Skip to content

ยักษ์ชูกำลัง “เกาหลี” บุกไทย เขย่า 3.5 หมื่นล้าน…เดือดรอบใหม่

04 มิ.ย. 2561 | 20:58น.
ยักษ์ชูกำลัง “เกาหลี” บุกไทย เขย่า 3.5 หมื่นล้าน…เดือดรอบใหม่

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

เป็นที่ทราบกันดีว่า หนึ่งในตลาดเครื่องดื่มที่หินที่สุด ยากที่รายใหม่จะเข้ามาทำตลาดนั่นก็คือ “เครื่องดื่มชูกำลัง” ด้วยความแข็งแกร่งของผู้เล่นที่เจนจัดในสมรภูมินี้มาหลายสิบปี ซึ่งนอกจากจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการทำตลาดแล้ว ผู้เล่นที่จะจับตลาดนี้อยู่หมัดได้ ต้องมีระบบเน็ตเวิร์กการกระจายสินค้าที่สามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ อีกทั้งกิจกรรมออนกราวนด์ที่ต้องประชิดให้ถึงตัวผู้บริโภค

และที่สำคัญศักยภาพในการบริหารต้นทุนการผลิต ด้วยฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน มีความเซ็นซิทีฟเรื่องราคา ทำให้เครื่องดื่มชูกำลังไม่สามารถขึ้นราคาได้ เพราะจะเสียเปรียบเรื่องการแข่งขัน ทำให้ต้องวางขายในราคาขวดละ 10 บาท มาหลายปีแล้ว

อย่างไรก็ตามด้วยมูลค่าที่มหาศาลกว่า 35,000 ล้านบาทในตลาดนี้ ยังคงเป็นแหล่งลงทุนที่หอมหวนสำหรับผู้เล่นรายใหม่ ๆ อยู่เสมอ ล่าสุด ภายในงาน THAIFEX 2018 พบว่ามีผู้ประกอบการเครื่องดื่มสัญชาติเกาหลี กำลังเปิดรับหาพาร์ตเนอร์เพื่อนำสินค้าเข้ามาทำตลาดในไทย ตลอดจนเป็นการโชว์เคสให้คนที่แวะเวียนมาในงานได้ทำความรู้จักกับสินค้าภายในเครือของตน

“จุง ยอง พาร์ค” ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ และผู้บริหารโปรเจ็กต์ หน่วยธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ดอง-เอ เอสที จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาเวชภัณฑ์รายใหญ่ รวมถึงเครื่องดื่มให้พลังงาน แบคคัส (Bacchus) จากเกาหลี ระบุว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากศักยภาพของตลาดที่ใหญ่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แบรนด์แบคคัส ซึ่งถือเป็นผู้นำในตลาดชูกำลังเกาหลีที่เป็นแบรนด์โลคอล

โดยต้องการจับมือกับพาร์ตเนอร์ในไทยเพื่อร่วมมือกันจัดจำหน่าย และในอนาคตมองถึงการเข้ามาตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อสร้างโรงงานด้วย เนื่องจากปัจจุบันราคาขายปลีกของแบคคัส อยู่ที่กระป๋องละ 30 บาท (ในเกาหลี) หากต้องอิมพอร์ตเข้ามาจำหน่ายจะมีต้นทุนอื่น ๆ เพิ่มอีก ทั้งค่าขนส่ง โลจิสติกส์ ภาษี ฯลฯ ทำให้ต้องบวกราคาเพิ่ม ในขณะที่ราคาเฉลี่ยของเครื่องดื่มชูกำลังในไทยที่เป็นเมนสตรีมอยู่ที่ประมาณ 10 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้ทำการพูดคุยกับบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ในการเป็นดิสทริบิวเตอร์ให้ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ ทั้งนี้การมาออกงาน THAIFEX ก็เพื่อหาคู่ค้า พาร์ตเนอร์ในการร่วมธุรกิจกัน ตลอดจนสร้างแบรนด์อะแวร์เนสให้ผู้บริโภคคนไทยได้รับทราบ

“แม้ตลาดเมืองไทยจะมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่เรายังมองโอกาสที่จะใช้ศักยภาพของแบรนด์ ซึ่งได้รับความนิยมสูงในเกาหลี กับกระแสที่คนไทยรุ่นใหม่ก็ให้ความสนใจ และยอมรับกับสินค้าของเกาหลีหลายประเภท ทั้งเคบิวตี้ เคป๊อป เคดราม่า ฯลฯ ซึ่งน่าจะสร้างการยอมรับในตัวแบรนด์ได้ไม่ยาก”

“พาร์ค” ยังระบุถึงจุดเด่นของแบรนด์ นั่นก็คือสินค้า ที่มีให้เลือกหลากหลาย ตรงความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสูตรธรรมดา สูตรคาร์บอเนต สูตรพรีเมี่ยม (ไม่มีน้ำตาล) ซึ่งทุกสูตรจะมีส่วนผสมหลักคือทอรีน นมผึ้ง และโสม นอกจากให้พลังงานแล้วยังมีคุณประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีกด้วย

โดยปัจจุบันมีการจำหน่ายกว่า 25 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน เวียดนาม กัมพูชา ลาว เมียนมา สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเรีย นิวซีแลนด์ กัวเตมาลา อุรุกวัย เปรู อาร์เจนตินา สหรัฐอเมริกา อินเดีย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีสินค้าเครื่องดื่มอีกหลายรายการ เช่น “Oran C” เครื่องดื่มผสมวิตามินซี รสส้ม, สับประรด และมะนาวคาลามานซี “honey lemon” เครื่องดื่มน้ำผึ้งมะนาว ฯลฯ ซึ่งคาดว่าจะนำเข้ามาทำตลาดร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการขยายตัวค่อนข้างต่ำ เนื่องจากฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่แทบทุกรายต้องออกแรงกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมการตลาด กิจกรรมออนกราวนด์ แคมเปญชิงโชค ฯลฯ

ตลอดจนการขยายธุรกิจออกไปรับกับโอกาสในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคาราบาว ที่เดินหน้าบุกอังกฤษ และยุโรปอย่างหนัก เนื่องจากกลุ่มประเทศยุโรปมองว่าชูกำลังเป็นเครื่องดื่มพรีเมี่ยม สามารถบริโภคได้ทุกเพศ ทุกวัย และบริโภคได้หลากหลายโอกาส

นอกจากการแข่งขันที่รุนแรงจะปราบไปหลายเซียนแล้ว สถานการณ์การบริโภคที่ยังก้าวพ้นกลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่ได้ ยังเป็นจุดสำคัญที่รั้งการเติบโตเอาไว้ รายใหม่ที่จะเข้ามาก็ต้องมองให้ขาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกาหลี เครื่องดื่มชูกำลัง