Skip to content

ทีเส็บจัดใหญ่ “WORLD TEA & COFFEE 2024” ปั้นเชียงรายฮับไมซ์ “ชา-กาแฟ” อาเซียน

14 พ.ย. 2567 | 15:54น.
ทีเส็บจัดใหญ่ “WORLD TEA & COFFEE 2024” ปั้นเชียงรายฮับไมซ์ “ชา-กาแฟ” อาเซียน

“ทีเส็บ” ผนึกภาครัฐ-เอกชนจัดใหญ่งาน “WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024” ดัน เชียงรายขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางงานไมซ์ด้านชา-กาแฟระดับนานาชาติ ต่อยอดยุทธศาสตร์ความร่วมมือทุกมิติ ส่งเสริมระบบ Ecosystem เชื่อมโยง Value Chain หนุนภาคเหนือตอนบนเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวด้านชา-กาแฟของภูมิภาคอาเซียน

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่าทีเส็บได้ผนึกความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องจัดงาน “WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย ระหว่าง 20-22 พฤศจิกายน 2567 นี้ ภายใต้แนวคิด “เชียงรายมีดี ชาดี กาแฟดี” เพื่อสานต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์และสินค้าชุมชน พร้อมทั้งขับเคลื่อนให้จังหวัดเชียงรายเป็นจุดหมายปลายทางงานไมซ์ด้านชา-กาแฟระดับนานาชาติต่อไป

โครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรรมต่อเนื่องของโครงการพัฒนาและต่อยอดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และสินค้าชุมชน เพื่อส่งเสริมศักยภาพและยกระดับสินค้าชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย ผ่านการจัดประชุมและงานแสดงสินค้า

นายจิรุตถ์กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นปีครบ 50 ปีของเส้นทางสายพันธุ์กาแฟอราบิก้ายุคใหม่ ที่มีการค้นคว้าพัฒนาอย่างจริงจัง ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดกาแฟของประเทศไทยเติบโตและขยายใหญ่มากขึ้น ผลผลิตได้รับการยอมรับจากทั้งในระดับประเทศและสากล ชา กาแฟจึงมีความสำคัญต่อเรื่องราววิถีชีวิตที่เกี่ยวพันกับชุมชนสู่เมืองใหญ่ จากไร่ชา กาแฟ สู่คาเฟ่หลายหมื่นแห่งทั่วประเทศ และมีความหมายต่อเกษตรกรและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้

โดยทีเส็บมีเป้าหมายส่งเสริมการสร้างชื่อเสียง หรือ Destination Branding ของจังหวัดเชียงราย และตอกย้ำภาพลักษณ์ของเชียงรายในฐานะเป็นแหล่งผลิตชาและกาแฟคุณภาพ ครอบคลุมการดำเนินงานในทุกมิติอย่างยั่งยืน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ฯลฯ

นับเป็นส่วนหนึ่งของการขยายขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางการจัดงานไมซ์ (MICE) ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น เพื่อให้เชียงรายเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดนักเดินทางไมช์จากต่างประเทศ

ด้านหม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สำหรับงาน WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024 ครั้งนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ

อาทิ การจัดการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจจากจังหวัดเป้าหมาย มาร่วมเรียนรู้เส้นทางกาแฟในกิจกรรมเส้นทางเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างเครือข่ายระหว่างเกษตรกร เชื่อมโยงการจัดงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ในโครงการดอยตุง ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต

รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ชุมชนจากภารกิจของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เพื่อร่วมสื่อสารผ่านกิจกรรมการจัดงานแสดงสินค้า การจัดการประชุมนานาชาติ และกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายธุรกิจ

ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาต่อยอดให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และสินค้าชุมชน ที่สร้างสรรค์จากชาและกาแฟของจังหวัดเชียงราย และเป็นหมุดหมายสำคัญของผู้คนทั่วไปที่จะเข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้ศักยภาพของจังหวัดเชียงรายต่อไปในอนาคต

“มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับชา-กาแฟจังหวัดเชียงรายในครั้งนี้ โดยที่ผ่านมามูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีภารกิจต่อการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถอดบทเรียนความรู้จากวิกฤตในแต่ละช่วงเวลาของชา-กาแฟ สร้างองค์ความรู้ที่สำคัญให้แก่ชุมชนและจังหวัดเชียงรายได้อย่างมีนัยยะสำคัญ” หม่อมหลวง
ดิศปนัดดากล่าว

เช่นเดียวกับนางสุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่ม เซ็นทรัล จำกัด ที่กล่าวว่า ในฐานะภาคีเครือข่ายชา-กาแฟ เชียงราย กลุ่มเซ็นทรัลได้ให้การสนับสนุนผ่านโครงการ CENTRAL THAM

โดยได้ตั้งกลุ่มพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกกาแฟอินทรีย์รักษาป่า ลดการตัดต้นไม้ทำลายป่า ลดหมอกควัน เพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาชุมชนภูชี้เดือน ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ที่ประสบผลสำเร็จและสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนจากการผลิตกาแฟพันธุ์ รวมถึงการทำโรงคั่วกาแฟ ขยายช่องทางการขาย ส่งเสริมการทำการตลาด จนสร้างแบรนด์ “ภูชี้เดือน” ได้สำเร็จ

อนึ่ง งาน WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024 เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเครือข่ายเกษตรกร นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนจากทั่วประเทศ มีนิทรรศการจากองค์กรเครือข่ายแสดงศักยภาพของชา-กาแฟภาคเหนือ โซนองค์ความรู้ 50 ปี เรื่องราวกาแฟบนภูดอย รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากชาและกาแฟร้านท้องถิ่นของจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือรวมกว่า 50 บูท

นอกจากนี้ ยังมีการสัมมนาให้ความรู้เรื่องชา-กาแฟ รวมไปถึงกิจกรรมการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมชา-กาแฟ และนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวที่จะมอบประสบการณ์ครั้งใหม่ที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์บนเส้นทางสายไมซ์