เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
Finance EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
Economic ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
Real Estate ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
Real Estate แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
Economic เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
Economic ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
“สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
Economic “สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
ทองร่วงหนักใกล้หลุด 4,300 เหรียญ ‘ECB’ ขึ้นดอกเบี้ย-ตัวเลข PPI สหรัฐเร่งขึ้น จับตา CPI คืนนี้
Finance ทองร่วงหนักใกล้หลุด 4,300 เหรียญ ‘ECB’ ขึ้นดอกเบี้ย-ตัวเลข PPI สหรัฐเร่งขึ้น จับตา CPI คืนนี้
อุตฯ ชู ONE MIND ด้าน “คูโบต้า” ส่งตัว SH-K1 รถตัดอ้อย รับเทรนด์อ้อยสด-โลว์คาร์บอน
Economic อุตฯ ชู ONE MIND ด้าน “คูโบต้า” ส่งตัว SH-K1 รถตัดอ้อย รับเทรนด์อ้อยสด-โลว์คาร์บอน
กยท.หั่นเป้ายาง EUDR เหลือ 9.08 หมื่นตัน ปิดช่องว่างดีมานด์จริง ดัน “Thai Traceability”
Economic กยท.หั่นเป้ายาง EUDR เหลือ 9.08 หมื่นตัน ปิดช่องว่างดีมานด์จริง ดัน “Thai Traceability”
ดูทั้งหมด

บีโอไอ เตรียมปรับเงื่อนไข Local Content อุตสาหกรรม EV

31 ต.ค. 2567 | 10:32น.
BOI

จับตาประชุมบอร์ดบีโอไอ 1 พ.ย. 2567 อนุมัติโครงการใหญ่ ถกมาตรการกระตุ้นลงทุนโค้งสุดท้าย เตรียมประชุมบอร์ด EV ต่อ จ่อปรับเงื่อนไขลงทุนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ใช้ Local Content ให้ได้มากที่สุดหรือเกิน 40% เตรียมมาตรการลดผลกระทบจาก OECD ให้ลิทธิเลือกทั้งลดหย่อนภาษี 2 เท่า ใช้เงินกองทุนจาก พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถฯ หลังได้งบเพิ่มเป็น 30,000 ล้านบาท ปี 2567 คาดยอดขอรับการส่งเสริมทะลุ 900,000 ล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 จะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) โดยจะมีการเสนอหลายวาระ  ทั้งการพิจารณาอนุมัติการลงทุนให้กับนักลงทุนรายใหญ่ การหารือเตรียมออกมาตรการในช่วงสุดท้ายของปี 2567 ที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ โดยเฉพาะการผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สันดาป (ICE) ที่จะนำไปหารือในการประชุมบอร์ด EV

ซึ่งในประชุมบอร์ด EV อาจมีการหารือถึงการปรับเงื่อนไขการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งปัจจุบันการใช้ Local Content ตามเงื่อนไขของบีโอไอได้กำหนดไว้ที่ 40% แต่บริษัทส่วนใหญ่ใช้ Local Content อยู่ที่ 45-55% เกินกว่าที่กำหนดไปแล้ว และในบางอุตสาหกรรมสามารถใช้ Local Content สูงถึง 80%

ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์จากการลงทุน และสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เป็นซัพพรายเชนในประเทศ อาจจำเป็นที่ต้องเพิ่มสัดส่วน Local Content ให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างบุคลากรคนไทยด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังเตรียมออกมาตรการสนับสนุนการลงทุนของแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับรถ EV เพิ่มเติม มาตรการช่วยผู้ประกอบการชิ้นส่วนภายในประเทศในส่วนของรถยนต์สันดาป (ICE) และการพิจารณาเพื่อขยายระยะเวลาการผลิตรถ EV เพื่อชดเชยการนำเข้าแบบสำเร็จรูป ตามมาตรการ EV 3.0 ซึ่งอยู่ที่ 1:1 คัน เนื่องจากตามเงื่อนไขของการลงทุนเพื่อตั้งฐานการผลิตรถ EV ในประเทศได้กำหนดให้ช่วงแรกสามารถนำเข้ารถ EV สำเร็จรูปได้ แต่จะต้องผลิตชดเชยในปี 2567 ซึ่งตลาดรถยนต์กลับพบว่าติดลบต่อเนื่องและยังคงมีแนวโน้มติดลบไปจนถึงสิ้นปี 2567 ดังนั้นบีโอไอจำเป็นที่ต้องหารือกันในบอร์ด EV ก่อน

