เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องกล่าวหาคดีเงินทอนวัด ล็อต 3 ให้พนักงานสอบสวน-ผู้บังคับบัญชา

30 พ.ค. 2561 | 17:46น.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องกล่าวหาคดีเงินทอนวัด (ล็อต 3) ให้พนักงานสอบสวน และผู้บังคับบัญชา ดำเนินการตามมาตรา 89/2

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงข่าว
ต่อสื่อมวลชนว่า ตามที่กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจ สอบสวนกลางได้ส่งสำนวนการสอบสวนกรณีกล่าวหา นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวก ว่าทุจริตเงินงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 4 คดี ให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 ดังนี้

1. กรณีทุจริตงบประมาณโครงการเงินอุดหนุนอบรมคุณธรรม จริยธรรม สำหรับเด็กและ
เยาวชน ประชาชน และข้าราชการ เพื่อความมั่นคงของสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ ประจำปีงบประมาณ 2559 จำนวน 37,200,000 บาท ให้แก่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และกรณีทุจริตเงินงบประมาณโครงการศูนย์กลางการเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา ประจำปีงบประมาณ 2559 จำนวน 32,500,000 บาท ให้แก่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีนายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
เป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย

2. กรณีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ที่ได้อนุมติและ
จัดสรรให้แก่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประจำปีงบประมาณ 2557 จำนวน 10,000,000 บาท โดยมีนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งพระเมธีสุทธิกร และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย

3. กรณีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ที่ได้อนุมติและ
จัดสรรให้แก่วัดสัมพันธวงศาราม ประจำปีงบประมาณ 2557 จำนวน 5,000,000 บาท โดยมีนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย

4. กรณีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ที่ได้อนุมติและ
จัดสรรให้แก่วัดสามพระยา ประจำปีงบประมาณ 2557 จำนวน 5,000,000 บาท โดยมีนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้ง พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าสำนวนการสอบสวนที่กองบังคับการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ส่งมา เป็นกรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่เนื่องจากกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาบางรายในความผิดฐานฟอกเงิน

ซึ่งมีมูลฐานจากคดีความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาบางรายไว้แล้ว เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงมีมติส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป และส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชา ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาพิจารณาดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ ของรัฐดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา 89/2 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อไป