บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ประกาศกลยุทธ์ใหม่ “Energy Symphonics” หรือ “เอเนอร์จี ซิมโฟนิกส์”ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ปี 2030 เน้นการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน
สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Energy Symphonics สื่อถึงแนวทางผสานพลังงานที่หลากหลาย เพื่อสร้างโซลูชั่นพลังงานใหม่ที่ยั่งยืน ตอบสนองต่อความต้องการพลังงานของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมไปกับการดูแลโลก โดยมีความมุ่งมั่นที่จะแก้โจทย์ความท้าทายด้านพลังงานและสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อพลังงานที่มีใช้อย่างต่อเนื่อง ราคาสมเหตุสมผล และมีความยั่งยืน
ก้าวใหม่ของพลังงานสะอาด
การตั้งเป้า Energy Symphonics ในปี 2030 มีการตั้งทีมและวางแผนอย่างชัดเจนถึงทิศทางของธุรกิจและเน้นในเรื่องการลดก๊าซคาร์บอนที่ชัดเจน บ้านปูตอนนี้ถือว่าเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งและมองว่ามีทิศทางเติบโตต่อไปได้อย่างมาก ที่ผ่านมาหลายคนอาจยังไม่เคยเห็นพลังงานที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้

ส่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการเติบโตของประชากรคือเรื่องของ AI ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในวงการพลังงาน เนื่องการ Data Center ต้องใช้พลังงานอย่างมาก จึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของบ้านปูในการวางแผนต่อไปโดยไม่ทิ้งเรื่องลดคาร์บอน
สำหรับพลังงานในยุคปัจจุบัน สินนท์แบ่งพลังงานออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แบบดั้งเดิม เช่น ถ่านหิน ก๊าซ ฯลฯ และอีกอย่างหนึ่งคือ พลังงานใหม่ เช่น แบตเตอรี่ ไฮโดรเจน ซึ่ง 2 ส่วนนี้จะต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันให้ได้ทั้งในตอนนี้และในอนาคต ทั้งเรื่องความเสถียร ราคา ความเขียว ต้องบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ให้ได้
“จะไปแบบเขียวสุดโต่ง New Energy เลยก็ไม่ได้ ราคาแพง ถ้ามองถึงโรงไฟฟ้าถ่านหิน 100 เมกะวัตต์ กับโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด 100 เมกะวัตต์ มีราคาต่างกันอย่างมาก เป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานเก่าและพลังงานสะอาดเสถียรควบคู่ไปด้วยกัน”
สินนท์กล่าวถึงประเด็นสำคัญที่สุดในธุรกิจพลังงานว่า การที่จะช่วยภาวะโลกร้อนที่ดีที่สุดคือเรื่องของเทคโนโลยี Advancement และเทคโนโลยี Breakthrough เป็นสิ่งที่เห็นได้ตลอดมาว่าเรื่องของ Climate Tech จะมีเรื่องของราคาเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อมีความช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือความต้องการที่มากขึ้น ราคาก็จะต่ำลงได้ แต่ตอนนี้ยังขาดคนที่จะมาลงทุนในธุรกิจพลังงานใหม่ ๆ และเป็นส่วนที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาสนับสนุนค่อนข้างเยอะ
ในส่วนของธุรกิจของบ้านปูที่สามารถทำ CCUS ได้ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเหตุผลมาจากการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนกฎหมาย Inflation Reduction Act ในส่วนของประเทศไทย รัฐบาลก็มีการสนับสนุนในเรื่องของแบตเตอรี่, ยานยนต์ไฟฟ้า
ตอนนี้ประชาคมโลกอยู่ในช่วงที่ทุกคนมีมุมมองทิศทางด้านพลังงานที่แตกต่างกัน คนหนึ่งอยากไปทางพลังงานสะอาดแบบสุดโต่ง อีกกลุ่มหนึ่งอยากจะอยู่กับพลังงานเก่าเพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ไหว ซึ่งแต่ละประเทศก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ขึ้นอยู่กับผู้นำหรือบริษัทชั้นนำจะชี้นำไปในทิศทางใด
