมาส 3/2567 ที่จะประกาศออกมา อาจเป็นจุดพลิกตลาดหุ้นจีนให้กลับมาเป็นขาขึ้นได้ นอกจากนี้ หากมองในเชิงนโยบายภาครัฐ จีนน่าจะรอให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยก่อน เพื่อลดความเสี่ยงเงินทุนจะไหลเข้าสหรัฐ ซึ่งเมื่อเฟดลดดอกเบี้ย จีนก็จะออกมาตรการต่าง ๆ ตามมาได้

“จีนยังมีกระสุนอีกเยอะ สามารถเล่นมาตรการการเงินการคลังได้อีก ถ้าแนวโน้มเฟดเป็นดอกเบี้ยขาลง จีนน่าจะมีมาตรการใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงตลาดหุ้นเรื่อย ๆ”

กราฟฟิก ตลาดหุ้นจีนฟื้น

“ตราวุทธิ์” กล่าวว่า “จิตตะ เวลธ์” เน้นการลงทุนตลาดหุ้นจีนมาตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากเห็นว่าราคา Valuation ที่ถูก และหุ้นจีนปรับตัวลงมาตั้งแต่ปี 2564-2566 เป็น 3 ปีที่ติดลบ และจากสถิติ 10 ปี ตลาดหุ้นจะลงเพียง 3 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 4 จึงมองว่าจะปิดบวกได้ ทั้งดัชนีจีนและฮ่องกง ดังนั้นน่าจะเป็นขาขึ้นได้ยาว

“แนะนำว่า หากอยากป้องกันความเสี่ยงให้ลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐ แล้วแบ่งสัดส่วนมาลงทุนที่ตลาดหุ้นจีน พอร์ตจีนควรอยู่ที่ 20-30% ของพอร์ตรวม”

ฟาก “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการลงทุนในฝั่งตลาดหุ้นจีนอยู่หลายกองทุน จากเดิมที่ค่อนข้าง Underperform แต่ผลตอบแทนต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) เริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะล่าสุดตลาดหุ้นจีนรีบาวนด์กลับมา หลังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่

“เรามีกองทุนที่ลงใน China A-shares ค่อนข้างที่จะ Underperform ส่วนตัวที่ขึ้นแรงจะเป็น China H-shares และมีลงใน China Tech, ไชน่า คอนซูเมอร์ โดยหลังจากที่จีนออกมาตรการกระตุ้น กลุ่มคอนซูเมอร์และเทคโนโลยีก็ดีดตัวขึ้นแรงกว่าตลาด”

อย่างไรก็ดี บลจ.ทิสโก้ยังไม่มีแผนออกกองทุนหุ้นจีนเพิ่ม เนื่องจากมีกองทุนจีนมากแล้ว สำหรับผู้ลงทุนที่ลงทุนน้ำหนักในจีนค่อนข้างสูง เป็นโอกาสดีที่จะขายออกมาบ้าง เพื่อลดความเสี่ยง แต่ยังไม่แนะนำขายทั้งหมด เนื่องจากทิศทางรัฐบาลจีนค่อนข้างชัดเจนที่จะขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ และห่วงภาวะเงินฝืด จึงออกมาตรการต่าง ๆ ซึ่งตลาดมองว่าจะมีมาตรการออกมาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสไปต่อได้

“นักลงทุนที่ถือหุ้นจีนเยอะสามารถขายเพื่อลดความเสี่ยงได้ แต่หากไม่ได้มีในปริมาณสูงมาก แนะนำให้ยังถือต่อไปได้ ส่วนนักลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นจีน มองว่าราคาปัจจุบันก็ยังไม่ได้แพงมาก สามารถเข้าซื้อได้”