กลุ่มบริษัทเอไอเอ มูลค่าธุรกิจใหม่ ไตรมาส 3/67 แตะ 3.6 พันล้านเหรียญ เติบโต 22% เอไอเอไทยครองผู้นำตลาด ธุรกิจในอาเซียน VONB เพิ่มขึ้น 8% เบี้ยรับรวม 9 เดือนปีนี้แตะ 10,301 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 9%
ฮ่องกง ; กลุ่มบริษัทเอไอเอ (AIA Group) ประกาศผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค.-ก.ย.) และงวดไตรมาส 3/2567 (ก.ค.-ก.ย.) โดยอัตราการเติบโตเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) รายงานตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ประกอบด้วย
งวด 9 เดือนแรก
- มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) 3,616 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22%
- อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) อยู่ที่ 53.3% เพิ่มขึ้น 2.4 จุด
- เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) 5,922 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16%
งวดไตรมาส 3/67
- มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) 1,161 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16%
- อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) อยู่ที่ 52.2% เพิ่มขึ้น 0.8 จุด
- เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) 2,122 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14%
สำหรับผลการดำเนินงานของไตรมาส 3/2567 การเติบโตของ VONB ที่เพิ่มขึ้น 16% YOY ซึ่งมาจากการเติบโตใน 15 ตลาด จาก 18 ตลาด ที่เอไอเอดำเนินธุรกิจอยู่ พรีเมียร์เอเยนซี่สามารถสร้างการเติบโตของมูลค่
สำหรับการรับสมัครตัวแทนใหม่ยั
เอไอเอประเทศจีน VONB โต 9%
เอไอเอ ประเทศจีน มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ 9% โดยเพิ่มขึ้นจากทั้งช่องทางตัวแทนและแบงก์แอสชัวรันซ์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จแม้ว่าเอไอเอจะนำผลิตภัณฑ์บางอย่างออกก่อนกำหนด ก่อนการปรับราคาทั่วทั้งอุตสาหกรรมในระหว่างไตรมาส และการเปรียบเทียบที่แข็งแกร่งมากในไตรมาส 3/2566 ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้า
เอไอไอยังคงเติบโตด้วยพรีเมียร์เอเยนซี่ ที่มีความเป็นมืออาชีพและแตกต่าง ตลอดจนแรงหนุนจากการสรรหาตัวแทนใหม่ที่เข้มข้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3 สัดส่วนของจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานมีมากขึ้น และผลผลิตที่ได้จากตัวแทนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตถึง 10%
เพื่อความชัดเจนการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่
เอไอเอฮ่องกง VONB พุ่ง 24%
เอไอเอฮ่องกง มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่
การสรรหาตัวแทนที่แข็งแกร่งอย่
ช่องทางตัวแทนสร้างมูลค่
เอไอเอไทย ครองผู้นำตลาดอาเซียน VONB โต 8%
เอไอเอ ประเทศไทย รายงานการเติบโตเป็นบวกในมูลค่
สำหรับประเทศสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์ออมทรัพย์ระยะยาวแบบยู
ด้านเอไอเอ มาเลเซียที่ให้ความสำคัญกับทั้งความคุ้
สำหรับในกลุ่มตลาดอื่น ๆ สามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเพิ่มขึ้นใน 9 ตลาดจาก 11 ตลาดของเอไอเอ โดยได้เห็นการเติบโตอย่างดีจากธุรกิจในอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน (จีน) และธุรกิจในเวียดนาม ที่มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งมากเมื่อเทียบเป็นรายปีจากฐานที่ต่ำ Tata AIA Life ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในอินเดีย กลับมาเติบโตเป็นบวกในมูลค่าธุรกิจใหม่ตามที่ได้รายงานไว้ก่อนหน้านี้ และยังคงรักษาอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมในด้านความคุ้มครองสำหรับรายย่อย คิดตามยอดจำนวนเงินเอาประกันภัย
เบี้ยรับรวมเพิ่มขึ้น 9% แตะ 10,301 ล้านเหรียญ
