เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เชียงใหม่สูญ 5 พันล้าน ท่องเที่ยวพัง-ทุบอสังหาฯ ครม.เคาะจ่าย 9,000/หลัง

09 ต.ค. 2567 | 07:02น.
flood

flood

ครม.ปรับวิธีเยียวยาน้ำท่วม แจกครัวเรือน 9,000 บาทเท่ากันทั้งหมด นายกฯอิ๊งค์ให้ทุกภาคส่วนช่วยแก้ปัญหาภาคเหนือและทุกจังหวัด มั่นใจไม่ท่วมกรุงเทพฯเหมือนปี 2554 ด้านเชียงใหม่อ่วมหนักกระทบภาพรวมเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวคาดสูญเสียราว 5 พันล้านบาท เร่งฟื้นฟูเมืองรองรับการท่องเที่ยว 2 เดือนสุดท้ายของปี จี้รัฐอัดเงินกู้อุ้มกลุ่มเอสเอ็มอี ขณะที่ภาคอสังหาฯกังวลคนไม่มาซื้อบ้านหลังเกษียณที่เชียงใหม่เหมือนในอดีต

เยียวยา 9 พันทุกครัวเรือน

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน 2567 โดยกรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำท่วมฉบับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหายหรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ให้ความช่วยเหลืออัตราเดียว ครัวเรือนละ 9,000 บาท

จากเดิมที่มติ ครม.เมื่อ 17 กันยายน 2567 เห็นชอบในการอนุมัติงบฯกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 3,045 ล้านบาท ในการเยียวยาน้ำท่วมเป็น 3 กรณี จ่ายแบบขั้นบันไดตามระยะเวลาการท่วมขังตั้งแต่ 1 วัน ถึง 60 วันขึ้นไป โดยเยียวยาครัวเรือนละ 5,000-9,000 บาท

4-5 วันเชียงใหม่กลับคืนปกติ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย รายงานเรื่องของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ส่วนหน้า ว่าจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่วางกรอบไทม์ไลน์ในการปฏิบัติงานตามหน้าที่รับผิดชอบ ทุกหน่วยงานได้รายงานผลว่าทุกอย่างที่ลงไปในพื้นที่จะเสร็จตามกรอบเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับข้อกังวลเรื่องน้ำจากจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มลดลงแล้ว ภายใน 4-5 วันนี้คิดว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ ส่วนจังหวัดลำปางและลำพูน น้ำจากจังหวัดเชียงใหม่จะลงไป แต่ก็ไม่ได้ท่วมเยอะ เพราะน้ำเคลื่อนตัวไปลงที่เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และแม่น้ำโขงด้วย ฉะนั้นเราส่งกำลังไปดูแล เตรียมพร้อมไว้แล้ว ขอให้ชาวจังหวัดลำปาง และลำพูนสบายใจ

ยันไม่ท่วม กทม.เหมือนปี’54

นางสาวแพทองธารกล่าวอีกว่า ส่วนของกรุงเทพมหานคร อย่างที่เคยแจ้งไปครั้งที่แล้วน้ำจะไม่ท่วมรุนแรงเหมือนปี 2554 แน่นอน ตอนนี้แม่น้ำเจ้าพระยายังสามารถรับน้ำได้อีกเยอะ ซึ่งเมื่อปี’54 เหลือพื้นที่แค่ 1,000 กว่าลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้เหลือ 6,000 กว่าลูกบาศก์เมตร

ฉะนั้นยังไม่ต้องกังวล เราวางแผนจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ คุยกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รวมถึงในพื้นที่ท้ายเขื่อนด้วย

นัดถกวางระบบน้ำทั้งประเทศ

การปล่อยน้ำจะพยายามไม่ให้กระทบกับประชาชน ซึ่งเราได้มอนิเตอร์เรื่องนี้ตลอด และต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือในด้านของอุปกรณ์ อาหาร ยานพาหนะต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งพร้อมหมด หลังจากนี้จะนัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (คอส.) เพื่อติดตามความคืบหน้า แล้ววางแผนในการป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งระบบ

