เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชู 4 กลยุทธ์หลัก โปรดักต์-เซอร์วิส-การขาย และสร้างแบรนด์ ผลักดันประเทศไทยสู่ฮับพวงมาลัยขวาระดับโลก เล็งลงทุนเพิ่มด้านการผลิตอีกเท่าตัว ลั่นบิ๊กอีเวนต์ปลายปีมอเตอร์เอ็กซ์โปมีรถใหม่ให้เลือกช็อปอีกหลายรุ่น
นายปาร์คเกอร์ ฉี ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางสำหรับการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาสู่ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก โดยบริษัทจะขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย 4 ด้าน ได้แก่ กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์, กลยุทธ์ด้านบริการหลังการขาย, กลยุทธ์ด้านการขาย และกลยุทธ์ด้านการสร้างแบรนด์
“ภายใต้สถานการณ์ในตลาดรถยนต์ที่แข่งขันสูงอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย รวมถึงความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ทั่วโลก เชื่อว่าการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำหรับการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาของเกรท วอลล์ มอเตอร์ จะช่วยตอกย้ำการเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำระดับโลกได้”
ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ฯ ได้ลงทุนในประเทศไทยไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท และจะเพิ่มการลงทุนเป็นสองเท่า หรือกว่า 23,000 ล้านบาท เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและมั่นคงร่วมกัน
“เกรท วอลล์ฯ ตั้งเป้ายอดขายในต่างประเทศที่ 1 ล้านคัน ภายในปี 2573 นี้ โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2567 เราทำยอดขายในตลาดต่างประเทศได้ถึง 316,000 คัน เติบโตจากปีที่แล้วถึง 22.17%”
ทั้งนี้ในปี พ.ศ. 2568 เกรท วอลล์ฯ เตรียมเปิดตัว HAVAL H6 HEV และ PHEV ไมเนอร์เชนจ์ รวมถึง GWM TANK ในเครื่องยนต์ดีเซล ภายในงาน Motor Expo 2024 ปลายปีนี้
ก่อนหน้านี้นายเจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ เคยให้ความมั่นใจหลังยอดขายทรุดลงต่อเนื่อง ประกอบกับผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทย อย่างณรงค์ สีตลายน ลาออกว่า เกรท วอลล์ฯ ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์และสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
เป้าหมายก็เพื่อใช้ประเทศไทยเป็นยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียนและตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน โดยได้ชูกลยุทธ์ 3 ด้าน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ได้แก่
การปรับกลยุทธ์การวางแผนผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาจำหน่าย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าชาวไทย รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Powertrain) อันหลากหลายเข้าสู่ตลาด และจะลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และใช้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีคุณภาพในประเทศให้มากขึ้น
2.ด้านบริการหลังการขายนั้นจะมีการยกระดับมาตรฐานศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีผ่านโครงการ “Certified Body and Paint” โดยมีพาร์ตเนอร์สโตร์ จำนวน 6 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ผ่านการรับรองจากเกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อมอบความมั่นใจในคุณภาพงานซ่อมให้กับลูกค้า และมีแผนที่จะขยายโครงการดังกล่าวไปยังจังหวัดต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศอีกด้วย
ส่วนด้านการบริหารจัดการอะไหล่บริษัทมีแผนในการสร้างโรงเก็บอะไหล่ขนาดใหญ่ในประเทศจีน เพื่อรองรับความต้องการอะไหล่จากตลาดต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย ทำให้การจัดส่งอะไหล่ที่ต้องนำเข้าจากประเทศจีนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
รวมถึงบริการส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการทั่วประเทศได้ภายใน 1 วัน อีกทั้งมีแผนในการขยายคลังเก็บอะไหล่ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์และรถรุ่นใหม่ ๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคต
3.การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายหลายราย ซึ่งเป็นผลจากภาวะการแข่งขันสูงและการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ แต่บริษัทยังคงเดินหน้าในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายในการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเกรท วอลล์ มอเตอร์ มีเครือข่ายผู้จำหน่ายทั้งสิ้น 71 แห่ง
โดยในปี 2567 นี้ จะมีการเปิดพาร์ตเนอร์สโตร์เพิ่มเติมไปแล้วถึง 11 แห่ง ทั้งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลและต่างจังหวัด และยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