Skip to content

น้ำท่วมใต้เสียหาย 3 หมื่นล้าน ‘หาดใหญ่’ ขอลดภาษี 2 เท่า

04 ธ.ค. 2567 | 10:10น.
น้ำท่วมใต้เสียหาย 3 หมื่นล้าน ‘หาดใหญ่’ ขอลดภาษี 2 เท่า

น้ำท่วมใหญ่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ “สงขลา-ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส” เสียหายไปแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท ร้องรัฐบาลขอพักชำระหนี้-ช่วยจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 0.5-1.5 ฟื้นฟูธุรกิจและเสริมสภาพคล่อง ขอลดวงเงินการผ่อนบ้านเหลือ 30% ไปซ่อมบ้านก่อน ชง ททท.ออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วยหาดใหญ่หักภาษีได้ 2 เท่า โรงงานเสียหาย 52 แห่ง SMEs อีก 14 แห่ง

หลังสถานการณ์น้ำท่วม 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มคลี่คลายลง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, ตรัง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส รวม 87 อำเภอ 538 ตำบล 3,729 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 664,173 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 25 ราย

โดยคลองท่าดี จ.นครศรีธรรมราช ระดับน้ำลดลงแล้ว ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ จ.พัทลุง-สงขลา ระดับน้ำในทะเลสาบลดลง แม่น้ำปัตตานีใน จ.ปัตตานี ระดับน้ำลดลง และแม่น้ำสายบุรี ในพื้นที่ยะลา-นราธิวาส ระดับน้ำลดลง

ขณะที่ ครม.ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มกรอบเงินทดรองของจังหวัดจากจังหวัดละ 20 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาทใน 6 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยและยังให้ความเห็นชอบอนุมัติการใช้จ่ายเงินตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567 กรณีที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำป่า น้ำล้นตลิ่งไม่เกิน 7 วัน น้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วันให้ความช่วยเหลือในอัตราเดียว คือ ครัวเรือนละ 9,000 บาทนั้น ให้รวมถึงจังหวัดภาคใต้ที่ถูกน้ำท่วมในขณะนี้ด้วยเป็นจำนวนเงิน 5,000 ล้านบาท

3 จังหวัดเสียหายกว่า 3 หมื่นล้าน

นายกันต์พงษ์ ลิ่มกาญจนา ประธานหอการค้ายะลา อดีตประธานหอการค้ากลุ่มภาคใต้ชายแดน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส) หากประเมินความเสียหายเบื้องต้น “จะหนักมากจังหวัดละไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท” โดยเฉพาะความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นไม่สามารถประเมินค่าได้ เพราะ “เป็นอัมพาตทั้งจังหวัด” และหลังน้ำลดต้องใช้เวลาฟื้นฟู คนที่มีกำลังทรัพย์อาจจะใช้เวลาฟื้นฟูเพียง 1 สัปดาห์ แต่ชาวบ้านคนที่ไม่มีกำลังฟื้นฟูอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

“ผมว่าน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายมากกว่าเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้ในรอบ 20 ปี เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบจะเสียหายเฉพาะจุด แต่เหตุการณ์น้ำท่วมเสียหายทั่วทั้งจังหวัด เฉพาะจังหวัดยะลาน้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงเท่ากับปี 2531 ส่วนเงินเยียวยาจากภาครัฐก็ให้มาเพียงเล็กน้อยมาก ตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถ้าเสียหายโดยสิ้นเชิงทั้งหลังจ่าย 9,000 บาทต่อหลัง ส่วนความเสียหายของสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ จ่ายเป็นรายบุคคล มีหลักเกณฑ์โดยดูจากจำนวนประชากรภายในบ้านด้วย”

ดังนั้น สิ่งที่อยากเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือก็คือ 1) ในส่วนของภาคธุรกิจอยากให้ช่วยจัดหา แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 เพื่อมาช่วยผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ฟื้นฟูธุรกิจและเสริมสภาพคล่องธุรกิจ 2) ประชาชนทั่วไปขอให้สถาบันการเงินปล่อยเงินกู้มาซ่อมแซมบ้าน

3) ประชาชนทั่วไปที่ผ่อนบ้านอยู่ ขอให้สถาบันการเงินยืดระยะเวลาการผ่อนบ้านออกไปอีก 3 ปี โดยในช่วง 3 ปีให้ลดวงเงินการผ่อนเหลือเพียง 30% เช่น ปัจจุบันผ่อนอยู่เดือนละ 10,000 เดือน ให้ผ่อนเหลือเดือนละ 3,000 บาท เพื่อให้นำเงินอีก 70% หรือ 7,000 บาทนำไปซ่อมบ้าน เพราะหากธนาคารปล่อยวงเงินกู้ให้เพิ่มขึ้นในการซ่อมแซมบ้าน วงเงินกู้ก็จะเพิ่มขึ้นอีก

นราธิวาสจะฟื้นใช้เวลาอีกเป็นเดือน

นายกิตติ หวังธรรมมั่ง ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาสและประธานหอการค้ากลุ่มภาคใต้ชายแดน กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้จังหวัดนราธิวาสเสียหายหนักหลาย 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส ทำให้หลายธุรกิจกว่าจะฟื้นตัวต้องใช้เวลา บางรายอาจจะเป็นเดือน ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจไปมาก ส่วน นายศิริชัย ปิติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า น้ำท่วมปัตตานีครั้งนี้ได้รับความเสียหายหนักมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาในรอบ 30-40 ปี แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมอยู่

ขณะที่นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม จ.สงขลา ถ้ามองเป็นตัวเงินทางตรงจะเสียหายประมาณ 4,000 ล้านบาท จากครัวเรือนละ 20,000 บาทโดยเฉลี่ย ยังไม่นับรวมความเสียหายทางอ้อม จากธุรกิจ ห้าง ร้านค้า ผู้ประกอบการ ที่ได้รับเสียหายที่ไม่สามารถเปิดประกอบการได้