“วันที่ 15 ตุลาคม หลังกลับจากการประชุมที่ สปป.ลาว จะวางเรื่องของคณะกรรมการและคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการวางระบบน้ำทั้งระบบของทั้งประเทศ” นายกฯกล่าว

ชงซอฟต์โลนสัปดาห์หน้า

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่นั้น เรามีมาตรการอยู่แล้ว แต่การของบประมาณไม่น่าจะทันสัปดาห์นี้ แต่กำลังรวบรวม ซึ่งที่จังหวัดเชียงรายมีข้อมูลอยู่แล้ว โดยจะใช้ที่ ครม.พิจารณารอบแรกก่อน ส่วนการเยียวยาปล่อยกู้ซอฟต์โลนต่าง ๆ จะนำส่งเข้าที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า

เชียงใหม่วอนรัฐเร่งเยียวยา

นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักกว่าปี 2554 ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนธุรกิจ ที่ผ่านมากลุ่มเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบเรื่องต้นทุน อาทิ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันอยู่แล้ว พอมาประสบปัญหาน้ำท่วมการจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการฟื้นฟูธุรกิจยาก และดอกเบี้ยค่อนข้างสูง อีกทั้งหลังจากน้ำท่วม ภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่คงไม่ดีนัก คาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูให้กลับมาอย่างเร็วสุดประมาณ 1 เดือน

ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการมาตรการเยียวยาให้เร็วที่สุด เช่น การพักชำระหนี้ การช่วยเหลือต่าง ๆ เพราะขณะนี้ใกล้จะเข้าช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว หากยังไม่สามารถฟื้นเมืองรับนักท่องเที่ยวได้จะยิ่งมีปัญหา เพราะช่วงต้นปีอาจมีฝุ่น PM 2.5 ตามมาด้วย

กระทบท่องเที่ยว-อสังหาฯ

ปกติช่วงฤดูฝนจะโปรโมตว่าเป็นช่วง Green Season ของเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาจะเห็นภาพความเขียวขจีของเชียงใหม่ แต่ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทั้งเมืองครั้งนี้ที่ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นภาพออกสู่สายตาชาวโลก ทำให้นักท่องเที่ยวมองว่าช่วงนี้ไม่ควรเข้ามาเมืองเชียงใหม่ จึงเป็นเรื่องที่กระทบระยะยาว

เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่อไป นอกจากนี้อาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เพราะการปล่อยกู้กับภาคอสังหาฯค่อนข้างยากอยู่แล้ว ยิ่งมาประสบกับสถานการณ์น้ำท่วมจะได้รับผลกระทบโดยตรง ต่อไปคนจะซื้อที่อยู่อาศัยอาจจะพิจารณาหาจังหวัดอื่นที่ไม่เกิดอุทกภัย

หอค้าฯห่วงหนี้เอสเอ็มอี

นายปรกฤษฎิ์ สายหัสดี กรรมการเลขาธิการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สมาชิกของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี สัดส่วนมากถึง 80% ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ คาดว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอยู่ที่ราว 600 ล้านบาท

ที่น่ากังวลคือการชำระหนี้สินเดิมกับสถาบันการเงินอาจถูกแช่แข็ง จึงอยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินทั้งระบบ เพื่อให้ธุรกิจสามารถไปต่อได้ และผลกระทบที่น่าเป็นกังวลอีกด้านคือความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นไปได้ว่าการลงทุนอาจมีแนวโน้มชะลอตัว และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจะยากขึ้น

ทั้งฝุ่นควัน-น้ำท่วมทุบอ่วม

ผศ.ดร.ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์ ผู้ช่วยอธิการบดี และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จะทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบหลายด้าน ได้แก่ ภาคท่องเที่ยว ภาคการเกษตร และภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านการลงทุนอาจมีการย้ายฐานการผลิตเพื่อกระจายความเสี่ยง

ขณะนี้เชียงใหม่มีเครื่องจักรอย่างเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ คือการท่องเที่ยวที่ยังเป็นความหวัง แต่เมื่อภาพของเชียงใหม่ถูกมองว่าเป็นเมืองที่มีภัยพิบัติเป็นฤดูกาล (Season) ชัดเจน คือ เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เป็นช่วง PM 2.5 ซึ่งถูกฟิกซ์อยู่ในการจดจำของต่างชาติเรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจเปลี่ยนแผนไม่มาท่องเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงนี้ ขณะเดียวกันเชียงใหม่อาจสูญเสียโอกาสด้านการท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝนที่มีความเสี่ยงอีกด้วยหรือไม่

