เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ชาวไร่มันฯขู่รัฐบาล พ.ย.นี้ เจอม็อบแน่ หลังราคาตก ร้องประกัน 2.70 บาท

20 ต.ค. 2567 | 14:07น.
รังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เ

รังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เ

ชาวไร่มันสำปะหลัง ร้องกระทรวงพาณิชย์ ออกมาตรการประกันราคารับซื้อหัวมันสด ไม่ให้ต่ำกว่า 2.70 บาทต่อกิโลกรัม ที่เชื้อแป้ง 25% คาดใช้งบประมาณจำนวน 21,000 ล้านบาท พร้อมออกมาตรการคู่ขนานยกระดับมันสำปะหลังไทย ขู่หากไม่พิจารณาออกมาตรการช่วยหลังราคาตก ภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2567 นี้ เจอม็อบเดือนพฤศจิกายนแน่

วันที่ 20 ตุลาคม 2567 นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ตุลาคม 2567 นี้ทางสมาคมฯ จะส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้พิจารณาทำโครงการประกันรายได้ กับสินค้ามันสำปะหลัง พร้อมออกมาตรการคู่ขนาน อย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำกว่า 2 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนของเกษตรกรอยู่ที่ 2.50 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากขณะนี้ กำลังเข้าสู่ฤดูกาลการขุด 2566/68 เพราะหากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการใดๆออกมา มองว่าราคามันสำปะหลังจะตกต่ำลงมากกว่านี้ กระทบต่อรายได้เกษตรกร และหากไม่มีการตอบรับจากรัฐบาล

ทางสมาคมฯ พร้อมจะรวบรวมเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 1,000 คน ใน 10 จังหวัดสำคัญที่ปลูกมันสำปะหลัง เช่น กำแพงเพชร กาญจนบุรี ปราจีนบุรีนครราชสีมา ชัยภูมิ เป็นต้น เคลื่อนขบวนมากรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้อง ขอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขและดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันฯ ซึ่งขณะนี้ ยังพบว่าการรับซื้อมันเส้นของจีน เฉลี่ยอยู่ที่ 220 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งถูกกดราคารับซื้อลง

ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลจะพิจารณาหามาตรการออกมาภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2567 นี้ หากไม่มีคำตอบใดๆเจอม็อบชาวไร่มันฯในเดือนพฤศจิกายนแน่

สำหรับเนื้อหาในหนังสือ ระบุว่า ขอเสนอโครงการประกันรายได้มันสำปะหลังพร้อมมาตรการคู่ขนาน อย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาราคา มันสำปะหลังตกต่ำ ให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือในปีฤดูกาลขุด 2567/68

เนื่องด้วยขณะนี้ถึงฤดูกาลขุดมันสำปะหลังส่วนมาก ออกสู่ตลาดแล้ว แต่ราคามันสำปะหลังทุกจังหวัดทั่วประเทศตกต่ำอย่างมาก ราคากิโลกรัมละ 1.40 -2.0 บาทเท่านั้น ที่เชื้อแป้ง 25% จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังจำนวน 53 จังหวัด เดือดร้อนมากต้องประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก

อีกทั้งยังมีปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดเกือบทั่วประเทศ ที่จะส่งผลกระทบการขาดแคลนท่อนพันธุ์ปลอดโรค ไว้ปลูกในปีต่อไปด้วย และจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังทั้งระบบ และจะเสียหายทางเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาทในปีต่อๆไป เกษตรกรต้องเลิกปลูกมันเพราะราคาตกต่ำ และขาดแคลนท่อนพันธุ์มัน โรงแป้ง และลานตากมันเส้นต้องเลิกกิจการอย่างแน่นอน ชาวไร่มันต้องหันไปปลูกอ้อย และพืชอื่นๆก็จะไปทำให้พืชอื่นล้นตลาดราคาตกต่ำอีกเช่นกัน

สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้เสนอแนวทางการแก้ไขราคามันสำปะหลัง มายังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ที่มีส่วนร่วมในการช่วยรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังในประเทศไม่ให้ตกต่ำ โดยไม่ต้องใช้เงินงบประมาณมาชดเชยราคาผลผลิตตกต่ำ ด้วยการให้กระทรวงพลังงานประกาศใช้นำมันพื้นฐานเป็น E20 E85 และยกเลิกน้ำมันเบนซินออกเทน 91,95 เพื่อให้ใช้เอทานอลภายในประเทศมากขึ้น

และขอให้กระทรวงการคลังแก้ไขประกาศ หรือระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่เดิมกำหนดให้เอทานอลที่กลั่นได้จะต้องใช้ผสมน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น ให้สามารถขายได้กับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆมากขึ้น เพื่อให้มันสำปะหลังสามารถนำมาผลิตเป็นเอทานอล ใช้ในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังในประเทศไม่ให้ตกต่ำได้อย่างยั่งยืน เพราะไม่ต้องพึ่งตลาดแป้งมัน และมันเส้น ต่างประเทศมากเกินไป

แต่ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือเสนอโครงการมายัง รัฐบาลและ 3 กระทรวงหลัก ไม่เคยสนใจจะให้ความสำคัญแต่อย่างใดสักกระทรวงเลย ขณะนี้ถึงเวลาขุดมันสำปะหลังแล้วราคามันสำปะหลังตกต่ำลงอย่างมาก ชาวไร่มันสำปะหลังทั่วประเทศเดือดร้อนมากอย่างหนัก สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย จึงขอเสนอโครงการแก้ไขปัญหา ต่อรัฐบาลผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้คือ

