กรมอุตุฯเตือน รับมือมวลอากาศเย็นกำลังแรง 1-4 พ.ย. อุณหภูมิลด 2-4 องศา
กรมอุตุฯเตือนช่วงวันที่ 1-4 พ.ย.นี้ มวลอากาศเย็นค่อนข้างแรงจากจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบน-ทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ภาคอีสานเย็นสุด 16 องศา ส่วนภาคกลางและกรุงเทพมหานคร อากาศจะเย็นลง 1-3 องศา ขณะที่ภาคใต้มีฝนตกหนัก อิทธิพลจากร่องมรสุมพาดผ่าน ด้านพายุจ่ามีอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมฝน
วันที่ 29 ตุลาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า (29 ต.ค. 67) ว่า ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้า แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นยังคงปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในขณะที่มีแนวพัดสอบของลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า
ในช่วงวันที่ 29-31 ต.ค. 67 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนจากประเทศจีนปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับพายุดีเปรสชั่น “จ่ามี” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนมีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก
โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย ในขณะที่มีแนวพัดสอบของลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 1-4 พ.ย. 67 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ในระยะแรก
หลังจากนั้นจะมีอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 28 ต.ค.-2 พ.ย. 67 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในวันที่ 3 พ.ย. 67 บริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย สำหรับประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง รวมทั้งฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง
ส่วนสถานการณ์แผ่นดินไหว (ในช่วงวันที่ 28-29 ต.ค. 67) : ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 2.3 และขนาด 2.4 ริกเตอร์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์ในการถ่ายทำรายการ “NBT มีทางออก” ออกอากาศวันศุกร์ที่ 1 พ.ย 67 ทางสถานีโทรทัศน์ NBT ช่อง 11 ในประเด็นเกี่ยวกับฤดูหนาวของประเทศไทยประจำปี 2567 โดยคาดการณ์ว่าประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวในวันที่ 29 ต.ค. 67 และจะสิ้นสุดฤดูหนาวในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2568
ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนืออุณหภูมิเริ่มลดลงแล้ว เหมาะสมแก่การท่องเที่ยว ในขณะที่ภาคใต้อยู่ในฤดูมรสุมจึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักไว้ด้วย

กาง 3 ปัจจัย ประกาศเข้าสู่ฤดูหนาว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้กรมอุตุฯออกมาระบุว่าจะสามารถประกาศการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทยในช่วงปลายสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม 2567 นี้ โดยมีปัจจัย 3 ปัจจัยที่จะเป็นเกณฑ์พิจารณาในการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทยดังนี้
1.อุณหภูมิต่ำสุดบริเวณประเทศไทยตอนบน อยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไป คือมีอุณหภูมิต่ำสุดน้อยกว่า 23°c อย่างต่อเนื่อง
2.ลมระดับล่างที่ความสูงประมาณ 100-3,500 เมตร เป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก ส่วนลมระดับบนที่ความสูงประมาณ 5,000 เมตรขึ้นไป เป็นลมฝ่ายตะวันตก
3.ปริมาณและการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2567 นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงปลายสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์ในการถ่ายทำรายการ “NBT มีทางออก” ออกอากาศวันศุกร์ที่ 1 พ.ย 67 ทางสถานีโทรทัศน์ NBT ช่อง 11 ในประเด็นเกี่ยวกับฤดูหนาวของประเทศไทยประจำปี 2567 โดยคาดการณ์ว่าประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวในวันที่ 29 ต.ค. 67 และจะสิ้นสุดฤดูหนาวในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2568 ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนืออุณหภูมิเริ่มลดลงแล้ว เหมาะสมแก่การท่องเที่ยว ในขณะที่ภาคใต้อยู่ในฤดูมรสุมจึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักไว้ด้วย