Skip to content

ทรัมป์ได้แสง คนแห่เทียบภาพเสิร์ฟเฟรนช์ฟรายแมค กับพระเอกเดอะ แบร์

22 ต.ค. 2567 | 15:17น.
ทรัมป์ได้แสง คนแห่เทียบภาพเสิร์ฟเฟรนช์ฟรายแมค กับพระเอกเดอะ แบร์

ผู้คนในโซเชียลมีเดียพากันเทียบภาพโดนัลด์ ทรัมป์ กับพระเอกซีรีส์เดอะ แบร์ อีกหนึ่งกลยุทธ์หาเสียงในสถานการณ์ที่ทั้งทรัมป์และคามาลา แฮร์ริส จากเดโมแครตเร่งทำคะแนนเอาชนะใจคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ เหลืออีก 2 สัปดาห์ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2024 ดิ อินดีเพนเดนต์ (The Independent) สื่ออังกฤษรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐแวะทำงานในร้านแมคโดนัลด์ (McDonald’s) กลเม็ดในการหาเสียงครั้งล่าสุดของทรัมป์ ทำให้มีคนจำนวนมากพากันเปรียบเทียบเขากับซีรีส์ร้านอาหารแนวดราม่าเข้มข้นที่ได้รับรางวัลอย่างเดอะ แบร์ (The Bear)

ทรัมป์เสิร์ฟเฟรนช์ฟรายให้ลูกค้า ผ่านทางไดรฟ์ทรู เมื่อ 20 ตุลาคม (เอเอฟพี)

เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 5 พฤศจิกายน ซึ่งทรัมป์และคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนิยมเกือบจะเท่ากัน ทรัมป์ก็ปรากฏตัวขึ้น โดยมีแผนที่จะช่วยดึงดูดใจคนธรรมดาชาวอเมริกัน โดยการเสิร์ฟเฟรนช์ฟราย หรือมันฝรั่งทอดในร้านแมคโดนัลด์ เมืองฟีสเตอร์วิลล์ เทรวอส ในรัฐเพนซิลเวเนีย รัฐสมรภูมิที่มีบทบาทในการชี้ชะตาผลการเลือกตั้งมากที่สุดในบรรดา 7 รัฐ

ระหว่างการเยือนร้านแมคโดนัลด์ครั้งนี้ พนักงานสาธิตสั้น ๆ เกี่ยวกับวิธีการทำงานในจุดทอด และการยื่นศีรษะออกไปเพื่อเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าผ่านช่องไดรฟ์ทรู ในไม่ช้าภาพกะการทำงานของทรัมป์กลายเป็นไวรัล โดยหลายคนสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของเขามีความคล้ายคลึงกับตัวละครพระเอก “คาร์มี” ที่แสดงโดยเจเรมี อัลเลน ไวต์ จากซีรีส์เดอะ แบร์ โดยผู้ใช้เว็บไซต์ X คนหนึ่งกล่าวว่า “ซีซั่นที่ 4 ของ The Bear ไม่ค่อยมีพลังเลย” ในขณะเดียวกัน คนอื่นก็จินตนาการว่า จะเป็นอย่างไร หากทรัมป์และคาร์มีทำงานร่วมกัน

ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า แฮร์ริสไม่ได้ทำงานในร้านแมคโดนัลด์ ตามที่กล่าวอ้างในชีวประวัติ ซึ่งซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานว่า ทรัมป์ไปที่ร้านแมคโดนัลด์แห่งนี้หลังร้านปิดแล้ว และเจ้าหน้าที่ในหน่วยอารักขาประธานาธิบดีคัดกรองลูกค้าก่อนที่ทรัมป์จะเสิร์ฟอาหารให้ “ผมมาหางานทำ” ทรัมป์กล่าวกับเจ้าของร้านแมคโดนัลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “ผมอยากทำงานที่แมคโดนัลด์เสมอมา แต่ที่ผ่านมาไม่เคยทำงานที่นี่เลย ผมลงแข่งขันรับเลือกตั้งที่มีคู่แข่ง ซึ่งบอกว่าเคยทำงานที่แมคโดนัลด์ แต่ปรากฏว่าเป็นเรื่องแต่งทั้งหมด” ทรัมป์กล่าว

ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานอ้างอิงบันทึกข้อความ (memo) บริษัทแมคโดนัลด์ระบุว่า บริษัทแมคโดนัลด์ไม่ได้เป็นผู้อนุญาตให้ทรัมป์เข้าไปเสิร์ฟมันฝรั่งทอดให้ลูกค้า อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวเป็นอำนาจของร้านแมคโดนัลด์สาขานั้น ๆ แม้ว่าเจ้าของแฟรนไชส์จะต้องปฏิบัติตามแนวทางบางประการในข้อตกลงกับบริษัทแม่ แต่ก็มีสิทธิเชิญผู้สมัครรับเลือกตั้งมาเสิร์ฟเฟรนช์ฟรายโดยไม่ต้องให้แมคโดนัลด์อนุมัติ 

บันทึกข้อความ (memo) แสดงให้เห็นอีกว่า แมคโดนัลด์ไม่ต้องการกลายเป็นจุดสนใจในการเลือกตั้ง แต่ทรัมป์ทำให้แมคโดนัลด์ต้องกลายเป็นหัวข้อสนทนาและถกเถียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งก็พิสูจน์ว่าแมคโดนัลด์ยังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวอเมริกันหลายล้านคน พร้อมยืนยันว่า แมคโดนัลด์ไม่ได้รับรองผู้สมัครคนใด ไม่ว่าผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครต

ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่แฮร์ริสทำงานที่แมคโดนัลด์ ถูกกล่าวซ้ำหลายครั้งบนเวทีหาเสียงในการประชุมใหญ่แห่งชาติของพรรคเดโมแครตเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม เนื่องจากพันธมิตรแฮร์ริสเปรียบเทียบการเติบโตของเธอกับทรัมป์ที่มีภูมิหลังเป็นชนชั้นสูง โดยบิลล์ คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวติดตลกว่าแฮร์ริสจะทำลายสถิติของตนในฐานะประธานาธิบดีที่ใช้เวลาอยู่ที่แมคโดนัลด์นานที่สุด และแจสมีน คร็อกเกตต์ สส.รัฐเทกซัสกล่าวยืนยันว่า ผู้สมัครคนหนึ่งทำงานที่แมคโดนัลด์ ในขณะที่อีกคนหนึ่งคาบช้อนเงินมาเกิด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งแฮร์ริสและทรัมป์เร่งจังหวะในการหาเสียงก่อนจะถึงวันเลือกตั้งอีก 2 สัปดาห์ รอยเตอร์ (Reuters) รายงานวันที่ 22 ตุลาคมว่า แฮร์ริสและทรัมป์ส่งสารที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในการหาเสียงเลือกตั้งสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 ตุลาคม) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ โดยทั้งคู่พยายามเอาชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง

รองประธานาธิบดีแฮร์ริส ซึ่งหาเสียงร่วมกับลิซ เชนีย์ อดีตสมาชิกรัฐสภาจากพรรครีพับลิกัน พยายามโน้มน้าวผู้หญิงอนุรักษนิยมในเขตชานเมืองของรัฐสมรภูมิที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกตอนกลาง 3 รัฐ ว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์เป็นภัยคุกคามต่อสิทธิการทำแท้ง ความมั่นคงของชาติ และประชาธิปไตย

เมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา แฮร์ริสเริ่มโจมตีทรัมป์อย่างหนักขึ้น โดยมักเรียกทรัมป์ว่า “ไม่มั่นคง” หรือ “เสียหลัก” และตั้งคำถามถึงอุปนิสัยของเขา “ในหลาย ๆ ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนที่ไม่จริงจัง แต่ผลที่ตามมาจากการที่เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐนั้นร้ายแรงมาก” แฮร์ริสวัย 60 ปี หาเสียงในเมืองมัลเวิร์น รัฐเพนซิลเวเนียกล่าว

ขณะที่ทรัมป์ปิดท้ายวันหาเสียงด้วยการกล่าวปราศรัยในงานของชาวคริสต์ เมืองคอนคอร์ด รัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยบอกกับฝูงชนว่า เขาชอบคิดว่าในเหตุการณ์ความพยายามลอบสังหารที่ล้มเหลวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ในเมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย เขารอดมาได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากมือเหนือธรรมชาติไม่ให้ล้มลงกับพื้น “ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าพระหัตถ์ของพระเจ้าได้นำผมมาสู่จุดที่ผมเป็นอยู่ในทุกวันนี้” ทรัมป์กล่าว