คาดท่องเที่ยววูบ 5 พันล้าน

เม็ดเงินที่มีรายได้มากที่สุดจากภาคการท่องเที่ยวคือช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ซึ่งเดือนตุลาคมปีนี้ถือว่าได้สูญเสียรายได้ไปแล้ว 1 เดือน เพราะเป็นช่วงฟื้นฟูทำความสะอาดเมืองและซ่อมแซมอาคารต่าง ๆ หากดูตัวเลข GPP ต่อปีของจังหวัดเชียงใหม่ ภาพรวมรายได้การท่องเที่ยวทั้งระบบอยู่ราว 200,000 ล้านบาท เฉลี่ยไตรมาสละ 50,000 ล้านบาท คาดว่าอาจมีความเสี่ยงที่รายได้การท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายปีนี้อาจจะหายไปราว 10% ขึ้นอยู่กับการฟื้นฟูเมืองและการฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับมาได้เร็วแค่ไหน

“รัฐบาลควรออกมาตรการ Super Soft Loan สนับสนุนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน เพื่อนำเงินเข้ามาปลั๊กอิน (Plug-in) พยุงธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้ และเพื่อไม่ให้โอกาสทางธุรกิจหายไป ทั้งนี้ คาดว่าในระยะ 6 เดือนจากนี้จะมีผู้ประกอบการธุรกิจที่มีภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” ผศ.ดร.ไพรัชกล่าว

กังวลสูญเสียกลุ่ม “ลองสเตย์”

ผศ.ดร.ไพรัชกล่าวอีกว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจย้ายจังหวัดหรือย้ายประเทศเลยหรือไม่ เพราะเทรนด์คนรุ่นใหม่ไม่ได้ซื้อบ้านเพื่อผ่อนระยะยาว 20-30 ปี แต่จะเน้นการเช่า จึงมีความคล่องตัวสูงที่จะตัดสินใจอยู่หรือไป

นอกจากนี้ กลุ่มคนที่จะมาซื้อบ้านเพื่ออยู่หลังเกษียณที่เชียงใหม่ หรือกลุ่มลองสเตย์ที่อยากมาใช้ชีวิต ถือเป็นกลุ่มที่เข้ามาพยุงเศรษฐกิจเชียงใหม่ ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์และการจับจ่ายใช้สอย ก็อาจทำให้สูญเสียตลาดกลุ่มนี้มากขึ้นในอนาคตหรือไม่ ขณะที่ความเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่จะเหลือเดือนที่สามารถทำการท่องเที่ยวได้กี่เดือน ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องทำให้เมืองมีความน่าเชื่อถือขึ้นมาให้เร็วที่สุด

น้ำท่วม 2 รอบ-พัง 2 พันล้าน

นายพัลลภ แซ่จิว รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การประเมินผลกระทบความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคบริการท่องเที่ยว คาดว่าผลกระทบจากน้ำท่วมรอบแรก (25-28 ก.ย. 67) ราว 70 ล้านบาทต่อวัน รวมระยะ 4 วัน อยู่ที่ 280 ล้านบาท ซึ่งจากเดิมรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ราว 200 ล้านบาทต่อวัน

ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมรอบที่ 2 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ขยายพื้นที่เป็นวงกว้าง กระทบรายได้ของภาคบริการท่องเที่ยวราว 100 ล้านบาทต่อวัน และตลอดเดือนตุลาคมนี้จะเป็นระยะของการฟื้นฟูเมืองและภาคธุรกิจต่าง ๆ จึงคาดว่าน้ำท่วมรอบที่ 2 นี้ส่งผลให้สูญเสียรายได้ราว 2,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับรอบแรกจะอยู่ที่ราว 2,280 ล้านบาท

ภารกิจเร่งด่วนของจังหวัดเชียงใหม่และทุกภาคส่วนคือ การเร่งฟื้นฟูเมืองและฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับมาโดยเร็ว เพื่อให้ทันรับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น