จัดตั้งธุรกิจใหม่ 3 ไตรมาสปี’67 แตะ 7 หมื่นราย แรงหนุนจากภาคท่องเที่ยว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยผลการจดทะเบียนธุรกิจใหม่สะสม 3 ไตรมาส แตะ 7 หมื่นราย โตขึ้น 1.5% ปัจจัยสนับสนุนมาจากภาคการท่องเที่ยวที่จดทะเบียนเพิ่มขึ้น 25% ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจประเทศ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล คาดตลอดปี 2567 จัดตั้งธุรกิจใหม่ทะลุ 9 หมื่นราย
วันที่ 29 ตุลาคม 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยการจดทะเบียนธุรกิจตั้งธุรกิจใหม่เดือนกันยายน 2567 พบว่า มีจำนวน 7,867 ราย เพิ่มขึ้น 760 ราย คิดเป็น 10.69% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีทุนจดทะเบียน 22,048.51 ล้านบาท โดยเดือนกันยายน 2567 มีนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งเกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 1 ราย คือ บริษัท แกรนด์ เรสซิเดนซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,520.00 ล้านบาท ประกอบกิจการซื้อ จัดหา รับ เช่า เช่าซื้อ ให้เช่า ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง ปรับปรุง ใช้ และจัดการ โดยประการอื่นซึ่งทรัพย์สินใด ๆ ตลอดจน ดอกผลของทรัพย์สินนั้น
สำหรับประเภทธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 620 ราย ทุน 1,349.33 ล้านบาท 2) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 531 ราย ทุน 3,465.99 ล้านบาท และ 3) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 374 ราย ทุนจดทะเบียน 716.75 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.88% 6.75% และ 4.75% จากจำนวนการจัดตั้งธุรกิจในเดือนกันยายน 2567
ทั้งนี้ การจัดตั้งธุรกิจใหม่สะสม 3 ไตรมาส 9 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-กันยายน) มีจำนวน 69,686 ราย เพิ่มขึ้น 1,021 ราย คิดเป็น 1.49% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีทุนจดทะเบียน 208,481.38 ล้านบาท ลดลง 285,890.71 ล้านบาท คิดเป็น 57.83% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก ปี 2566 มีทุนจดทะเบียนสูงสุดในประวัติการณ์เพราะมี 2 ธุรกิจที่ทุนจดทะเบียนเกิน 100,000 ล้านบาท ได้ควบรวมและแปรสภาพ
ทั้งนี้ ประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 5,294 ราย ทุน 11,743.07 ล้านบาท 2) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 5,229 ราย ทุน 22,833.72 ล้านบาท และ 3) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 3,212 ราย ทุน 6,526.78 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.60% 7.50% และ 4.61% จากจำนวนการจัดตั้งธุรกิจตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน
การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ 3 ไตรมาส (มกราคม-กันยายน 2567) มี 3 ธุรกิจที่น่าจับตามองเพราะมีอัตราการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ได้แก่
1) ธุรกิจการออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียง (ยกเว้นทางออนไลน์) ที่มีการจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 41 เท่า เนื่องจาก กสทช.ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงดำเนินการขอรับใบอนุญาตกิจการกระจายเสียงภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2567 เพื่อนำไปประกอบการขออนุญาตดังกล่าว
2) ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เช่น ตู้หยอดเหรียญล้างรถ ตู้หยอดเหรียญคีบตุ๊กตาและจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และตู้บริการถ่ายภาพโฟโต้บูm จดทะเบียนเพิ่มขึ้น 3.60 เท่า
3) ธุรกิจปลูกข้าวจ้าว จดทะเบียนเพิ่มขึ้น 2.56 เท่า เนื่องจากกรมการข้าวสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกร จัดตั้งเป็นนิติบุคคล เพื่อเข้าร่วมโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร
แนวโน้มตั้งธุรกิจ
อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าการจดทะเบียนในไตรมาสสุดท้ายของปี จะมีปัจจัยกระตุ้นจากการลงทุนภาครัฐ เช่น โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2568 เริ่มในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 (ตุลาคม 2567) ที่จะทยอยเริ่มโครงการ และช่วงปลายปีเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2567-เมษายน 2568 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง
รวมทั้ง นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ประกาศออกมาในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เช่น การผลักดันการปรับโครงสร้างหนี้ การส่งเสริมและป้องการผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย การกระตุ้นเศรษฐกิจผลักดันการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นต้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการใช้จ่ายให้กับภาคเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในไตรมาสสุดท้ายมีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 20,000-23,000 ราย ทั้งนี้ คาดว่าตลอดปี 2567 จะมีจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ประมาณ 90,000-98,000 ราย
จดทะเบียนเลิก
การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนกันยายน 2567 มีจำนวน 2,254 ราย เพิ่มขึ้น 215 ราย คิดเป็น 10.54% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และทุนจดทะเบียนเลิก 16,611.91 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2566 ลดลง 618.06 ล้านบาท คิดเป็น 3.59%
สำหรับประเภทธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 246 ราย ทุน 414.55 ล้านบาท 2) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 97 ราย ทุน 2,350.40 ล้านบาท และ 3) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 74 ราย ทุน 179.71 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 10.91% 4.31% และ 3.28% จากจำนวนการเลิกประกอบธุรกิจในเดือนกันยายน
ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการสะสม 9 เดือนปี 2567 (มกราคม-กันยายน 2567) มีจำนวน 12,246 ราย ลดลง 764 ราย คิดเป็น 5.87% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีทุนจดทะเบียนเลิกสะสม 116,005.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34,604.61 ล้านบาท (42.51%)
