ครั้งแรกในไทย “พลังงานไฮโดรเจน” ในรถโฟร์กลิฟต์
บีไอจี เริ่มศึกษานำพลังงานไฮโดรเจน ใช้ในรถโฟร์กลิฟต์ ให้กลุ่มธุรกิจ BJC ครอบคลุมธุรกิจธุรกิจโลจิสติกส์นำเข้าส่งออก หวังลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 15% ภายในปี 2575
วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ได้เริ่มทำการศึกษานำพลังงานไฮโดรเจน มาใช้ในรถโฟร์กลิฟต์ (Hydrogen Forklift) ของธุรกิจในกลุ่ม BJC เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 เป็นการศึกษาการใช้งานรถโฟร์กลิฟต์พลังงานไฮโดรเจนในธุรกิจค้าปลีกครั้งแรกของประเทศไทย
โดย BJC มีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 15% ภายในปี 2575 ในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “การร่วมมือกับกลุ่ม BJC ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์มีการใช้โฟร์กลิฟต์เป็นจำนวนมาก
ดังนั้นไฮโดรเจนไม่เพียงแต่เป็นพลังงานสะอาด แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ช่วยภาคธุรกิจลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดเวลาในการเติมเชื้อเพลิง

ที่สำคัญคือมีความปลอดภัยสูง โดยบีไอจีมีประสบการณ์จากการพัฒนาสถานีต้นแบบเติมเชื้อเพลิงยานยนต์ไฮโดรเจนแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมนำความรู้และเทคโนโลยีมาพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการไฮโดรเจนของภาคอุตสาหกรรมไทยให้ครบวงจร
และความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ Generating a Cleaner Future ของบีไอจีในการเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นพลังงานสะอาดและยั่งยืน บีไอจีเล็งเห็นศักยภาพของไฮโดรเจนและร่วมผลักดันให้เป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่สำคัญของประเทศ พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้”
นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC กล่าวว่า กลุ่ม BJC (บีเจซี) บิ๊กซี ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อตอกย้ำความสำเร็จจากการได้รับรางวัลบริษัทที่มีความยั่งยืนระดับโลกของกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค (Food & Staples Retailing) ซึ่งการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไฮโดรเจนโฟร์กลิฟต์มาใช้ในธุรกิจนั้น จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ที่ตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050 (2593)
โดยในปีนี้ 2567 ได้มีการนำหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative) หรือมาตรฐาน SBTi เข้ามาใช้เป็นแนวทางและประกอบการตัดสินใจตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก BJC มีความเชื่อว่าอุตสาหกรรมที่ดีจะต้องควบคู่ไปกับกรอบแนวคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืนหรือ (ESG) โดยนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการทำงานแบบบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ
