Skip to content

กระทงขนมปัง สร้างผลกระทบกว่าที่คิด ลอย 1 คืน ต้องฟื้นฟูน้ำ 4 เดือน

12 พ.ย. 2567 | 15:53น.
กระทงขนมปัง สร้างผลกระทบกว่าที่คิด ลอย 1 คืน ต้องฟื้นฟูน้ำ 4 เดือน

กระทงขนมปัง กระทงอาหารปลา กระทงกรวยไอศกรีม สร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมกว่าที่คิด ลอย 1 คืน ต้องใช้เวลาฟื้นฟูน้ำ 4 เดือน

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2567 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้บรรยากาศในปีนี้ดูจะคึกคักกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา

การจัดงานเทศกาลลอยกระทงนั้นมีด้วยกันหลายแบบซึ่งเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็น งานลอยกระทงแบบดั้งเดิมตามสถานที่จัดงานต่าง ๆ รวมถึงงานลอยกระทงแบบดิจิทัล และงานลอยกระทงแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมจากกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน ผู้คนที่ออกมาลอยกระทงต่างก็นำกระทงจากวัสดุธรรมชาติมาลอย งดใช้กระทงโฟม หรือรวมกลุ่มกันลอยกระทงต่อ 1 ใบ เพื่อช่วยกันลดผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อม

สถิติการเก็บกระทงในกรุงเทพมหานคร

  • ปี 2560 : กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 760,019 ใบ (93.6%) – กระทงโฟม 51,926 (6.4%)
  • ปี 2561 : กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 769,444 ใบ (94.7%) – กระทงโฟม 44,883 (5.3%)
  • ปี 2562 : กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 483,264 ใบ (96.3%) – กระทงโฟม 18,760 (3.7%)
  • ปี 2563 : กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 474,806 ใบ (96.4%) – กระทงโฟม 17,731 (3.6%)
  • ปี 2564 : กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 388,954 ใบ (96.5%) – กระทงโฟม 14,281 (3.5%)
  • ปี 2565 : กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 548,086 ใบ (95.7%) – กระทงโฟม 24,516 (4.3%)
  • ปี 2566 : กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 618,951 ใบ (96.7%) – กระทงโฟม 20,877 (3.26%)

กระทงขนมปัง ลอย 1 คืน ฟื้นฟูน้ำ 4 เดือน

อย่างไรก็ตาม มีกระทงอยู่ประเภทหนึ่ง นั่นคือ กระทงขนมปัง กระทงอาหารปลา และกระทงกรวยไอศกรีม ซึ่งผู้คนทั่วไปอาจคิดว่าเป็นกระทงที่ช่วยลดผลกระทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อม และยังได้ให้อาหารปลาในบึงน้ำธรรมชาติด้วย แต่แท้จริงแล้วกระทงขนมปังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด ทั้งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเน่าเสีย และการใช้กระทงขนมปังในปริมาณที่มากเกินไปยังไม่เป็นผลดีต่อสิ่งมีชีวิตด้วย

“นางสาววรนุช สวยค้าข้าว” รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ยกตัวอย่างกรณีกระทงขนมปังที่ทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ว่า ที่สวนสันติภาพ เขตราชเทวี ซึ่งปกติจะมีผู้ใช้บริการวันละ 1,000 – 1,500 คน แต่ในวันลอยกระทงมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการถึง 14,000 คน และมีจำนวนกระทงประมาณ 6,800 ใบ

หลังจากประชาชนลอยกระทงเสร็จในเวลาเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่ก็เริ่มเก็บกระทง แล้วเสร็จเวลา 03.00 น. ซึ่งไม่สามารถนับได้ว่ามีกระทงขนมปังเท่าไร เนื่องจากกระทงขนมปังเปื่อยยุ่ยลงสู่ก้นบ่อ

การที่ประชาชนนำกระทงขนมปังไปลอยในบึงน้ำที่เป็นระบบปิด ช่วงเช้าในเวลา 05.00 น. กลุ่มปลานิล ปลาตะเพียน ก็เริ่มขาดออกซิเจน และทยอยลอยขึ้นมาตายนับพันตัว ก่อนจะเริ่มส่งกลิ่นเหม็นในช่วงสาย ทำให้เจ้าหน้าที่จากสำนักการระบายน้ำต้องเร่งสูบน้ำออกจากบ่อ เพราะน้ำเริ่มมีสีดำและเน่าเสีย

ขณะเดียวกันขนมปังที่เปื่อยยุ่ยก็ตกตะกอนลงสู่ก้นบึงรวมกับดินโคลน ปลาที่อาศัยอยู่ใต้ดินไม่ว่าจะเป็นปลาช่อน ปลาดุก ก็เริ่มได้รับผลกระทบ จึงต้องเร่งนำรถมาดูดโคลนออกจากบึงอีกประมาณ 4 วัน รวมทั้งทยอยย้ายปลาไปยังบึงน้ำข้าง ๆ ที่ไม่ได้เปิดให้ประชาชนลอยกระทง

“ต้องใช้เวลาฟื้นฟู ทั้งสูบน้ำออก ดูดโคลนออก และปรับสภาพบ่อให้อยู่ในระดับที่สามารถเติมน้ำเข้าไปใหม่ได้ ตลอดจนฟื้นฟูระบบนิเวศในบึงน้ำเป็นระยะเวลานานถึง 4 เดือน…ขนมปังทำจากแป้ง มีน้ำตาล และไขมันต่าง ๆ จึงเหมือนเป็นการเติมอาหารให้แบคทีเรีย ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง สิ่งมีชีวิตในน้ำก็ไม่มีออกซิเจนเพียงพอในการดำรงชีวิตได้อย่างสมดุล”

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ขอความร่วมมือประชาชนงดใช้กระทงขนมปัง กระทงอาหารปลา และกระทงกรวยไอศกรีม โดยกระทงที่ทำจากวัสดุธรมชาติจะสามารถตักเก็บได้ง่ายกว่า เมื่อเก็บมาแล้วก็จะสามารถนำไปทำปุ๋ยชีวภาพและนำกลับมาใช้กับต้นไม้ในสวนของ กทม. ได้ นอกจากนี้ ต้องไม่ใช้วัสดุประเภทตะปู แม็ก หรือเข็มหมุดในการเย็บกระทงด้วย นางสาววรนุช กล่าว