ขาใหญ่อลหม่าน…ทุบหุ้น SUPER ร้องถึง ก.ล.ต.สาวไส้หามือป่วน
วันแดงเดือดขาใหญ่ทุบหุ้นเก็งกำไรอย่าง SUPER หรือ บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา ถูกถล่มขายอย่างหนักตลอดช่วงบ่ายของวันดังกล่าว โดยเฉพาะช่วงเวลา 15.13 น. กระหน่ำขายทิ้งราว 1.10 พันล้านหุ้น และหนักสุดช่วง15.21 น. อีก 1.70 พันล้านหุ้น ราคาหุ้นร่วงต่ำสุดในรอบวันอยู่ที่ 1.04 บาท จากระดับ 1.48 บาท หรือรูด 29.73% จากวันก่อนหน้า (31 พ.ค.)
ราคาหุ้น SUPER ร่วงดิ่งฟลอร์ ท่ามกลางข่าวแรงเทขายของ 2 ผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งนายจอมทรัพย์ โลจายะ และนายประเดช กิตติอิสรานนท์ จนต้องมาแจงปมร้อนในต้นสัปดาห์ (4 มิ.ย.) ขณะที่ราคาหุ้นก็ขึ้นลงจากแรงเก็งกำไรหลายรอบจนมูลค่าการซื้อขายขึ้นติดอันดับ 1 ในวันที่ 4 มิ.ย. ราคาปิดที่ 1.09 บาท
โดย “จอมทรัพย์ โลจายะ” ประธานคณะกรรมการของ SUPER เปิดแถลงโต้ทุกปมว่า ตนไม่ได้มีการขายชอร์ตหุ้น (ขายหุ้นออกไปก่อนแล้ว มาซื้อคืนกลับภายหลัง) แม้แต่หุ้นเดียวตามกระแสข่าวที่ออกมา แต่ในทางกลับกัน ตนได้ทยอยซื้อหุ้น SUPER เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการซื้อบิ๊กลอตจากนายประเดช เมื่อช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 61 ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเพิ่มเป็น 19.96% จากเดิม 9.2% และเมื่อรวมกับครอบครัว และ บจ.แอ็ดวานซ์ แอสเซท แมเนจเม้นท์ (ซึ่งตนถือหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียน) รวมไปถึง บจ.สุวินทวงศ์ โกลด์ แอสเซ็ท ซึ่งตนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นรวมอยู่ที่ 40.28% หรือประมาณ 11,016 ล้านหุ้น
ด้าน “ประเดช” หนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ SUPER กล่าวถึงกรณีที่มีมาร์เก็ตติ้งของโบรกเกอร์แห่งหนึ่งปล่อยข่าวว่า ตนจะเทขายหุ้น SUPER เมื่อราคาขึ้นถึง 1.50 บาท ซึ่งวันที่ 1 มิ.ย. 61 ราคาหุ้นได้ขึ้นไปถึง 1.50 บาท ต่อมาช่วงบ่ายได้มีการเทขายหุ้นอย่างรุนแรงนั้นว่า ตนได้ขายหุ้นบิ๊กลอตออกไปให้กับนายจอมทรัพย์ ราว 10% จำนวน 2,677 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ย 1.18 บาทต่อหุ้น ช่วงวันที่ 24 เม.ย.-22 พ.ค. 61 เพราะตนมีความจำเป็นต้องใช้เงินไปชำระหนี้ก้อนที่กู้มาซื้อหุ้น “วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง” และปัจจุบันตนถือหุ้น SUPER เหลือเพียงแค่ 0.6% หรือประมาณกว่า 100 ล้านหุ้นเท่านั้น แต่หากรวมกับครอบครัวตนที่ถือหุ้นจะอยู่ที่ 8.15% ซึ่งตนก็ยังเชื่อมั่นในผลประกอบการของ SUPER
“ผมจะดำเนินการฟ้องร้องกับบริษัทหลักทรัพย์ที่ปล่อยข่าวลือ เนื่องจากยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ขาย ขณะนี้ให้ทนายความรวบรวมหลักฐานและร่างหนังสือยื่น ก.ล.ต.เพื่อตรวจสอบ เพราะเป็นการปล่อยข้อมูลที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง โดยผมยืนยันว่าไม่ได้มีนิสัยที่จะทุบหุ้น เพราะมันเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายมาก” นายประเดชกล่าว
