สะพัดไหม ? 6 หมื่นล้าน สินค้า “ติดล็อก” ลิขสิทธิ์…บอลโลก
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย ก้อย ประชาชาติ
ว่ากันว่า เครื่องดื่ม-FMCG-ร้านอาหาร จะเป็นกลุ่มสินค้าที่นำทีมบุกตลาดอย่างหนัก และเติบโตได้ดีในช่วงฟุตบอลโลก
ทั้งในแง่ของการใช้งบฯการตลาด การทำอีเวนต์
รวมถึงการสร้างยอดขาย ที่ล้วนต่างได้รับอานิสงส์จากกระแสของความคึกคักรอบนี้
ด้วยช่วงเวลาการถ่ายทอดสดการแข่งขันที่เหมาะสม คือช่วง 1 ทุ่มเป็นต้นไป ได้กลายเป็นช่วงเวลาที่ดี
ไม่เฉพาะแฟนคลับคอบอลที่เฝ้าติดตามเชียร์ แต่ยังหมายถึงภาคธุรกิจต่าง ๆ ที่เตรียมขยับทัพเต็มรูปแบบเพื่อรับเทศกาลสีสันปั้นยอดขายในช่วงบอลโลก
เพราะอย่างน้อยก็เข้ามาเป็นปัจจัยบวกที่ปลุกช่วงโลว์ซีซั่นไตรมาส 3 ของธุรกิจต่าง ๆ
โดยในช่วงเทศกาลการแข่งขันระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาคมนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจหอการค้าไทยประเมินตัวเลขเม็ดเงินสะพัดในประเทศคาดว่าไม่ต่ำกว่า 60,000-70,000 ล้านบาท
นั่นหมายความว่าตัวเลขดังกล่าวนี้จะช่วยทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก 0.4-0.5%
สอดคล้องกับภาพของสินค้าหลายกลุ่มเริ่มกลับมาใช้งบฯโฆษณาแล้ว โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่เริ่มลอนช์สินค้าใหม่
“ธราภุช จารุวัฒนะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย มีเดียเอเยนซี่รายใหญ่ฉายภาพความเคลื่อนไหวช่วงนี้ว่า กระแสของการแข่งขันฟุตบอลโลกและการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ซึ่งจะลากยาวต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายน
ทำให้ช่วงโลว์ซีซั่นปีนี้กลับมามีสีสันขึ้น และจะทำให้ภาพรวมการใช้งบฯโฆษณาในครึ่งปีแรกนี้กลับมาเติบโต
ซึ่งขณะนี้มีสินค้าหลาย ๆ กลุ่มเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภค เริ่มวางแผนการใช้งบฯและทำตลาดแล้ว เพราะต้องการเกาะไปกับกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลก
เช่นเดียวกับกลุ่มร้านอาหารที่ขยับทัพเตรียมพร้อมรับดีมานด์ไม่แพ้กัน ครอบคลุมไปถึงกลุ่มร้านอาหาร กินดื่ม ผับ บาร์
เนื่องจากพฤติกรรมการเชียร์บอลนั้นนิยมเชียร์กันเป็นหมู่คณะกับเพื่อน และเวลาในการถ่ายทอดฟุตบอลก็อยู่ในไพรมไทม์ที่เอื้อให้คนออกมาดูบอลนอกบ้าน
“ณัฐ วงศ์พานิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เตรียมออกแคมเปญบอลโลก โดยเฉพาะการทำยอดขายผ่านช่องทางดีลิเวอรี่ที่จะเติบโตขึ้น
ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบดีลิเวอรี่ โดยผู้บริโภคสามารถสั่งทุกแบรนด์ในเครือได้ที่เดียว
ขณะที่ “เคเอฟซี” เตรียมขยายเวลาเปิดให้บริการถึงเที่ยงคืน “เศกชัย ชูหมื่นไวย” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายแบรนด์อินทิเกรชั่น บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จะกระตุ้นช่องทางขายผ่านดีลิเวอรี่ด้วยการขยายสาขาที่รองรับบริการดีลิเวอรี่
รวมทั้งขยายเวลาให้บริการถึงเวลา 24.00 น. จากเดิมที่จะปิดบริการในเวลา 22.00 น.
แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการทำตลาดในหลากหลายรูปแบบจะติดข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง
โดยเฉพาะการ “ติดล็อก” ลิขสิทธิ์บอลโลก ที่ 9 รายใหญ่ที่เป็นสปอนเซอร์หลักในเมืองไทยได้เก็บเอาพื้นที่โฆษณาในช่วงไพรมไทม์และถ่ายทอดสดทั้ง 64 แมตช์ไปหมดแล้ว
ทำให้แคมเปญและกิจกรรมทางการตลาดรวมถึงการต่อยอดอีเวนต์อาจไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา
ด้วยข้อจำกัดของ “ลิขสิทธิ์” การถ่ายทอดสดและการทำตลาดหลัก ๆ ที่ตกอยู่กับเอกชนรายใหญ่ 9 รายที่ร่วมกันลงขันลงเงินซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกด้วยเม็ดเงิน 1,400 ล้านบาท
จึงไม่มีความจำเป็นที่จะขายโฆษณาและขายสิทธิ์ให้แก่รายอื่น ๆ
เมื่อสินค้าติดล็อกลิขสิทธิ์บอลโลก เม็ดเงินและการจับจ่ายจะสะพรั่ง 6 หมื่นล้านหรือไม่…ตามลุ้นกัน