บาทแข็งค่า ก่อนวันหยุดคริสต์มาส
เงินบาทแข็งค่า ก่อนวันหยุดคริสต์มาส ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 34.13/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 34.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (23/12) ที่ระดับ 34.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยดอลลาร์เปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/12) ปรับตัวแนวแข็งค่าในกรอบจำกัดเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dallar Index ปรับตัวแคบๆ ที่ระดับ 108.08 สอดคล้องกับการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์ฟื้นตัว หลังจากที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อวันศุกร์ (20/12) ภายหลังจากที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนที่ผ่านมา Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจได้เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 104.7 ในเดือน ธ.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 113.8 และลดลงจากระดับ 112.8 ในเดือน พ.ย. โดยดัชนีความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและในช่วง 6 เดือนข้างหน้าต่างปรับตัวลงในเดือน ธ.ค.
นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 1.1% ในเดือน พ.ย.หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือน ต.ค. และเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 5.9% สู่ระดับ 664,000 ยูนิตในเดือน พ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 660,000 จากระดับ 627,000 ยูนิตในเดือน ต.ค.
ด้านปัจจัยภายในประเทศ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ได้เปิดเผยในวันนี้ (24/12) ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบมาตรการ Easy e-receipt 2.0 ซึ่งเป็นการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษี โดยมีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์เล็กน้อย แบ่งเป็น ส่วนแรก 30,000 บาท จะใช้กับการใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไป ส่วนที่สอง 20,000 บาท ใช้กับวิสาหกิจชุมชน ร้านโอทอป โดยมีกำหนดระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 16 ม.ค.-28 ก.พ. 2568
ทั้งนี้สินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมรายการได้ ได้แก่ สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมัน ก๊าซ ค่าบริการชาร์จไฟรถ ค่าซื้อรถยนต์ จักรยานยนต์ ค่าประปา ไฟฟ้า ค่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต เบี้ยประกัน ค่าบริการนำเที่ยว ค่าที่พัก โรงแรม-โฮมสเตย์ โดยครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อนคือ ไม่รวมกลุ่มท่องเที่ยวไว้ด้วย โดยจะมีการไปหารือรายละเอียดกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าจะออกเป็นมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดการกระตุ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป โดยในวันนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 34.13-34.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.13/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (24/12) ที่ระดับ 1.0399/00 สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (23/12) ที่ระดับ 1.0406/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบจำกัดโดยไร้ปัจจัยใหม่เพิ่มเติม โดยค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0389-1.0410 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0396/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (24/12) ที่ระดับ 157.19/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (23/12) ที่ระดับ 156.67/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ (24/12) นายคัตสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ได้กล่าวแถลงว่ารัฐบาลมีความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ถูกผลักดันโดยนักเก็งกำไร และรัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินเยนที่อ่อนค่าลง
นอกจากนี้ในระหว่างวันธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าคาดการณ์และเดือนก่อนหน้าที่ 1.5% ในวันนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 156.90-157.39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 157.06/07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีการผลิตจากริชมอนด์เดือน ธ.ค. (24/12), แบบจำลอง GDPNow ไตรมาสที่ 4 ของธนาคารกลางแอตแลนตา (25/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (26/12), สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (26/12), ดุลการค้าสินค้าเดือน พ.ย.ของสหรัฐ (27/12), อัตราว่างงานเดือน พ.ย.ของญี่ปุ่น (27/12), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของกรุงโตเกียวเดือน ธ.ค. (27/12), ประมาณการเบื้องต้นการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย.ของญี่ปุ่น (27/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.00/-6.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศยู่ที่ -2.50/-1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