เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่าสูงสุดรอบ 3 เดือน จับตาดอกเบี้ย-เลือกตั้ง

25 ต.ค. 2567 | 18:35น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่าสูงสุดรอบ 3 เดือน จับตาดอกเบี้ย-เลือกตั้ง

วันที่ 25 ตุลาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 21-25 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (21/10) ที่ระดับ 33.14/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ 33.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยในช่วงต้นสัปดาห์ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก สอดคล้องกับการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี สู่ระดับเหนือ 4.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากคาดการณ์ที่ว่านายทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นักวิเคราะห์ระบุว่า ชัยชนะของนายทรัมป์จะเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินดอลลาร์ เนื่องจากแผนการปรับลดอัตราภาษี, การผ่อนคลายกฎระเบียบในภาคการเงิน รวมทั้งการตั้งกำแพงภาษีต่อการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน

นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่า มาตรการต่าง ๆ ของนายทรัมป์จะเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และจะหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น สำหรับถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ นายลอรี โลแกน ประธานเฟด สาขาดัลลัส กล่าวในวันจันทร์ (21/10) ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ทั้งในความเสี่ยงของตลาดแรงงาน และความเสี่ยงต่อการปรับตัวของเงินเฟ้อ

ดังนั้นธนาคารกลางสหรัฐจึงควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อบรรเทาความเสี่ยงของสมดุลทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ส่วนในประเด็นเรื่องมาตรการคุมเข้มเชิงปริมาณ (QT) เธอให้ความเห็นว่าเฟดได้ปรับลดขนาดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และหลักทรัพย์ที่ได้รับการคุ้มประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา

และการดำเนิน QT ดังกล่าวก็ส่งผลให้ขนาดการถือครองของเฟดดิ่งลงจากจุดสูงสุดของวัฏจักรที่ระดับ 9 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 7.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน และเธอมองไม่เห็นความจำเป็นที่เฟดจะต้องยุติมาตรการ QT ในเร็ว ๆ นี้ เพราะถือเป็นการปรับนโยบายการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติเช่นเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของนายเจฟฟรีย์ ชมิด ประธานเฟดสาขาแคนซัส โดยเขาสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างระมัดระวัง ควรหลีกเลี่ยงการปรับอัตราดอกเบี้ยลักษณะที่รุนแรงจนเกินไป และทำให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินน้อยที่สุด

ส่วนนายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ในวันอังคาร (22/10) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัว 3.2% ทั้งในปี 2567 และ 2568 โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.8% ในปี 2567 ก่อนที่จะชะลอตัวสู่ระดับ 2.2% ในปี 2568 และถึงแม้เงินเฟ้อกำลังไปยังทิศทางที่ถูกต้อง แต่ยังคงต้องระวังถึงความผันผวนในตลาดการเงินและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

และในวันพุธที่ผ่านมา (23/10) IMF แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากหนี้สาธารณะ พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายเร่งดำเนินการปรับการคลังทันที โดยนายวิตอร์ กัสปาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลังของ IMF กล่าวในการแถลงข่าวระหว่างการประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและ IMF ที่กรุงวอชิงตันว่า งบประมาณขาดดุลสูงและหนี้สาธารณะทั่วโลกสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีความเสี่ยงว่าหนี้สาธารณะทั่วโลกจะสูงกว่า 100 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปีนี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณว่า ธปท.จะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหลังจากปรับลดในสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้ปกป้องเป้าหมายเงินเฟ้อในปัจจุบัน ขณะที่รัฐบาลเรียกร้องให้ ธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก รวมถึงปรับเพิ่มเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยการขยายตัวของสินเชื่อที่ชะลอตัวเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ ธปท.ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี การดำเนินการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มของเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการเงิน

นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) ในวันอังคาร (22/10) โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น IMF คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.8% ในปี 2567 และ 3.0% ในปี 2568 ส่วนอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ของไทยจะอยู่ที่ 0.5% ในปี 2567 และ 1.2% ในปี 2568 และอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 1.1% ในปี 2567 และ 1.0% ในปี 2568 ทั้งนี้ ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวระหว่างสัปดาห์อยู่ในกรอบระหว่าง 33.10-33.84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/10) ที่ระดับ 33.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (21/10) ที่ระดับ 1.0867/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ 1.0844/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐที่ยังไม่สู้ดีนัก

ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน จากฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) และเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 49.7 ในเดือน ต.ค. จากระดับ 49.6 ในเดือน ก.ย. บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะหดตัว

ด้านดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นของยูโรโซนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ 45.9 ในเดือน ต.ค. จากระดับ 45.0 ในเดือน ก.ย. ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซนลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ที่ 51.2 ในเดือน ต.ค. จากระดับ 51.4 ในเดือ ก.ย. ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0760-1.0872 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/10) ที่ระดับ 1.0823/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (21/10) ที่ระดับ 149.24/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ 149.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เอสแอนด์พี โกลบอล อินเทลลิเจนซ์ รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นจาก au Jibun Bank ลดลงมาอยู่ที่ 49.0 ในเดือน ต.ค. จาก 49.7 ในเดือน ก.ย. และอยู่ต่ำกว่าระดับ 50.0 มาแล้ว 4 เดือนติดต่อกัน บ่งชี้ว่ากิจกรรมในโรงงานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นยังคงซบเซาต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ในเดือน ต.ค.นี้ สะท้อนจากยอดคำสั่งซื้อที่ลดลงและความต้องการสินค้าที่อยู่ในระดับต่ำ

ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นจาก au Jibun Bank ลดลงมาอยู่ที่ 49.3 ในเดือน ต.ค. จาก 53.1 ในเดือน ก.ย. ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน และถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2565 โดยมีสาเหตุมาจากการที่ลูกค้าเริ่มชะลอการสั่งซื้อสินค้าและบริการใหม่ ๆ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาทั้งในญี่ปุ่นเองและในต่างประเทศ ด้านดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นจาก au Jibun Bank ลดลงมาอยู่ที่ 49.4 ในเดือน ต.ค. ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

โดยสาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ ประกอบกับต้นทุนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตือนว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช้าเกินไปอาจส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเผชิญกับความเสี่ยง พร้อมกับกล่าวว่าการหาจุดสมดุลที่เหมาะสมนั้น เป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 30-31 ต.ค.นี้ ก่อนที่จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.ปีนี้ หรือในเดือน ม.ค. ปีหน้า ทั้งนี้ ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวระหว่างสัปดาห์อยู่ในกรอบ 149.07-153.18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/10) ที่ระดับ 151.98/152.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