เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

การศึกษาสูงเตะฝุ่นมากสุด สภาพัฒฯ จี้เตรียมแรงงานรับอุตสาหกรรมใหม่

28 พ.ย. 2567 | 07:20น.

สถานการณ์ด้านแรงงานของประเทศไทย เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ดี ยังมีสิ่งที่ต้องระมัดระวัง รวมถึงเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตด้วย

แรงงานไหลสู่ภาคท่องเที่ยว

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านแรงงานล่าสุด ในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 ว่า การจ้างงานในไตรมาส 3 ปี 2567 ค่อนข้างทรงตัว โดยภาพรวมผู้มีงานทำอยู่ที่ 40 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 0.1%

แต่เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจะเพิ่มขึ้น จะเห็นว่าผู้มีงานทำเพิ่มขึ้นประมาณ 5 แสนคน ทั้งนี้ การจ้างงานภาคเกษตรหดตัวลงประมาณ 3.4% ขณะที่นอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.4%

“แรงงานจากภาคเกษตรที่ย้ายไปนอกภาคเกษตร ส่วนใหญ่จะเข้าไปในสาขาโรงแรมและภัตตาคาร กับสาขาการขนส่งและเก็บสินค้ามากที่สุด” นายดนุชากล่าว

ทั้งนี้ สาขาการขนส่งและเก็บสินค้าขยายตัวได้มากที่สุดที่ 14% และสาขาโรงแรมและภัตตาคารที่ 6.1% ขณะที่สาขาการผลิตหดตัว 1.4% โดยเฉพาะในการผลิต

อัตราว่างงานเริ่มสูงกว่าปีก่อน

ขณะที่ในเรื่องของชั่วโมงการทำงาน นายดนุชากล่าวว่า ปรับตัวดีขึ้น อย่างเช่นในด้านผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตยานยนต์ ชั่วโมงการทำงานโดยรวมเพิ่มขึ้น แต่บางส่วนยังต้องการทำงานเพิ่ม โดยภาพรวมและเอกชนอยู่ที่ 43.3 และ 47.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามลำดับ มีผู้ทำงานล่วงเวลาเพิ่มขึ้น 3.8%

ขณะที่ผู้เสมือนว่างงานลดลงมากถึง 32.9% และผู้ทำงานต่ำระดับเพิ่มขึ้น 15% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ทั้งนี้ ผู้ทำงานต่ำระดับ หมายถึงผู้ที่ทำงานต่ำกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และต้องทำงานเพิ่มเติม

ด้านค่าจ้างแรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้นในภาพรวม ประมาณ 1.8% โดยในภาคเอกชนเพิ่มขึ้นประมาณ 2.7%

สำหรับอัตราการว่างงานในไตรมาส 3 ปี 2567 มีจำนวนผู้ว่างงาน 4.1 แสนคน เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสที่แล้วที่อยู่ที่ 1.07% โดยอัตราการว่างงานไตรมาส 3 ลงมาอยู่ที่ 1.02%

การศึกษาสูงว่างงานมากสุด

“ถ้าแยกตามระดับการศึกษา ยังคงเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาสูง หรืออุดมศึกษา ที่มีอัตราการว่างงานอยู่ที่กว่า 2.1% ซึ่งในกลุ่มนี้เมื่อเข้าไปดู มีกลุ่มที่ว่างงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ตอนนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาประมาณ 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุสำคัญมาจากการที่หางานยังไม่ได้ และยังเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยทำงานมาก่อนเป็นส่วนใหญ่ ช่วงอายุจะอยู่ที่ประมาณ 20-29 ปี” เลขาธิการ สศช.กล่าว

จี้เตรียมพร้อมแรงงานรับอุตฯใหม่

สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ได้แก่ การส่งเสริมการปรับตัวของแรงงานในอุตสาหกรรมรูปแบบเดิมให้เป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยปัจจุบันหลายอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้โครงสร้างการผลิตแบบเดิมไม่ตอบสนองความต้องการของตลาด

อาทิ เทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ที่ยอดการผลิตรถยนต์สันดาปช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. 2567 ลดลงถึง 28.3% ซึ่งส่งผลกระทบต่อแรงงานทั้งการเลิกจ้าง การลด OT ตลอดจนการใช้มาตรา 75 การสมัครใจลาออก และการเกษียณก่อนกำหนด เช่น การเปิดโครงการสมัครใจลาออก เป็นต้น

ต่อมาการเตรียมความพร้อมด้านทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนเพิ่มส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ และอาจมีการจ้างแรงงานไทยประมาณ 1.7 แสนคน ซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนเพื่อให้แรงงานไทยได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว

“ขณะนี้เริ่มมีอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เข้ามา ส่วนอุตสาหกรรมเดิมก็เริ่มมีการปรับตัว เพื่อให้รับกับอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น เรื่องแรงงานก็จะต้องมีการ Upskill-Reskill อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานที่จะต้องผลิตขึ้นมาให้สอดรับกับอุตสาหกรรมใหม่ที่บีโอไอให้การส่งเสริม

ซึ่งที่เข้ามาก็จะมีอุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ตรงนี้จะมีการจ้างงานอีกราว 1.7 แสนคน ดังนั้นคงต้องเร่งพัฒนาเรื่องของทักษะแรงงานให้รองรับกับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายดนุชากล่าว

เตือนระวัง/รับมือค่าครองชีพพุ่ง

นอกจากนี้มีอีกประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ คือ ผลกระทบต่อค่าครองชีพจากสถานการณ์อุทกภัยที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น โดยสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะพืชระยะสั้นเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ควรตรวจสอบและควบคุมราคาไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ประสบภัยน้ำท่วม

“ในปีนี้การผลิตภาคการเกษตรปรับตัวลดลง ก็ทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ ดังนั้นคงต้องติดตามดูแลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเติมจากเรื่องอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ” เลขาธิการ สศช.กล่าว