โดยรวมแล้ว เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) สำหรับกลุ่มบริษัทเติบโตขึ้น 14% เป็น 2,212 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 3 อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) เพิ่มขึ้น 0.8 จุด เมื่อเทียบเป็นรายปี และยังคงแข็งแกร่งที่ 52.2% อัตรากำไรที่รายงานตามมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) ยังคงมีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้น 9% เป็น 10,301 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า เอไอเอได้แสดงถึงผลงานที่แข็งแกร่งอีกครั้ง โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้น 16% คิดเป็น 1,161 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการเติบโตจากทุกภาคส่วนธุรกิจในไตรมาส 3/2567 ถือว่าประสบความสำเร็จในการสร้างสถิติสำหรับมูลค่าธุรกิจใหม่ใน 9 เดือนแรกของปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความหลากหลายทางธุรกิจของเอไอเอ
การมุ่งเน้นในการดำเนินกลยุทธ์ของเอไอเออย่างต่อเนื่อง ได้ช่วยเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของเอไอเอ หนุนให้เกิดการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นตัวเลขสองหลัก ทั้งจากช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตร อีกทั้งการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของธุรกิจใหม่ ๆ นั้นได้สร้างกำไรและช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และสร้างกระแสเงินสด ซึ่งทั้งหมดนี้ตอกย้ำความมั่นใจของเอไอเอในการที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงิน
ในจีนแผ่นดินใหญ่ เอไอเอกำลังก้าวหน้าอย่
“เอไอเอดำเนินธุรกิจในภูมิภาคที่
สถานะการเงินแข็งแกร่ง
สำหรับสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นของเอไอเอ ช่วยสร้างความแตกต่างที่สำคัญและความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยได้รับการสนับสนุนจากการบริหารพอร์ตโฟลิโอที่ยังมีผลอยู่และใช้แนวทางการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยความรับผิดชอบ
อันดับความน่าเชื่อถือโดยเฉลี่ยของพอร์ตโฟลิโอตราสารหนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 ที่ผู้ถือกรมธรรม์และผู้ถือหุ้นถือครองนั้นยังคงทรงตัวที่ระดับ A เมื่อเทียบกับอันดับความน่าเชื่อถือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 พอร์ตโฟลิโอหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทภาคเอกชน มีการกระจายความเสี่ยงอย่างดี โดยมีผู้ออกหุ้นกู้มากกว่า 1,700 ราย และมีขนาดการถือครองเฉลี่ย 43 ล้านเหรียญสหรัฐ
ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 สัดส่วน 2% ของพอร์ตโฟลิโอตราสารหนี้ทั้งหมดได้รับการจัดอันดับต่ำกว่าระดับการลงทุน หรือไม่ได้รับการจัดอันดับ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 หุ้นกู้ประมาณ 72 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 0.04% ของพอร์ตโฟลิโอตราสารหนี้ทั้งหมดของเอไอเอ ถูกปรับระดับลงให้ต่ำกว่าระดับการลงทุนในไตรมาส 3
ภูมิภาคเอเชีย “การออมบุคคล” สูงขึ้น
ภูมิภาคเอเชียมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันของเอไอเอเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการออมส่วนบุคคลที่สูงขึ้น ประชากรมีอายุมากขึ้น แต่มีอัตราการเข้าถึงประกันภัยต่ำ รวมถึงสวัสดิการการคุ้มครองที่จำกัดในภูมิภาค ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอันมากมายของเอไอเอทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากความต้องการนี้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว แม้จะมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาคในระยะใกล้ก็ตาม
“เรามั่นใจว่าการดำเนินการตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เอไอเอสามารถคว้าโอกาสระยะยาวมหาศาลในตลาดประกันชีวิตและสุขภาพในเอเชีย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ที่ทำกำไรได้ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงการสร้างเงินกองทุนส่วนเกิน และมูลค่าผู้ถือหุ้นที่มากขึ้น”
ทั้งนี้เอไอเอได้รับเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่ในสกุลเงินท้องถิ่น และบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สินในประเทศของเอไอเออย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เมื่อรายงานตัวเลขรวมของกลุ่มบริษัทจะมีผลกระทบในการแปลงสกุลเงิน เนื่องจากรายงานเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้ให้อัตราการเติบโตและข้อคิดเห็นบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น เนื่องจากจะทำให้เห็นภาพผลการดำเนินงานพื้นฐานของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น