เผ่าภูมิ ประชุมบอร์ด Financial Hub ตั้งทีมยกร่างกม. ดึง 5 ธุรกิจการเงิน
เผ่าภูมิ โรจนสกุล
‘เผ่าภูมิ’ ประชุมบอร์ด Financial Hub นัดแรก จ่อตั้งอนุกรรมการยกร่างกฎหมายให้สิทธิประโยชน์ดึง 5 ธุรกิจการเงินต่างชาติตั้ง Head Quarter ในประเทศไทย หวังดึงดูดเม็ดเงินแบ่งแชร์จาก “สิงคโปร์-ดูไบ”
วันที่ 11 ตุลาคม 2567 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและยกร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งศูนย์กลางทางการเงิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันนี้จะประชุมคณะกรรมการ Financial Hub นัดแรก โดยจะมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายขึ้นมา ดำเนินการยกร่างกฎหมายขึ้นมา เพื่อสร้างแรงดึงดูดธุรกิจทางการเงินให้มาอยู่ในประเทศไทย
ซึ่งในรายละเอียดกฎหมายจะมีทั้งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ทั้งภาษีเงินได้บุคคล ภาษีนิติบุคคล และสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี ทั้งสินเชื่อ และเงินอุดหนุน รวมถึงการตรวจลงตรา การเข้าเมือง วีซ่า สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะทำเป็นแพ็กเกจ ครอบคลุม 4-5 ธุรกิจเป้าหมาย คือธุรกิจการเงิน (ไฟแนนซ์) ธุรกิจ Securities (มากกว่าหลักทรัพย์) ธุรกิจประกัน ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และธุรกิจสัญญาล่วงหน้า (Forward Contract) โดยจะมีคณะกรรมการพิจารณาให้ใบอนุญาต (ไลเซนส์)
“จะดึงต่างชาติ 5 ธุรกิจให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย แต่ไม่ทำธุรกิจแข่งกับแบงก์ไทย ต้องทำธุรกิจแข่งกับต่างประเทศ หรือลูกค้าที่เป็น Nonresident เพื่อไม่ให้แข่งกับแบงก์ไทย เพราะเราก็ไม่อยากให้แบงก์ไทยกระทบ แต่ขณะเดียวกัน เราก็อยากดึงเม็ดเงินตรงนี้เข้ามา สิ่งที่เราอยากได้คือ Head Quarter ซึ่งแบงก์ไทยก็สามารถขอไลเซนส์ตรงนี้ได้ด้วย ถ้าทำธุรกิจกับต่างชาติ”
ทั้งนี้ เมื่อกฎหมายยกร่างเสร็จ ก็จะเสนอ รมว.คลัง พิจารณาก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ต่อไป ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี
“เราอยากเห็นไทย เป็นเหมือนสิงคโปร์ เห็นไทยเป็นเหมือนดูไบ ในเรื่องของฮับการเงิน เราอยากเห็นบริษัททางการเงินต่าง ๆ แบงก์ใหญ่ต่าง ๆ มาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย เราอยากให้เงินถูกดูดเข้ามา แล้วผ่านออกไป มีการจับจ่ายใช้สอยเกิดขึ้น โดยเม็ดเงินเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น ดังนั้น ถ้าเราดึงแชร์บางส่วนจากสิงคโปร์ จากดูไบมาได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี”
รายงานแจ้งว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและยกร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งศูนย์กลางทางการเงินขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) ของโลก
โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เป็นประธานกรรมการ, ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