ขณะที่นายจอมทรัพย์ได้กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2561 นี้ว่า บริษัทตั้งเป้าผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เป็น 854 เมกะวัตต์ (MW) จากปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 740.06 เมกะวัตต์ และในวันที่ 10 มิ.ย. 61 โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล จ.สระแก้ว เริ่มผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ที่มีสัญญาขายไฟฟ้า (PPA) 9 เมกะวัตต์ น่าจะดันปีนี้รับรู้รายได้ 520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และช่วงปลายปีจะ COD โซลาร์สหกรณ์ เฟส 2 กำลังการผลิตอีก 28 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทยังได้เข้าไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 700 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม โดย SUPER ถือหุ้น 51% และพันธมิตร 49% จะเริ่มทยอยตอกเสาเข็มในเร็ว ๆ นี้ รวมถึงจะเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามเพิ่มอีกในปีนี้
ด้านความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) มูลค่า 9,000 ล้านบาท โดยจะนำสินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากองทุน 118 เมกะวัตต์ ขณะนี้จัดเตรียมข้อมูลร่วมกับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาในการจัดตั้งกองทุน IFF โดยคาดจะสามารถยื่นข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ และเข้าซื้อขายได้ช่วงเดือน พ.ย. 61 นี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้เฉลี่ย 6,000 ล้านบาทต่อปี มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) สูงถึง 87% หรือ 5,200 ล้านบาท ซึ่งจะมีการนำไปชำระหนี้เฉลี่ยปีละ 3,300 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีกราว 1,900 ล้านบาท จะใช้เป็นเงินลงทุนและดำเนินกิจการ นอกจากนี้มีเงินที่จะได้รับการออกหุ้นกู้ซึ่งได้อนุมัติวงเงินมาราว 36,000 ล้านบาท และได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
“ปีนี้คาดว่าจะออกหุ้นกู้ราว 50% ของวงเงิน จะช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยในอนาคตเหลือที่ 4% จากระดับ 5%”
ส่วนกระแสข่าวมีหนี้ที่จะถึงกำหนดชำระในปีนี้สูงถึง 23,000 ล้านบาท ขณะที่ SUPER มีกระแสเงินสดและรายได้จากการดำเนินกิจการ 6,000 ล้านบาทนั้น นายจอมทรัพย์ยืนยันว่า หนี้ที่จะครบกำหนดชำระภายใน 1 ปีนี้จำนวน 3,340 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจำนวน 23,000 ล้านบาท เป็นจำนวนเงินกู้ระยะยาว ซึ่งมีเงื่อนไขทยอยชำระคืนภายในปี 2572 ตามสัญญาเงินกู้ที่มีกับสถาบันการเงิน
“ผมอยากให้เชื่อมั่นว่า จะไม่ส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาการเงินสะดุด ขณะนี้เรามีพันธมิตรที่เป็นธนาคารชั้นนำอย่างธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรี, EXIM BANK, ICBC ให้การสนับสนุน”
เขายังยืนยันว่า บริษัทยังไม่มีนโยบายการเพิ่มทุน เนื่องจากฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งค่อนข้างมาก โดยปัจจุบันมีกระแสเงินสดเพียงพอ ในแต่ละโครงการมีการทำโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะทำสัญญาเงินกู้ระยะยาว ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหนี้ 24,000 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 12-14 ปี
ขณะที่หลังการแถลงข่าว นายประเดชได้ทำจดหมายถึง ก.ล.ต. ขอให้สอบสวนข้อเท็จจริงกรณีหุ้น SUPER ราคาต่ำผิดปกติ ซึ่งดำเนินการเป็นขบวนการ และมีผู้ได้รับประโยชน์หลายกลุ่ม รวมถึงปล่อยข่าวในไลน์ของมาร์เก็ตติ้งโบรกเกอร์รายหนึ่ง ซึ่งทำให้นักลงทุนแตกตื่นเทขายหุ้นกัน
ใครจุดชนวนทุบหุ้นซุปเปอร์และจะคลี่คลายลงอย่างไร ก.ล.ต.จะเข้ามาสาวไส้ลึกแค่ไหน ต้องติดตามดูต่อไป