บีโอไอแย้มทีเด็ดดึง ตปท.ลงทุนไทย มีกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ 3 หมื่นล้านหนุนงานวิจัย-พัฒนาผู้เชี่ยวชาญ แถมเงินอุดหนุนอีกก้อน นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี มั่นใจอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์บูม ส่วนรถ EV จะหนุนต่อรถ E-Bus E-Truck แถมเจรจาชวนจีนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ในไทย
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ซึ่งมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ได้เห็นชอบกรอบการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (National Semiconductor and Advanced Electronics Strategy)
และรับทราบแผนยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย ตั้งเป้าหมายดึงเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ในระยะ 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2568-2572) เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิสก์ขั้นสูงในภูมิภาค
จูงใจ 10 ประเทศลงทุนเซมิคอนฯไทย
บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ได้กำหนดแนวทางยุทธศาสตร์เพื่อเร่งสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรและแข่งขันได้ในระดับโลก โดยมีมติสำคัญ 2 เรื่อง ดังนี้
1.การจัดทำยุทธศาสตร์ระดับชาติด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยเห็นชอบให้จัดจ้างที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ทั้งในระดับนโยบาย ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินศักยภาพของประเทศไทย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการกำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุน และในระดับปฏิบัติการ ตั้งแต่การจัดทำแผนดึงดูดนักลงทุนรายสำคัญอย่างน้อย 10 บริษัทชั้นนำระดับโลกให้เข้ามาลงทุนออกแบบและผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย
2.การพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยรับทราบแผนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการผลิตบุคลากรเฉพาะทางและนักวิจัยระดับสูง 84,900 คน ภายในปี 2573 ผ่านโครงการ Upskill และ Reskill หลักสูตรการศึกษารูปแบบใหม่ รวมถึงการตั้งศูนย์ฝึกอบรม 6 แห่ง พร้อมแผนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ เช่น ศูนย์ผลิต Wafer Fabrication และศูนย์วิจัยและพัฒนา เพื่อเสริมความเชื่อมั่นและสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทย
3 หมื่น ล.หนุนวิจัย-พัฒนาคน
นายนฤตม์กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการผลักดันการลงทุนในประเทศ เป้าหมายไม่ใช่เพียงการมีเม็ดเงินลงทุน แต่ต้องเป็นประเทศส่งออกรถยนต์ทุกเซ็กเตอร์ ทั้งสันดาป EV รวมถึง HEV โดยการออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีเป้าหมายในการเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดการลงทุน ที่นอกเหนือจากเรื่องของภาษี โดยบีโอไอจะใช้เครื่องมือสำคัญ คือ พ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันมีเงินกองทุนอยู่ 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมในการลงทุนด้านงานวิจัย พัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่สำคัญต่อประเทศ
“บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ที่ตั้งขึ้นมา จะวางโรดแมปและขับเคลื่อนไปตามแผน นั่นคือการพยายามดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก 10 ประเทศเข้ามา เช่น อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ซึ่งจะมีเม็ดเงินลงทุนถึง 500,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี เพราะเชื่อว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีแห่งอนาคตในแทบทุกอุตสาหกรรม จำเป็นที่ต้องดึงการลงทุนที่เป็นต้นน้ำเข้ามา”
สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนจะตัดสินใจเข้ามาลงทุนมี 4 เรื่องหลัก คือ 1.การที่มีบุคลากรเก่ง ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรมรองรับ ไม่ว่าจะเป็นสาขาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวเคมี ดีไซน์ หรือแม้แต่เทคโนโลยีขั้นสูง 2.พื้นที่รองรับอุตสาหกรรม ที่ขณะนี้จำเป็นต้องขยายพื้นที่ ซึ่งนอกจากพื้นที่ภาคตะวันออกแล้ว พื้นที่รอบกรุงเทพฯ หรือพื้นที่ภาคเหนืออย่างจังหวัดลำพูน ที่เป็นแหล่งลงทุนของอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว หรือแม้แต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ยังมีศักยภาพมากพอที่จะรองรับการลงทุนได้
3.โครงสร้างพื้นที่ด้านพลังงานไฟฟ้าที่เสถียร และน้ำสะอาดที่มีปริมาณเพียงพอต่อภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 4.สิทธิประโยชน์ที่ต้องจูงใจจากของเดิม ที่ไม่ใช่เรื่องของภาษี เช่น การให้เงินอุดหนุน เพราะทุกประเทศต้องหาเครื่องมือใหม่ ๆ ดึงดูดการลงทุนเพื่อแย่งชิงนักลงทุน โจทย์คือทำอย่างไรที่จะปลดล็อกให้มีการลงทุนให้มากที่สุด และไม่กระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ชวนจีนตั้งโรงงานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า
ในขณะเดียวกัน มาตรการส่งเสริมการลงทุนในส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) คาดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมเคาะมาตรการส่งเสริมสำหรับมาตรการสนับสนุนใช้รถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) และรถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) ที่จะอนุญาตให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการซื้อรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้งาน ในกรณีซื้อรถที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า
และในกรณีนำเข้ารถสำเร็จรูปจากต่างประเทศ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า นอกจากนี้ จะมีการเจรจากับผู้ผลิตเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของจีน ให้เข้ามาลงทุนผลิตแบตเตอรี่รถไฟฟ้าระดับเซลล์ในประเทศไทย