เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เมื่อ “ทรัมป์” มา ส่อพาเงินเฟ้อพุ่ง กดดันเฟดกลับไปเข้มดอกเบี้ยอีก

10 พ.ย. 2567 | 09:21น.
ทรัมป์ เฟด เงินเฟ้อ

นโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐ ที่ประกาศไว้ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศในอัตรา 10% ถึง 20% และสำหรับสินค้าจากประเทศจีน คู่แข่งหมายเลข 1 จะเก็บอัตรา 60% เป็นอย่างน้อย สร้างความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งสูงและสร้างผลกระทบต่อนโยบายการเงินกับตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกอีกครั้ง 

สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้กันอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก โดยเฉพาะเสื้อผ้าและรองเท้าที่นำเข้าจากต่างประเทศคิดเป็นราว 90% ของทั้งหมด โดยมีจีนเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่

หากสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าตามนโยบายของทรัมป์ ต้นทุนภาษีจะถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคที่ปลายทาง ทำให้ครัวเรือนในสหรัฐต้องจ่ายค่าสินค้าในราคาที่แพงขึ้น เป็นภาวะเงินเฟ้อจากแรงผลักของต้นทุน (Cost-push Inflation)

จากผลการศึกษาที่สหพันธ์การค้าปลีกแห่งชาติ (National Retail Federation) ของสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมาพบว่า หากข้อเสนออัตราภาษีนำเข้าของทรัมป์ถูกใช้จริง ราคาค้าปลีกสินค้า อย่างเครื่องแต่งกาย รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในครัวเรือน สินค้าสำหรับการเดินทาง และของเล่น จะเพิ่มขึ้นในอัตราเลข 2 หลัก ซึ่งราคาของสินค้าต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะทำให้ครัวเรือนในสหรัฐอาจสูญเสียอำนาจการใช้จ่าย (Spending Power) มากถึง 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 2.67 ล้านล้านบาท) 

ธนาคารเจพีมอร์แกน (JPMorgan) วิเคราะห์ว่า การขึ้นภาษีนำเข้าบวกกับการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลตามนโยบายของทรัมป์ อาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นกว่าสถานการณ์กรณีไม่มีภาษีดังกล่าวประมาณ 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์ (Percentage Point) 

สถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ (Peterson Institute for International Economics : PIIE) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจชื่อดังในสหรัฐคาดการณ์ตัวเลขสูงจนน่ากังวลว่า ภาษีนำเข้าของทรัมป์จะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐระหว่าง 4.1 ถึง 74 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในปี 2026 โดยคาดการณ์ว่าสถานการณ์กรณีไม่มีภาษีดังกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเฉลี่ยภายในปี 2026 จะอยู่ที่ 1.9% นั่นหมายความว่า หากมีการขึ้นภาษี อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นเป็นระหว่าง 6% ถึง 9.3% 

เมื่ออัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve) ที่เพิ่งเริ่มปรับลดดอกเบี้ยลง ก็อาจจะต้องใช้นโยบายคงดอกเบี้ยสูง หรือปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้ออีก แล้วเมื่อธนาคารกลางสหรัฐใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกย่อมจะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างที่เป็นมาในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์การตัดสินใจนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงข้อความจากครั้งก่อน ๆ หน้า โดยตัดข้อความส่วนที่ว่า “คณะกรรมการมีความมั่นใจมากขึ้นว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังเคลื่อนตัวไปสู่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน” ออกไป สะท้อนว่า FOMC เริ่มไม่มั่นใจหรือมั่นใจน้อยลงว่าเงินเฟ้อจะลงสู่เป้าหมาย 2% ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากการพิจารณาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่โดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัย

ไม่เพียงแค่นโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเท่านั้นที่จะส่งผลไปถึงตลาดเงินตลาดทุน แต่นโยบายการใช้จ่ายทางการคลังของทรัมป์ที่จะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ ก็ถูกมองว่าจะสร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจและตลาดด้วยอีกทาง

เอริก นีลเสน (Erik Nielsen) หัวหน้าที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มธนาคารยูนิเครดิต (UniCredit) แสดงความเห็นว่า คำมั่นสัญญาด้านการคลังของทรัมป์เป็นปัญหาอย่างมากสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐและตลาดการเงินโลก เนื่องจากเป็นคำมั่นสัญญาที่จะขยายการขาดดุลงบประมาณ ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็มากเกินไปอยู่แล้ว และขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังขู่ว่าจะบ่อนทำลายสถาบันสำคัญ ๆ ด้วย

“เราต้องสรุปว่าทรัมป์เป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อตลาดการเงินสหรัฐ และต่อเสถียรภาพทางการเงินทั่วโลก” นีลเสนกล่าว

นอกจากนั้น ทรัมป์แสดงท่าทีที่จะเพิ่มอำนาจของประธานาธิบดีเหนือธนาคารกลางสหรัฐด้วย ซึ่งนี่ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน แต่จะส่งผลกระทบต่อตลาดสหรัฐและให้อานิสงส์ต่อตลาดอื่น ๆ

อ้างอิง :