ญี่ปุ่น แท็กทีม สหพัฒน์ ชิงเกลือแร่ 6 พันล้าน
คอลัมน์ จับกระแสตลาด
ตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่คึกคักขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เมื่อ โพคารี่สเวท แบรนด์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ประกาศกระโดดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดนี้ที่มีมูลค่าตลาดรวมเฉียด 6,000 ล้านบาท แม้สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ด้วยอานิสงส์ของเทรนด์การออกกำลังกาย เล่นกีฬา เพื่อดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ผลักดันให้ตลาดเติบโต 10-15% อย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีแบรนด์ใหม่ ๆ ทยอยเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ โพคารี่สเวท ที่เคยชิมลางตลาดเมืองไทยมาระยะหนึ่ง ล่าสุดได้ตัดสินใจจับมือกับเครือสหพัฒน์ จัดตั้งบริษัท โอซูก้า นิวทราซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท โอซูก้า ฟาร์มาซูติคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น 90% บริษัท ไทยโอซูก้า จำกัด 5% บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 2.5% และบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) 2.5%
ทาคายูกิ คูชิดะ ประธานบริษัท โอซูก้า นิวทราซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า บริษัท โอซูก้า ฟาร์มาซูติคอล เป็นผู้ผลิตยาและเวชภัณฑ์จากญี่ปุ่น เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพในไทย จึงต้องการเข้ามาขยายตลาดในเซ็กเมนต์นี้มากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์แรกที่ได้ส่งลงตลาด คือ โพคารี่สเวท เครื่องดื่มกลิ่นซีตรัส ตอบโจทย์เรื่องความสดชื่น สำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกาย และรักสุขภาพ อายุ 25-44 ปี
เบื้องต้นจะใช้งบฯ 100 ล้านบาท สร้างการรับรู้แบรนด์ ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์ และการแจกสินค้าตัวอย่าง ก่อนที่จะมีแผนนำสินค้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอื่น ๆ เข้ามารุกตลาดเพิ่มในอนาคต
หากเทียบจากระดับราคาของเครื่องดื่มเกลือแร่ที่วางขายในท้องตลาดจะพบว่า โพคารี่สเวท จะเน้นไปในกลุ่มพรีเมี่ยม ด้วยราคาขายที่สูงถึง 30 บาท (500 มล.) ขณะที่ช่วงราคาหลักของเกลือแร่ส่วนใหญ่ในตลาดจะอยู่ที่ขวดละ 10 บาทเท่านั้น เช่นเดียวกับ ทิปโก้ เวฟ เครื่องดื่มเกลือแร่จากค่ายน้ำผลไม้รายใหญ่ ทิปโก้ ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ชูจุดขายแร่ธาตุธรรมชาติ บลูไบโอ สร้างความแตกต่าง ในราคา 30 บาท (500 มล.) เช่นกัน
กิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ระบุถึงช่องว่างของตลาดในกลุ่มพรีเมี่ยม ที่ยังไม่มีใครลงไปจับเซ็กเมนต์ของแร่ธาตุจากธรรมชาติ และความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์เช่นนี้มีเพิ่มมากขึ้น จากไลฟ์สไตล์การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา ฯลฯ ที่ทำให้ตลาดเกลือแร่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่แบรนด์สปอนเซอร์ จากค่ายชูกำลังกระทิงแดง ผู้นำตลาดด้วยมาร์เก็ตแชร์กว่า 80% ยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมในช่องทางออฟไลน์ ออนไลน์ รวมถึงกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลักในงานกีฬาต่าง ๆ อาทิ งานวิ่งมาราธอน, การแข่งขันบาสเกตบอล ฯลฯ และมีการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์แบบกระป๋องขนาด 240 มล. ราคา 10 บาท เพิ่มอีก 2 รสชาติ เพื่อเสริมทัพกับขวดแก้วซึ่งเป็นไลน์อัพหลักเมื่อไม่นานมานี้
และล่าสุด สปอนเซอร์ยังแตกไลน์โปรดักต์ใหม่ ไลฟ์ บาย สปอนเซอร์ เครื่องดื่มสปาร์กลิ่งผสมวิตามินมาช่วยเสริมทัพ รุกเจาะคนรุ่นใหม่เพิ่มอีกแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงแรกไลฟ์ บาย สปอนเซอร์ เปิดตัว 2 รสชาติ คือ กลิ่นซีตรัส และกลิ่นเลมอน ไลม์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ซ่า มีวิตามิน ในบรรจุภัณฑ์ขวดพีอีที ขนาด 440 มล. ราคา 16 บาท เน้นการสื่อสารผ่านออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ ร่วมกับกลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ สร้างการจดจำผ่านดารา นักแสดง ที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ เป็นตัวแทนสื่อสารกับทาร์เก็ตที่เป็นคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น ที่ชอบทำกิจกรรม ท่องเที่ยว ใช้ชีวิต ฯลฯ
รวมถึงกลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง ฉีกแนวจากการทำตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ทั่วไปที่มักจะใช้สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งเป็นหลัก โดยเข้าไปสนับสนุนงานเทศกาลดนตรี Wet & Wild Festival 2017 ภายใต้กิจกรรม Life by Sponsor presents Paradise Foam Party Stage ในช่วงต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาหรือในช่วงก่อนหน้านี้ เป๊ปซี่ ก็ออกมาปรับโฉม เกอเตอเรด ใช้พรีเซ็นเตอร์นักกีฬาแถวหน้าของโลก เช่น ลิโอเนล เมสซี่ เซเรน่า วิลเลียมส์ และอเล็กซิส ซานเชซ ตอกย้ำการรับรู้อีกทาง
นอกจากการสร้างแบรนด์ ปรับโฉม ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดแล้ว โปรโมชั่นเองก็เป็นส่วนสำคัญสำหรับการแข่งขันในตลาดนี้ โดยที่ผ่านมาจะพบว่าแต่ละแบรนด์มีการลดราคาในช่องทางค้าปลีก เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น ฯลฯ เป็นระยะ ๆ หรือมีแคมเปญลุ้นชิงโชค รถยนต์ ทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นยอดขายกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะ 100 พลัส จากค่ายไทยเบฟฯ ที่ทุ่มจัดแคมเปญแจกรถ และทริปท่องเที่ยว ยิงยาวตั้งแต่เดือน ก.พ.-พ.ค.ที่ผ่านมา
แต่ละแบรนด์จะซักเซสกันแค่ไหน ศึกครั้งนี้คงต้องวัดกันอีกยาว ๆ…