สินนท์กล่าวต่อว่า อยากให้หลาย ๆ คนลองคิดดูดี ๆ ว่า เรื่องของพลังงานที่จะทำให้ยั่งยืนต้องทรานส์ฟอร์มอย่างไร ด้วยความเร็วแบบไหน ประเทศไทยถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง แม้ว่าตอนนี้จะยังเป็นพลังงานดั้งเดิมอยู่มาก แต่ก็ต้องมีเรื่องสำคัญอย่างโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามา เพื่อเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับโลกได้
ซึ่งกลยุทธ์ใหม่ของบ้านปูเน้นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นที่ 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน คือการจัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้และต่อเนื่อง ความเสมอภาคด้านพลังงาน คือการจัดหาพลังงานที่มีราคาสมเหตุสมผล ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และความยั่งยืนด้านพลังงาน คือการจัดหาพลังงานที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เน้นรักษาสมดุลและตอบสามโจทย์ของพลังงาน (Energy Trilemma) ได้แก่ การส่งมอบพลังงานที่เชื่อถือได้และต่อเนื่อง (Energy Security) การจัดหาพลังงานที่มีราคาสมเหตุสมผลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ (Energy Equity) และการลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมในการจัดหาพลังงาน (Energy Sustainability)
4 ภารกิจสำคัญของกลยุทธ์ใหม่
เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 และการลดคาร์บอน ตั้งเป้าหมายบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่น้อยกว่า 20% และลดสัดส่วน EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา) ที่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหินให้ต่ำกว่า 50% ภายในปี 2030
ธุรกิจ CCUS มุ่งเน้นการเติบโตด้วย “แนวทางสู่ความสำเร็จ” ที่ผสานธุรกิจก๊าซธรรมชาติระดับต้นน้ำ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจ CCUS เพื่อ ส่งมอบโซลูชั่นก๊าซธรรมชาติคาร์บอนต่ำในสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
ธุรกิจ Renewables+ เร่งขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ โดยลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System : BESS) ธุรกิจปลายน้ำที่เกี่ยวข้อง และธุรกิจคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างความต่อเนื่องให้กับพลังงานหมุนเวียน พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ
พัฒนาธุรกิจเหมืองแร่ยุคใหม่ ดำเนินกลยุทธ์การทำเหมืองอัจฉริยะ โดยการผสานการใช้โซลูชั่นอัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการทำเหมือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการลงทุนในแร่แห่งอนาคตที่สำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ความคืบหน้าทางธุรกิจที่สำคัญ
ความสำเร็จในการนำ BKV เข้าจดทะเบียนใน NYSE ได้แก่ การเสนอขายจำนวน 15,000,000 หุ้น ที่ราคา 18 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น สามารถระดมทุนได้ถึง 270 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของธุรกิจที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา โดยบ้านปูยังคงถือหุ้นใหญ่ใน BKV
BKV-BPP Power JV บริษัทร่วมทุนระหว่าง BKV Corporation และ Banpu Power (BPP) สามารถรองรับการเติบโตของความต้องการพลังงานไฟฟ้าและ Data Center พร้อมคว้าโอกาสทางธุรกิจจากตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา
“แพชชั่นถือเป็นส่วนหัวใจหลักของบ้านปูที่ผมชอบที่สุด เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมี ทั้งแพชชั่น, เทคโนโลยี และความมุ่งมั่น เพราะว่าหากไม่มีแพชชั่น เทคโนโลยีและความมุ่งมั่นก็จะไม่เกิด ไม่ว่าเราจะต้องประสบกับความท้าทายของตลาดพลังงานที่ผันผวน บ้านปูเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ Energy Symphonics จะสร้างการเติบโตให้กับบริษัท สร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น ในขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม รวมถึงการดูแลโลกใบนี้” สินนท์กล่าวปิดท้าย