สำหรับ การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (บอร์ด EV) ครั้งแรก หลังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (บอร์ด EV) ไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานบอร์ดเอง คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายน 2567 จะมีการประชุมนัดแรก ที่ไม่ได้มีเพียงบีโอไอนั่งเป็นกรรมการและเลขานุการ

แต่ยังมีทั้งหน่วยงานอื่นเพิ่มเติมเข้ามาคือ กรมสรรพสามิต และยังคงมีหน่วยงานเดิม สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รวมถึง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เพื่อร่วมกันพิจารณาและดำเนินตามนโยบาย 30@30

สำหรับ มาตรการลดผลกระทบจากการเข้าร่วม องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่จะมีการเก็บภาษี 15% จากบริษัทข้ามชาติ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ต้นปี 2568 จะมีผลกับการวางแผนการลงทุนแน่นอน

กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการเตรียม พ.ร.บ.ภาษีส่วนเพิ่ม ที่จะนำเสนอเข้า ครม. เพื่อจะจัดเก็บภาษี 15% กับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่รายได้เกิน 750 ล้านยูโร/ปี ซึ่งจะมีบริษัทต่างชาติในไทยประมาณ 1,000 บริษัทที่เข้าข่าย และบีโอไอจะเป็นเครื่องมือในการออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านภาษีและด้านการเงิน คือ สิทธิ์การลดหย่อนภาษีแทนการยกเว้นแต่เป็นระยะเวลานานขึ้น เช่น บริษัทได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษี 5 ปี มาเปลี่ยนสิทธิการลดหย่อนภาษี 50% เป็นเวลา 10 ปี

และการใช้ พ.ร.บ. เพิ่มขีดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้า (กองทุนเพิ่มขีดความสามารถ) เพื่อเป็นเงินสนับสนุนในส่วนของการลงทุนเพื่อพัฒนา วิจัย ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี ลงทุนหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ที่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้ของบประมาณเพิ่มทำให้วงเงินกองทุนเพิ่มเป็น 30,000 ล้านบาท

สำหรับ ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุน ปี 2567 คาดว่าอาจสูงถึง 900,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการย้ายฐานการผลิตมาไทย การลงทุนจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจร (PCB) และ Data Center  ทั้งนี้เป้าหมายยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่บีโอไอกำหนดไว้ 5 ปี ตามยุทธศาตร์ (2566-2570) อยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท โดยเฉลี่ยแต่ละปีอยู่ที่ 600,000 ล้านบาท ซึ่งผ่านมาแล้ว 1 ปี 9 เดือน อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท เหลือเวลาอีกประมาณ 3 ปี เชื่อว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะเป็นไปตามเป้า และที่สำคัญประเทศไทยจะได้อุตสาหกรรม โครงการ บริษัทที่มีคุณภาพและศักยภาพ เป็นผลมาจากการปรับยุทธศาสตร์ใหม่ที่เน้นเศรษฐกิจใหม่ จึงมีอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักที่เป็นอุตสาหกรรมของประเทศที่มีศักยภาพสูงสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจที่เป็นอนาคตของประเทศ

“9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2567) มียอดขอรับส่งเสริมแล้วถึง 720,000 ล้านบาท เพราะไทยยังคงมีจุดแข็งหลายเรื่อง มีความโดดเด่นในสายตานักลงทุนอยู่หลายด้าน Infrastructure ที่มีคุณภาพสูงที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียน ระบบ logistic ท่าเรือน้ำลึก สนามบินนานาชาติ นิคมอุตสาหกรรม ระบบไฟฟ้าที่มีความละเสถียร ศักยภาพด้านพลังงานสะอาด Supply Chain ที่ครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมหลัก สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ มีช่างฝีมือคุณภาพสูงทั้งวิศวกรและช่างเทคนิค อาจจะดูเหมือนไม่ใช่ปัจจัยหลักในเชิงเศรษฐกิจ แต่ว่าเป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้นักลงทุนตัดสิ้นใจเลือกไทยได้ง่ายขึ้น”