เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พายุโซนร้อน “จ่ามี” กรมอุตุฯชี้มีแนวโน้มอ่อนกำลังลง 28-29 ต.ค.นี้

28 ต.ค. 2567 | 07:34น.
ฝนตก

ฝนตก

กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุ พายุโซนร้อน “จ่ามี” เคลื่อนที่ออกไปทางทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย และมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง ช่วงวันที่ 28-29 ตุลาคมนี้

วันที่ 28 ตุลาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง พายุ “จ่ามี” ฉบับที่ 15 (248/2567) ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (28 ต.ค. 2567) พายุโซนร้อน “จ่ามี” บริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง ได้เคลื่อนที่ออกไปทางทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว

โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 16.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งในด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลง ในช่วงวันที่ 28-29 ต.ค. 67

ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ในช่วงวันที่ 28-29 ต.ค. 67 ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้

วันที่ 28 ตุลาคม 2567

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคใต้ : จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 29 ตุลาคม 2567

ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เวลา 11.00 น.

ลักษณะอากาศทั่วไป 28 ตุลาคม 2567

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสแต่ยังคงฝนตกหนักบางแห่งบริเวณทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมถึงภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว ในขณะที่พายุโซนร้อน “จ่ามี” เคลื่อนที่ไปปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

สำหรับลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสทางตอนบนของภาค โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

  • อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียสทางตอนบนของภาค โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

  • อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส
  • ลมเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

  • อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

  • อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
  • ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา

  • อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
  • ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

  • อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
  • ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
    ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
    ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพฯและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่

  • อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.