Skip to content

“เซเว่น แอนด์ ไอ” ปรับโครงสร้างใหญ่ สลัดธุรกิจรอง โฟกัส 7-11

17 ต.ค. 2567 | 11:17น.
“เซเว่น แอนด์ ไอ” ปรับโครงสร้างใหญ่ สลัดธุรกิจรอง โฟกัส 7-11
คอลัมน์ : Market Move

เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ บริษัทแม่ของเชนร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วโลก กำลังมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังยักษ์ค้าปลีกตัดสินใจรื้อโครงสร้างองค์กรแบบลึกถึงฐานรากระดับเปลี่ยนชื่อบริษัท พร้อมปล่อยขายหุ้นในธุรกิจต่าง ๆ ที่ถืออยู่ออกไป เพื่อโฟกัสกับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทตามที่ผู้ถือหุ้นทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติเรียกร้องมาอย่างยาวนาน

สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสฯที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา “เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์” ประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ประเดิมด้วยลดสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจต่าง ๆ ในเครือนอกเหนือจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นลง

พร้อมกับเตรียมเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก “เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์” เป็น “เซเว่น-อีเลฟเว่น คอร์ปอเรชั่น” อย่างไรก็ตาม ยักษ์ค้าปลีกญี่ปุ่นย้ำว่าชื่อใหม่นี้ยังเป็นเพียงชื่อชั่วคราวสำหรับเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาในการประชุมสามัญที่จะจัดในเดือนพฤษภาคม 2025

โดยตามแผนนี้ เซเว่น แอนด์ ไอฯจะตั้งบริษัทตัวกลางขึ้นมาถือหุ้นของธุรกิจต่าง ๆ ของเซเว่น แอนด์ ไอฯ นอกเหนือจากร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งมีถึง 31 กลุ่มบริษัท อาทิ ธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต 2 แบรนด์ คือ อิโต-โยคาโด และยอร์ค เบนิมารุ, ร้านอาหารเดนนีส์, ร้านสินค้าของใช้ในบ้าน Loft, ร้านสินค้าเด็กทารก อะคะจัง ฮอนโปะและอื่น ๆ

นอกจากการผ่องถ่ายหุ้นไปยังบริษัทตัวกลางแล้ว ทั้ง 31 กลุ่มบริษัทจะปรับโครงสร้างใหม่ภายใต้บริษัทดังกล่าว ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 อีกด้วย

ขณะเดียวกัน เซเว่น แอนด์ ไอฯ มีแผนจะขายหุ้นบางส่วนของบริษัทตัวกลางให้กับพันธมิตรนักลงทุนที่คัดเลือกมา ก่อนจะเปิดรับคำเสนอราคาซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทตัวกลางนี้เป็นการทั่วไปในช่วงปลายปี 2024 นี้ หลังเมื่อเดือนเมษายน ยักษ์ค้าปลีกมีแผนนำธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตอิโต-โยคาโด เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น (IPO)

ด้าน “ริวอิจิ อิสะกะ” อธิบายความเปลี่ยนแปลงทั้งการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนชื่อบริษัทในครั้งนี้ว่า การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมาย เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะโฟกัสกับธุรกิจร้านสะดวกซื้อให้ชัดเจนที่สุด

นอกจากนี้ ยักษ์ค้าปลีกยังวางแผนให้บรรดาธุรกิจรอง เปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นช่องทางดึงดูดพันธมิตรเชิงทางยุทธศาสตร์เข้ามาร่วมงานผ่านการถือหุ้นในธุรกิจเหล่านี้ เพื่อเสริมแกร่งยุทธศาสตร์สร้างการเติบโต โดยพันธมิตรทางยุทธศาสตร์นี้อาจรวมถึงการร่วมลงทุนจากครอบครัวผู้ก่อตั้งเซเว่น แอนด์ ไอฯด้วย

อย่างไรก็ตาม เซเว่น แอนด์ ไอฯ ปรับคาดการณ์รายได้สุทธิของปีงบฯ ปัจจุบันที่จะสิ้นสุดกุมภาพันธ์ 2025 ลงถึง 44% เป็น 1.63 แสนล้านเยน หรือประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้น้อยกว่ารายได้สุทธิของปีงบฯ ก่อนหน้าถึง 27% การปรับนี้สวนทางกับคาดการณ์เดิมที่ยักษ์ค้าปลีกประเมินว่ารายได้สุทธิจะเติบโต 30% เป็น 2.93 แสนล้านเยน

หลังช่วง 6 เดือนแรกของปีงบฯนี้บริษัทมีรายได้สุทธิ 5.2 หมื่นล้านเยน ลดลง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้จะทำรายได้จากการดำเนินงานได้ถึง 6 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 8.8% ก็ตาม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เซเว่น แอนด์ ไอฯ ถูกผู้ถือหุ้นกดดันอย่างหนักให้เริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างธุรกิจ เนื่องจากเชื่อว่ามูลค่าของบริษัทนั้นต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมีธุรกิจในเครือหลากหลายมากเกินไป ซึ่งแรงกดดันนี้เพิ่มขึ้นอีกเมื่อถูกอาลีมองตาซิยง คูช-ตา (Alimentation Couche-Tard) ยักษ์ค้าปลีกสัญชาติแคนาดา ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ด้วยมูลค่าประมาณ 38,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ เซเว่น แอนด์ ไอฯ จะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวด้วยเหตุผลว่า เป็นมูลค่าที่ต่ำกว่าศักยภาพทางธุรกิจและโอกาสการเติบโตในอนาคตของบริษัท แต่ยักษ์ค้าปลีกสัญชาติแคนาดา ยั่งยืนข้อเสนอใหม่อีกครั้งด้วยเม็ดเงินสูงกว่าเดิมอีกมากกว่า 20% เป็นประมาณ 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดย “ริวอิจิ อิสะกะ” ระบุว่า จะหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของคูช-ตา กับสมาชิกคณะกรรมการพิเศษ เพื่อให้ได้มุมมองที่เป็นกลางเกี่ยวกับข้อเสนอใหม่นี้