เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ BOJ คงดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 0.25%

31 ต.ค. 2567 | 19:25น.
เงินบาท

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ BOJ คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 0.25% นักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือน ต.ค. รวมถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในสัปดาห์หน้า

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (31/10) ที่ระดับ 33.79/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลดเมื่อวันพุธ (30/10) ที่ระดับ 33.68/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินแกว่งตัวผันผวนในช่วงคืนวันพุธ (30/10) โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือน ต.ค. ที่ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานออกมาในวันศุกร์ (1/11) และรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในสัปดาห์หน้า (5/11)

ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา (30/10) ดอลลาร์สหรัฐ ได้รับแรงหนุนหลังบริษัท ADP รายงานว่า การจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐพุ่งขึ้น 233,000 ตำแหน่งในเดือน ต.ค. หลังจากปรับขึ้น 159,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. โดยตัวเลขของเดือน ต.ค.อยู่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 114,000 ตำแหน่ง พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ตัวเลขค่าจ้างเพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 4.7% ในเดือน ก.ย.

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันหลังสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) ในกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐปรับขึ้น 2.8% ในไตรมาสสามเมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปี (annualized) ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ระดับ 3.0% และชะลอตัวลงจากอัตราการเติบโตที่ 3.0% ในไตรมาสสอง

ทั้งนี้การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังมีอยู่จำกัด หลังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย.

สำหรับปัจจัยในประเทศ เมื่อวานนี้ (30/10) มีรายงานเปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ในเดือนกันยายน 2567 อยู่ที่ระดับ 92.44 หดตัว 3.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย. 67) หดตัวเฉลี่ย 1.75% โดยได้รับแรงกดดันจากยอดการผลิตยานยนต์ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ต้นทุนพลังงานทรงตัวอยู่ในระดับสูง และปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น

ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.65-33.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.76/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/10) ที่ระดับ 1.0854/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (30/10) ที่ 1.0839/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในเชิงแข็งค่าหลังจากที่เมื่อวานนี้ (30/10) สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเยอรมนี ขยายตัว 0.2% ในไตรมาสที่ 3/2567 เมื่อเทียบกับช่วงสามเดือนก่อนหน้า สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

โดยการสำรวจของรอยเตอร์คาดการณ์ว่า GDP เยอรมนีจะหดตัว 0.1% ในไตรมาสที่ 3/2567 โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของรัฐบาลและภาคครัวเรือน ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจเยอรมนีสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยมาได้ โดยภาวะเศรษฐกิจถดถอยหมายถึงการที่ GDP หดตัวลงสองไตรมาสติดต่อกัน ทั้งนี้ เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัว 0.3% ในไตรมาสที่ 2/2567 โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0842-1.0863 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0857/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้านี้ (31/10) ที่ระดับ 153.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (30/10) ที่ 152.89/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ปิดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ (31/10) ด้วยการตัดสินใจที่จะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0.25% ท่ามกลางความไม่สงบทางการเมืองและความผันผวนของตลาด

โดยธนาคารกลางได้ส่งสัญญาณถึงจุดยืนที่จะระมัดระวังต่อการเปลี่ยนแปลงในโครงการกระตุ้นทางการเงิน เนื่องจากการสูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภาหลังการเลือกตั้งได้จุดประกายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางนโยบายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทำให้โอกาสในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตซับซ้อนขึ้น โดยนักวิเคราะห์แนะนำว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวเชิงรุกในการเพิ่มเงินกู้ยืมของญี่ปุ่นเนื่องจากไม่มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ละเอียดอ่อนของญี่ปุ่น

การคงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และ BOJ ได้คงคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะทรงตัวใกล้เป้าหมาย 2% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมที่จะถอนมาตรการกระตุ้นทางการเงินขนาดใหญ่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนได้กลับมาแข็งค่าในระหว่างวันหลังนายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ (31/10) และส่งสัญญาณถึงความจำเป็นในการประเมินพัฒนาการทางเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรอบคอบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า BOJ มุ่งเน้นไปที่การจับตาความเสี่ยงที่จะมีต่อการฟื้นตัวของเศรษบกิจภายในประเทศ ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินครั้งต่อไป พร้อมส่งสัญญาณว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเคลื่อนไหวในทิศทางที่สอดคล้องกับการคาดการณ์

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นได้เผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดในเดือน ก.ย. โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือน ก.ย. จากเดอนก่อน เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% โดยผู้ผลิตในผลสำรวจของกระทรวงเศรษฐกิจ, การค้าและอุตสาหกรรมคาดว่า ผลผลิตที่ปรับตามฤดูกาลแล้วจะพุ่งขึ้น 8.3% ในเดือน ต.ค. และจะลดลง 3.7% ในเดือน พ.ย.

นอกจากนี้ ในรายงานอีกฉบับพบว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือน ก.ย. จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ต่ำกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.3% โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 152.91-153.57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 152.49/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (31/10), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ย. (31/10), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ต.ค. (1/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน ต.ค. จาก S&P Global (1/11), ดัชนีภาคการผลิตเดือน ต.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (1/11) และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือน ก.ย. (1/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.75/-6.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -4.00/-2.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