เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

“กอบศักดิ์” เปิด 4 ประเด็น เตือนรับมือเทรนด์การเงินโลก

06 พ.ย. 2567 | 07:29น.
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล

“มี 3-4 ประเด็นที่อย่างน้อย นักลงทุนควรจะเข้าใจ เพื่อเตรียมการสำหรับช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ และเตรียมการสำหรับจัดพอร์ตการลงทุนในปีถัดไป” ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวในการแถลงข่าวของ FETCO เมื่อเร็ว ๆ นี้

โดย ดร.กอบศักดิ์กล่าวอีกว่า ตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมา ถือว่าปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยเป็นตลาดทุนที่รั้งท้าย ช่วงนี้ก็ดีขึ้น โดยจะเห็นว่าในเดือน ส.ค. 2567 ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยบวก 1.2% ซึ่งดีกว่าหลาย ๆ ประเทศที่ติดลบ และภาพตั้งแต่ต้นปีมา (YTD) ก็พลิกจากติดลบมาบวกที่ 3.5%

ล่าสุด เดือน ต.ค. มูลค่าซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอ หลังจากที่พลิกเป็นบวก 28,904 ล้านบาทในเดือน ก.ย. แต่โดยรวมก็ถือว่า ตลาดเริ่มนิ่งขึ้นมาก

ทั้งนี้ การลงทุนในระยะต่อไป จะมี “จุดเปลี่ยนสำคัญ” 4 เรื่องด้วยกัน คือ 1.การลดดอกเบี้ย ทั้งต่างประเทศและในประเทศไทย 2.เรื่องความผันผวนของตลาดการเงินโลก 3.การเลือกตั้งสหรัฐ ซึ่งจะมีนัยอย่างมาก และ 4.วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีน

“การลดดอกเบี้ย จะนำมาซึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และจะนำมาถึงเรื่องของราคาสินทรัพย์ที่จะไปได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้ Performance ของตลาด ยอดขาย กำไรต่าง ๆ ปรับตัวดีขึ้น แต่จะนำมาซึ่ง Asset Bubble ในระยะต่อไป

ผมว่านี่เป็นธีมใหญ่ที่นักลงทุนจะต้องเข้าใจ ขณะเดียวกันเรื่องเมืองจีนก็มีความสำคัญ และนัยของประธานาธิบดีใหม่ของสหรัฐ กับเรื่องเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งด้านการค้า ด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงสงคราม และเอเชียที่ยังจะเป็นเป้าหมายการลงทุนสำคัญ”

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหาที่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว อย่างเรื่องของเงินเฟ้อ ก็ได้จบลงไปแล้ว โดยโลกกำลังเข้าสู่บทใหม่ว่าด้วยเรื่อง “การลดดอกเบี้ยเพื่อฟื้นเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง” ซึ่งจะเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเทรนด์จะเกิดขึ้นประมาณ 1 ปีครึ่ง จนถึงปลายปีหน้า

ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยรวม 1% ตลอดปีนี้ และคาดว่าปีหน้าจะลดอีก 1% หลังจากนั้นก็จะลดให้เข้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 0.75-3%

Advertisement

“ตั้งแต่กลางปีนี้ จนถึงปลายปีหน้า ก็ถือว่าเป็นการลดดอกเบี้ย 1 ปีครึ่ง ซึ่งการที่ทุกคนทยอยลดดอกเบี้ย จะเหมือนกับเสียงคอรัส อังกฤษลด สหภาพยุโรป (อียู) ลด สหรัฐลด ละตินอเมริกาลด ออสเตรเลียลด ประเทศในเอเชียลด จะกลายเป็นเสียงที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับทุก ๆ คน ว่ากระบวนการการกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังดำเนินอยู่ แล้วทั้งหมดนี้จะเป็น Backdrop ของการลงทุนในช่วงปีครึ่งข้างหน้า นี่คือหัวใจที่อยากให้ทุกคนเห็นภาพ”

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ คือ เพื่อให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว แต่การฟื้นตัว อาจจะดูค่อนข้างช้า ต้องใช้เวลา โดยดูจากดัชนี PMI หลายประเทศที่ยังทรงตัว เพราะคนยังไม่ค่อยมั่นใจ ซึ่งตนตีความว่าเป็นผลจากการที่ดอกเบี้ยสูงมาระยะเวลาหนึ่ง และทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจนชะลอตัว

อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยจะไม่ได้ส่งผลในทันที แต่จะต้องใช้เวลาราว 6 เดือนถึง 1 ปี ระหว่างนั้นเศรษฐกิจโลกอาจจะสามวันดีสี่วันไข้ แต่ไม่ต้องกังวล