ซึ่งขณะนี้ที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะอำเภอรอบนอกของจังหวัดสงขลา ขณะที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการค้าการเงินทางภาคใต้ตอนล่างยังสามารถป้องกันรักษาน้ำท่วมไว้ได้ เนื่องด้วยศักยภาพของคลองภูมินารถดำริ คลอง ร.1 ที่สามารถระบายน้ำได้นาทีละ 1,200 ลูกบาศก์เมตร

ส่วนแนวทางเยียวยา ทางหอการค้าจังหวัดสงขลา ขอให้รัฐบาลจัดทำมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยด้วยการ 1) พักชำระหนี้ โดยขอให้สถาบันการเงินพักการชำระดอกเบี้ย 3-6 เดือน เพื่อลดภาระผู้ประสบภัยให้สามารถยืนอยู่ได้และสถาบันการเงินเองจะได้ไม่มีลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) โดยไม่ต้องกู้เงินก้อนใหม่ให้เป็นภาระหนี้ซ้ำซ้อน 2) หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 0.5 ในการฟื้นฟูสักระยะหนึ่ง เพื่อเป็นค่าซ่อมบ้าน ห้าง ร้าน สถานประกอบการ

และรถ 3) มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จ.สงขลา ทางสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.สงขลา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะออกมาตรการส่งเสริมการฟื้นฟูการท่องเที่ยวด้วยการทำแคมเปญต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจการท่องเที่ยวเพื่อเยียวยา จ.สงขลา ในขั้นตอนต่อไป

ชงเที่ยวหาดใหญ่หักภาษีได้ 2 เท่า

นายกรกฎ เตติรานนท์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี-ชุมพร-นครศรีธรรมราช-พัทลุง-สงขลา) ในภาพรวมเขตชุมชนเมือง “พอจะประคับประคองดำเนินธุรกิจกันไปได้” แต่อำเภอและชุมชนรอบนอกจะได้รับผลกระทบ เช่น ผลไม้นอกฤดู และในเขตชุมชนเมือง สิ่งของ สต๊อกสินค้า กิจการ ได้รับความเสียหาย ตั้งแต่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา

ดังนั้นทางหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย มีข้อเสนอถึงภาครัฐบาล คือ 1) การพื้นฟูและเยียวยาเขตพื้นที่ความเสียหายให้ฟื้นฟูกลับมาโดยเร็ว 2) ภาครัฐจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือระยะกลาง-ระยะยาวให้กับกลุ่ม SMEs โดยเร็ว

ดร.สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เฉพาะในส่วนของธุรกิจการค้าได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2567 นักท่องเที่ยวได้ยกเลิกการเดินทาง ยกเลิกคำสั่งจองห้องพัก ยกเลิกการจัดงานเลี้ยงและงานกิจกรรมต่าง ๆ และบางรายเลื่อนการเดินทางออกไป

หากคิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่เกิดกับโรงแรมทั้งที่ถูกน้ำท่วมโดยตรงและโรงแรมที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วม ภาพรวมเฉลี่ยแห่งละ 30-50% หากตีเป็นรายได้ที่สูญเสียไปประมาณ 300-400 ล้านบาท จากที่มีมูลค่ารายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 37,000 ล้านบาท/ปี

“ถือว่ายังสูญเสียน้อยกว่าตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 2543 เพราะเศรษฐกิจชั้นในไม่ท่วม แต่พื้นที่รอบนอกได้รับผลกระทบ”

“ทางสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา จะเสนอรัฐบาลว่า สำหรับคนไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวมายัง จ.สงขลา เมื่อมีค่าใช้จ่ายให้สามารถนำไปหักเป็นภาษีจำนวน 2 เท่า และให้มีการลดภาษีที่ดินด้วย” ดร.สิทธิพงศ์กล่าว

โรงงานเสียหาย 52 แห่ง

รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาว่า จากการสำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมของสถานประกอบการใน 5 จังหวัด (สงขลา-พัทลุง-ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส) พบมีโรงงานอุตสาหกรรมได้รับความเสียหาย 52 แห่ง วิสาหกิจขนาดกลาง-ย่อมเสียหาย 14 แห่ง และเหมืองแร่อีก 1 แห่ง รวมมูลค่าความเสียหาย 23 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบวิสาหกิจชุมชนอีก 23 แห่งได้รับความเสียหายด้วย

โดยกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับภาคเอกชนจัดตั้ง ศูนย์ประสานหน่วยงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการกำหนดมาตรการเร่งด่วนและมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดผ่านการให้คำปรึกษาปัญหาอุตสาหกรรมและช่วยเหลือปรับปรุงกระบวนการผลิต ฟื้นฟูเครื่องจักรกล

นางสุภาวดี โชคสกุลนิมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยเจริญมารีน ปัตตานี (2002) จํากัด และบริษัท ปัตตานีปลาป่น (1988) จำกัด กล่าวว่า โรงงานของบริษัทตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมปัตตานี ตำบลบานา อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี ซึ่งมีโรงงานอื่นตั้งอยู่รวมกันประมาณ 10 แห่ง แม้โรงงานทั้งหมดไม่ได้ถูกน้ำท่วม แต่พนักงานซึ่งส่วนใหญ่จ้างคนในพื้นที่ประมาณ 90% หรือประมาณ 700-800 คน บ้านถูกน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้

ส่วนอีก 10% จ้างแรงงานต่างด้าว ทำให้ธุรกิจของแต่ละโรงงานต้องหยุดชะงักต้องเลื่อนการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า