คลังชง ครม. 11 ธ.ค. เคาะแพ็กเกจแก้หนี้-แจกเงินหมื่นผู้สูงอายุ-เก็บภาษีนิติบุคคล On Top บีโอไอ 15% ตามกติกา OECD เผยนายกฯ เตรียมแถลงรายละเอียดแพ็กเกจแก้หนี้ด้วยตนเองหลังประชุม ชี้ช่วยชุบชีวิตลูกหนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้ พร้อมดึงน็อนแบงก์ร่วมมาตรการ ขณะที่ในวันที่ 12 ธ.ค. เตรียมประกาศให้ “ของขวัญปีใหม่” คนไทย-ลดหย่อนภาษีกระตุ้นจับจ่าย
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ธ.ค.นี้ จะมีมาตรการทางด้านเศรษฐกิจ หลายเรื่องที่จะเสนอให้ที่ประชุมอนุมัติ โดยที่สำคัญจะเป็นมาตรการแก้ปัญหาหนี้ชื่อโครงการว่า “คุณสู้ เราช่วย” ที่หลังประชุม ครม.แล้ว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะแถลงเรื่องนี้ด้วยตนเอง และจากนั้นนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังจะมีการไปลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย

โดยมาตรการแก้หนี้จะเข้าไปช่วยเหลือทั้งลูกหนี้สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ และกลุ่มเอสเอ็มอี จะมีทั้งมาตรการสำหรับลูกหนี้ที่มีการชำระหนี้ดี จะได้รับการลดดอกเบี้ย On Top ประมาณ 1-3% ซึ่งจะประกาศเกณฑ์ให้ทราบต่อไป และลูกหนี้ที่หากเข้าไปช่วยแล้วจะไปต่อได้
ซึ่งจะมีทั้งมาตรการลดภาระไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 3 ปี ให้จ่ายเฉพาะเงินต้น โดยรัฐบาลกับธนาคารพาณิชย์ร่วมกันรับภาระดอกเบี้ยแทน ซึ่งหากครบ 3 ปีลูกหนี้จ่ายได้ตามแผน ก็จะได้รับการยกดอกเบี้ยที่พักไว้ให้ทันที ครอบคลุมมูลหนี้รวม 8.9 แสนล้านบาท หรือลูกหนี้เกือบ 2 ล้านบัญชี
ขณะเดียวกัน ก็มีมาตรการแฮร์คัตหนี้ให้กับกลุ่มที่เป็นติ่งหนี้ หรือเป็นหนี้เสียวงเงินเล็ก ๆ อาจจะ 5,000 บาท หรือ 10,000 บาท ซึ่งจะมีเงื่อนไขให้ต้องมาจ่ายบางส่วน อาจจะ 10% แล้วจะได้หลุดจากสถานะเอ็นพีแอลกลับไปเป็นหนี้ปกติ กลุ่มนี้มีอีกราว 1 ล้านบัญชี
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการเสนอ ครม.จะมีหลักการให้ผู้ประกอบการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์) เข้าร่วมมาตรการครั้งนี้ด้วย
“มาตรการแก้หนี้ที่ออกมา ไม่ได้จะทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนลดลงทันที แต่จะไปช่วยลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย เป็นเอ็นพีแอล ช่วยหยุดเลือด ให้ชีวิตใหม่คนเหล่านี้ให้เดินได้ต่อไป และจะเป็นส่วนช่วยให้ต่อไป แบงก์จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้อีก ซึ่งรัฐบาลจะมีกลไกให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อในสเต็ปต่อไป”
นอกจากนี้ มาตรการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ที่จะแจกให้กลุ่มผู้สูงอายุราว 4 ล้านคน จะสามารถเสนอเข้า ครม.ในคราวเดียวกันนี้ได้ หลังจากที่กระทรวงการคลังมีการถอนเรื่องออกมา เพื่อตรวจสอบข้อกฎหมายให้ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และคาดว่าจะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้สูงอายุได้ก่อนถึงวันตรุษจีน
แหล่งข่าวกล่าวว่า ยังจะมีการเสนอออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้จัดเก็บภาษีนิติบุคคล 15% เป็น On Top Tax จากนิติบุคคลต่างประเทศที่เดิมได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีการยกเว้นภาษีให้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกติกาสากล ตามแนวทางของประเทศสมาชิก OECD
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในการแถลงผลงาน 3 เดือนของรัฐบาล ในวันที่ 12 ธ.ค. นายกรัฐมนตรีจะประกาศเกี่ยวกับแพ็กเกจของขวัญปีใหม่ที่เตรียมไว้มอบแก่ประชาชนด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นจะมีมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายด้วย (Easy E-Receipt) โดยช่วงเวลาที่จะนำมาใช้ยังอยู่ระหว่างพิจารณากันอยู่