“ตัวเศรษฐกิจจะยังชะลอไปอีกสักระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวก็จะมีคนพูดถึง Recession (เศรษฐกิจถดถอย) ก็อย่าไปกังวลใจ เพราะการเกิด Recession ในช่วงที่ลดดอกเบี้ย เป็นช่วงที่จัดการ Recession ได้ดีที่สุด สามารถลดดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นได้ เรียกได้ว่า เป็น Recession ที่ตื้นและสั้น

จะต่างจากเกิด Recession ในช่วงที่กำลังขึ้นดอกเบี้ย เพื่อจัดการเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในช่วง Turning Point จะสามวันดีสี่วันไข้อยู่บ้าง แต่รวม ๆ แล้วจะกำลังฟื้น เหมือนคนไข้กำลังจะออกจากไอซียู นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ากำลังเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก”

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องติดตาม คือ “Asset Bubble” หรือ “ฟองสบู่สินทรัพย์” โดยดัชนีหุ้นดาวน์โจนส์ และแนสแดค ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดเวลาในช่วงนี้ ก็ต้องถามว่าจะขึ้นไปอีกแค่ไหน เพราะทุกคนก็กังวลใจ

รวมถึงราคาทองคำที่พุ่งแรง หรือแม้กระทั่งบิตคอยน์ ที่กลับไปแตะนิวไฮ และมีแนวโน้มว่า หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้ง ก็จะยิ่งขึ้นไปอีก เพราะมีการประกาศไว้ว่าจะทำให้สหรัฐเป็นเมืองหลวงของสินทรัพย์ดิจิทัล

“ที่น่ากังวลใจ คือ สินทรัพย์ทุกตัว กำลังขึ้นไป แล้วทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง เพราะมีสภาพคล่องจำนวนมาก ที่อยู่ในระบบ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ทำให้สินทรัพย์ต่าง ๆ ขึ้นไป ลองคิดดูว่า ใน 2-3 ปีข้างหน้า ยังไงสภาพคล่องก็ไม่มีวันกลับมาเป็นปกติ

ก็หมายความว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้น กำลังลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง จะมีสภาพคล่องจำนวนมากที่หาทางไปไม่ได้ ต้องวิ่งหาสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น ธนาคารกลางก็จะหนักใจมากขึ้น”

ขณะที่เรื่องความผันผวนของการเงินโลก จะค่อย ๆ นิ่งลง ซึ่งต้องรอดูสัญญาณเฟดที่จะออกมาด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาการเลือกตั้งสหรัฐ ซึ่งชัยชนะของแต่ละฝั่งจะให้ผลต่างกัน และจะมีผลกำหนดแนวโน้มการลงทุนสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ในปีหน้าด้วย

ส่วนวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีน สัญญาณต่าง ๆ ชี้ไปว่า ยังไม่จบรอบ ซึ่งถึงที่สุดแล้ว รัฐบาลกลางคงต้องตัดสินใจว่าจะเคลียร์หนี้เสียในระบบอย่างไร และหากรัฐบาลเข้ามาจัดการ ตรงนั้นจะเป็นจุดต่ำสุดของวิกฤต และจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน แต่หากไม่เคลียร์ ก็ทำได้ แต่จะเป็นเหมือนญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า และเศรษฐกิจไม่เติบโตเป็นเวลานาน

ดร.กอบศักดิ์กล่าวด้วยว่า ส่วนเศรษฐกิจไทย ตนไม่ค่อยกังวลมาก เพราะโดยรวมเข้าสู่ช่วงการค่อย ๆ ฟื้นตัวแล้ว และจะได้รับการซัพพอร์ตจากเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวด้วย ทั้งนี้ สิ่งที่กังวลมีแค่ 2 อย่าง คือ หนี้ครัวเรือน กับเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากจีน

“ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ถ้าดูผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ก็ถือว่าดี แบงก์ก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยรวมก็ดี เศรษฐกิจภาพรวมก็อยู่ในช่วงฟื้น ส่งออกก็กลับมาเป็นปกติ บริโภคก็ทรง ๆ ไปได้ดีระดับหนึ่ง ตัวลงทุนก็ฟื้นขึ้นมา นักท่องเที่ยวก็กลับมา

เหลือเฉพาะการผลิตที่ยังขึ้น ๆ ลง ๆ ภาพรวมปีนี้ก็คงต่ำกว่า 3% ลงมานิดหน่อย ส่วนปีหน้าทุกคนก็พูดว่า 3% นิดหน่อย ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่อง Macro”