1.มาตรการหลักเพื่อแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำอย่างเร่งด่วน

1.1 โครงการประกันรายได้มันสำปะหลัง โดยให้รัฐบาลประกันราคามันสำปะหลัง ที่กิโลกรัมละ 2.70 ที่เชื้อแป้ง 25% เกษตรกรจะได้รับการชดเชยรายได้ไร่ละ 3.0 ตัน รายละไม่เกิน 33.3 ไร่ หรือเฉลี่ยไม่เกิน 100 ตันต่อราย และจะต้องรับประกันราคาทุกพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนการปลูกมันสำปะหลัง

1.2 ขอให้ตั้งงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการประกันรายได้มันสำปะหลัง จำนวน 21,000 ล้านบาท (จากประมาณการที่จะต้องชดเชยรายได้มันสำปะหลังจำนวนผลิต 30 ล้านตันๆละ 700 บาทหรือ กิโลกรัมละ 0.07 บาท ) โดยให้ประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดมันสำปะหลัง (นบมส.) อย่าเร่งด่วนเพื่อจะให้เริ่มประกันราคามันสำปะหลังให้ทันในเดือนธันวามคมนี้เป็นต้นไป

2.มาตรการคู่ขนาน เพื่อยกระดับราคามันสำปะหลังในปีหน้า

2.1 สินเชื่อเพื่อรวบรวมมันเส้นสะอาด ให้กับสหกรณ์ , กลุ่มเกษตรกรมันสำปะหลังแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน ที่แปรรูปมันเส้น เพื่อเก็บสต็อกรวบรวมไว้ขายให้ได้ราคาเพิ่มขึ้นจำนวน 100,000 ตันๆละ 7,500 บาท คิดเป็นเงิน 750 ล้านบาทโดยใช้สินเชื่อ ธกส.แต่ให้รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด

2.2 ขอสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องดินทรายหัวมันสำปะหลังก่อนตากเป็นมันเส้น ให้ลานตากมันสำปะหลังทั่วประเทศ ได้มีเครื่องร่อนดินทราย เพื่อผลิตมันเส้นสะอาด โดยใช้สินเชื่อ ธกส. ราคาเครื่องละ 250,000 บาท ให้รัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ย เป็นเวลา ๒ ปี

2.3 สนับสนุนงบประมาณจัดซื้อเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็ก จำนวน 1,300 เครื่องๆละ 15,000 บาท ใช้งบประมาณ จำนวน 20 ล้านบาทเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรได้มีเครื่องสับมันสำปะหลังแปรูปเป็นมันเส้นสะอาด ขายได้ราคามากกว่าขายหัวมันสำปะหลังสด

2.4 ของประมาณจัดซื้อท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดปลอดโรค จำนวน 500 ล้านลำๆละ 5 บาทคิดเป็นเงินจำนวน 250 ล้านบาทเพื่อแจกให้เกษตรกรพื้นที่เป็นโรคใบด่างมันสำปะหลัง จะได้ไว้ขยายต่อไป

สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ตัวแทนชาวไร่มันสำปะหลังทั่วประเทศ ขอยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องมาทั้งหมดนี้ ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมาเบื้องต้น หากรัฐบาลไม่สนใจจะแก้ไขปัญหาปล่อยให้ราคามันสำปะหลังตกต่ำลงเรื่อยๆ เกษตรกรทั่วประเทศก็คงต้องเดินทางมาเรียกร้องกันเองทุกจังหวัดเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้น ดังนั้นจึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้โปรดจัดการประชุมคณะกรรมการ (นบมส.) อย่างเร่งด่วนเพื่อพิจารณาข้อเสนอนี้ด้วย

นายกรังษี ยังกล่าวอีกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ยังได้มอบหนังสือ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มารับหนังสือแทน โดยในหนังสือต้อง เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาราคาหัวมันสำปะหลังตกต่ำในฤดูการผลิต 2567 / 68 ซึ่งปัจจุบันราคาหัวมันสำปะหลัง เชื้อแป้ง 25% เกษตรกรขายได้ที่กิโลกรัมละ 2.5 บาทเท่านั้น

ขณะที่มันสำปะหลังที่ออกสู่ตลาดในปีนี้เปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งส่วนใหญ่เฉลี่ยที่ 20% ทำให้ขายได้จริงกิโลกรัมละ 1.90 บาท หรือต่ำกว่านั้น โดยเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งที่ต่ำมาจากปัญหาของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่ระบาดไปทั่วประเทศ

ทางสมาคมจึงมีข้อเรียกร้อง ดังนี้

1. ขอให้รัฐบาลพยุงราคาหัวมันสำปะหลัง โดยให้ลานเท โรงงานแป้งมันสำปะหลัง รับซื้อหัวมันฯไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 2.70 บาท ที่เชื้อแป้ง 25%

2.ขอให้รัฐบาลช่วยผลักดัน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน และ E85 กลับมาใช้ใหม่ และให้ยกเลิกเบนซินออกเทน 91 และ 95 ทันที เพื่อช่วยให้โรงกลั่นเอทานอล ได้ช่วยซื้อมันสำปหลังมากขึ้น จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาหัวมันสำปะหลังไม่ให้ตกต่ำลงมากเหมือนขณะนี้

3.ขอให้รัฐบาลแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมายสุราสามทับ ประกาศกระทรวงการคลัง และกฎระเบียบเพื่อให้จำหน่ายเอทานอล สามารถจำหน่ายสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ภายในประเทศได้เสรี

4.ขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการเพิ่มการผลิตพันธุ์ต้านทานโรคไวรัสใบด่างฯ ในปีนี้อย่างเร่งด่วน