พิชัยเร่งผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ทำเงินเฟ้อปี’68 เพิ่มให้ถึงระดับ 2% วางเงื่อนไขต้องมีมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน ตั้งเป้า 2 สัปดาห์ได้แนวทาง
วันที่ 30 ตุลาคม 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อกำหนดกรอบนโยบายการเงิน ในการกำหนดกรอบเงินเฟ้อปี 2568 เมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) ว่ากระทรวงการคลังไม่มีปัญหา หากกรอบเงินเฟ้อจะยังคงเป็นกรอบเดิมที่ 1-3% ในปี 2568
แต่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะต้องมีมาตรการที่จะสนับสนุนการเจริญเติบโตเศรษฐกิจ เพื่อทำให้เงินเฟ้อไปสู่จุดที่เหมาะสม ใกล้เคียงกับกรอบคาดการณ์ เช่น 2% เป็นต้น
“กรอบเงินเฟ้อตอนนี้ต่ำกว่า 1% หากแบงก์ชาติช่วยกําหนดมาตรการอื่น ๆ เพื่อให้ขึ้นไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมอย่าง 2% ได้ไหม ปัจจัยที่จะทำให้เกิดการลงทุนเพิ่ม เรื่องแรกคืออัตราดอกเบี้ยที่ต้องมาดู”
ดังนั้น มาตรการที่จะทำให้เงินเฟ้อขึ้นไปสู่ระดับ 2% ได้ เช่น การลดดอกเบี้ยนโยบายก็มีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนลงทุน แก้ปัญหาหนี้สินได้ โดยรัฐบาลได้ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว ปัจจัยที่จะผลักดันการลงทุน คือเรื่องของดอกเบี้ย ธปท.ก็จะรู้ว่าต้องเดินนโยบายดอกเบี้ยอย่างไร แต่ต้องดูปัจจัยต่างประเทศด้วย
ส่วนเรื่องหนี้สิน การลงทุน และอัตราแลกเปลี่ยนมีความสัมพันธ์กัน โดยการแก้ปัญหาหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถยนต์ สินเชื่ออุปโภคบริโภค รัฐบาลให้ความสำคัญจะต้องทำให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ หากแก้ไขได้จะทำให้ประชาชนกลับมามีกำลังซื้อ และช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนตามมา พอลงทุนมาก็จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่ม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะมีมาตรการสนับสนุนอื่น อาทิ การลงทุนจากต่างชาติ จะมีการพัฒนาคน เพิ่มทักษะอาชีพใหม่ อย่างเกษตรชีวภาพ เซมิคอนดักเตอร์ การจัดที่ดิน พลังงานสะอาด ระบบโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน