เสียงวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่พอใจต่อมุขของดาราตลกบนเวทีหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ แคนดิเดตรีพับลิกัน ที่บอกว่าเปอร์โตริโก ดินแดนในปกครองของสหรัฐคือ “เกาะขยะลอยได้” นั้น เป็นโอกาสทำคะแนนของคู่แข่งอย่างไม่ต้องสงสัย แต่แล้วโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐกลับทำให้โอกาสนั้นหายวับไป เมื่อไบเดนบอกว่าผู้สนับสนุนทรัมป์คือขยะ ทำให้คามาลา แฮร์ริส แคนดิเดตจากพรรคเดโมแครตต้องเข้าสู่โหมด “เก็บกวาด”
มุขตลกบนเวทีของตัวเองทำให้ทรัมป์เจอมรสุมในห้วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งโพลิติโก (Politico) สื่อด้านการเมืองของสหรัฐบอกว่า ผลร้ายที่ไม่คาดฝันเกี่ยวกับเปอร์โตริโกของทรัมป์ “กำลังลุกลามเหมือนไฟป่า” ในรัฐเพนซิลเวเนีย
ทรัมป์เจอปัญหาร้ายแรงเกี่ยวกับเปอร์โตริโก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวเปอร์โตริโกจำนวนมากในรัฐนี้โกรธแค้นต่อความคิดเห็นที่เหยียดเชื้อชาติและดูถูกเหยียดหยามจากเวทีหาเสียงของทรัมป์ บางคนบอกว่าความผิดหวังของพวกเขาทำให้แฮร์ริสมีโอกาสใหม่ที่จะชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวละตินในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเฉพาะชาวเพนซิลเวเนียเชื้อสายเปอร์โตริโกที่มีจำนวนเกือบ 500,000 คน
คำพูด “ขยะ” ของไบเดนอาจเปิดช่องให้ทรัมป์หาทางหนีกระแสต่อต้านที่เกี่ยวกับเปอร์โตริโก หรือจากชาวละตินอเมริกาได้
“ขยะเพียงอย่างเดียวที่ผมเห็นลอยอยู่ก็คือผู้สนับสนุนของเขา” ไบเดนกล่าวตอบโต้มุขตลก แม้ภายหลังไบเดนออกมาแก้ตัวว่าขยะที่เขาอ้างถึงไม่ใช่ผู้สนับสนุนทรัมป์ก็ตาม แต่คำพูดของไบเดนได้ส่งสร้างผลกระทบแล้ว
บทวิเคราะห์ของซีเอ็นเอ็น (CNN) ระบุว่า ความคิดเห็นของไบเดนทำให้เกิดการเปรียบเทียบทันทีกับคำพูดของฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ในปี 2016 ที่บอกว่าผู้สนับสนุนทรัมป์ครึ่งหนึ่งควร “ถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนที่น่ารังเกียจ” เพราะพวกเขา “เหยียดผิว เหยียดเพศ เกลียดคนรักร่วมเพศ เกลียดคนต่างชาติ เกลียดศาสนาอิสลาม” คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดเสียงเรียกร้องจากทรัมป์ และตอกย้ำสิ่งที่ผู้สนับสนุนทรัมป์มองว่าชนชั้นสูงของพรรคเดโมแครตดูถูกเหยียดหยามวิถีชีวิตของพวกเขา
ทรัมป์รู้จักใช้โอกาสนี้ ล่าสุดทรัมป์งัดอีกกลเม็ดหาเสียงที่ได้โจมตีคู่แข่งไปด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ เขาได้สวมผ้ากันเปื้อนเสิร์ฟเฟรนช์ฟรายส์ที่ร้านแมคโดนัลด์ โดยครั้งนี้ ทรัมป์ขึ้นหาเสียงบนรถขยะเมื่อ 30 ตุลาคมในเมืองกรีนเบย์ รัฐวิสคอนซิน เขาสวมชุดพนักงานเก็บขยะ ปีนขึ้นรถขยะที่สนามบิน และเขากล่าวว่ารถบรรทุกขยะคันนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่คามาลา แฮร์ริส และโจ ไบเดน และกล่าวอีกว่า “คุณไม่สามารถเป็นประธานาธิบดีได้ หากคุณเกลียดประชาชนอเมริกัน…”

สำหรับแฮร์ริสแทนที่จะใช้หนึ่งสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในการปิดจบสรุปสิ่งที่ได้หาเสียงมาตลอดต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่กลับต้องคอยออกมาปฏิเสธคำพูดของไบเดน ผู้หลีกทางให้เธอและออกมารับรองเธอเป็นแคนดิเดตพรรคเป็นคนแรก
“ดิฉันเชื่อว่างานที่ดิฉันทำคือการเป็นตัวแทนของทุกคน ไม่ว่าพวกเขาจะสนับสนุนดิฉันหรือไม่ก็ตาม” แฮร์ริสกล่าวชี้แจงที่สนามบินในรัฐแมริแลนด์ เมื่อ 30 ตุลาคม
ไม่ว่าไบเดนจะหมายถึงอะไร คำพูดของเขาก็ยังคงขัดกับคำเตือนจากประธานาธิบดีอีกสองคน ได้แก่ บิล คลินตัน และบารัก โอบามา ซึ่งได้ให้คำมั่นกับนักเคลื่อนไหวในระหว่างการประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตว่า ให้ต่อสู้ทางการเมืองกับทรัมป์ แต่ไม่ใช่ไม่ให้เกียรติ หรือไม่เคารพผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สนับสนุนทรัมป์
ในการแข่งขันที่สูสี ซึ่งอาจตัดสินได้ด้วยคะแนนเสียงเพียงไม่กี่พันเสียงในรัฐสะวิงสเตตที่กุมชะตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี และประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐก็เต็มไปด้วยเหตุการณ์หรือปัจจัยที่ดูเหมือนไม่มีนัยสำคัญในขณะนั้น แต่สามารถส่งผลกระทบในวงกว้างได้ ซึ่งการที่โทนี ฮินช์คลิฟฟ์ ดาราตลกโจมตีเปอร์โตริโกเป็นตัวอย่างคลาสสิก เนื่องจากทำให้ทรัมป์ต้องดิ้นรนเพื่อเอาใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวเปอร์โตริโกในเขตเลไฮ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเขาหวังว่าจะช่วงชิงคะแนนเสียงของพรรคเดโมแครตไป
และผลพวงจากความคิดเห็นเรื่อง “คนน่ารังเกียจ” ของฮิลลารี คลินตันในปี 2016 แสดงให้เห็นว่าสามารถหลอกหลอนผู้สมัครในช่วงท้ายของการเลือกตั้งได้