รัฐบาลออกโรงไกล่เกลี่ยกรณีรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2,145 เมกะวัตต์ “หมอมิ้ง” แจงเหตุ กกพ.ทำตามมติรัฐบาลที่แล้ว ขณะที่ “พีระพันธุ์” ได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาข้อเท็จจริง ดังนั้น กพช.ชุดนายกฯอิ๊งค์เตรียมประชุมด่วนก่อนปีใหม่ สั่ง กกพ.ชะลอคัดเลือก 72 ผู้ผลิตไฟฟ้า ตีกลับไปศึกษาอีกรอบ ด้านเอ็กโก้เผยเบรกทัน เพราะยังไม่ได้เซ็นสัญญา พร้อมทำตามมติ กกพ.
จากกรณีความเห็นไม่ตรงกัน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรม ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FIT) ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2566 วันที่ 9 มี.ค. 2566 ปริมาณ 2,180 เมกะวัตต์
แบ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ไม่เกิน 1,580 เมกะวัตต์ และพลังงานลม รวมไม่เกิน 600 เมกะวัตต์ ซึ่งนายพีระพันธุ์ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ให้ระงับการดำเนินการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
แต่ปรากฏว่า กกพ.ยังคงเดินหน้าต่อ โดยวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้พิจารณาเห็นชอบผลการคัดเลือกผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมจำนวน 72 ราย ปริมาณพลังไฟฟ้าที่เสนอขายรวม 2,145.4 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นพลังงานลม จำนวน 8 ราย รวม 565.40 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ หรือ SCOD ตั้งแต่ปี 2571-2573 และพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 64 ราย รวม 1,580 เมกะวัตต์ กำหนด SCOD ตั้งแต่ 2569-2573
กพช.เตรียมสั่งชะลอรับซื้อ
นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามหลักการแล้ว กกพ.ถือเป็นองค์กรอิสระที่มีกฎหมายกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ แต่อย่างไรก็ตาม กรณีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมดังกล่าว เป็นการดำเนินการโดยอ้างมติของคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อปี 2566 คือ กพช.ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งก็มีความสงสัยอยู่แล้ว อีกทั้งเรื่องนี้มีความซับซ้อนอยู่
ดังนั้น ในการประชุม กพช. เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มอบหมายให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไปศึกษาข้อเท็จจริง โดยมีการแจ้งขอให้ชะลอการรับซื้อไปก่อน แต่ปรากฏว่า กกพ.ไม่ได้ชะลอ ยังคงเดินหน้าคัดเลือกผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม
“เรื่องนี้ กพช.ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การใช้มติของ กพช.เมื่อปี 2566 ถือว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้น คณะกรรมการ กพช.ชุดปัจจุบัน ก็จะมีการเรียกประชุมเพื่อดำเนินการอีกครั้ง”
แหล่งข่าวจาก กพช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กพช.จะมีการประชุมในวันที่ 25 ธันวาคม 2567 เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ โดยคาดว่าจะมีการสั่้งการให้ชะลอการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวไปก่อน เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงอีกครั้ง
ด้านแหล่งข่าวจาก กกพ. เปิดเผยว่า คำสั่งของ กพช.ถือเป็นเด็ดขาด และมีอำนาจสูงกว่า ซึ่งหาก กพช.มีมติให้ชะลอ กกพ.ก็ต้องปฏิบัติตาม
เอ็กโก้ทำตามมติ กกพ.
ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับการคัดเลือกจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FIT) ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ปริมาณรวม 2,145 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นโครงการลม 8 ราย (ขนาดรวม 565.4 MW) และโครงการแสงอาทิตย์ 64 ราย โดยแบ่งเป็นพลังงานลม จำนวน 8 ราย รวม 565.40 เมกะวัตต์นั้น
โครงการที่ได้รับคัดเลือกรอบนี้ มีโครงการ EGCO รวม 11 โครงการ กำลังผลิตรวม 448 เมกะวัตต์ และเป็นโครงการแสงอาทิตย์ทั้งหมด แต่ด้วยประกาศดังกล่าวกำหนดให้มีการลงนามสัญญาเป็นระยะเวลา 14 วัน หรือภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2567 หาก กกพ.มีคำสั่งออกมาอย่างไร ขึ้นอยู่กับ กกพ. EGCO จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อระเบียบของ กกพ.อย่างเคร่งครัด ส่วนข้อกังวลว่าเกิดการระงับหรือเดินหน้าต่อนั้น เราเองก็ต้องยอมรับและปฏิบัติตามกฎดังกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับเอกชนได้รับการคัดเลือกและมีชื่ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เช่น บริษัทผลิตไฟฟ้า (EGCO) ได้รับคัดเลือกมากที่สุดจำนวน 11 โครงการ ขนาดรวม 448 เมกะวัตต์ เป็นโครงการแสงอาทิตย์ทั้งหมด, กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ได้รับคัดเลือก 7 โครงการ ขนาดรวม 319 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการลม 4 โครงการ ขนาดรวม 284 เมกะวัตต์ และโครงการแสงอาทิตย์ จำนวน 3 โครงการ ขนาดรวม 35 เมกะวัตต์, โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) จำนวน 4 โครงการ ขนาด 193 เมกะวัตต์, บ้านปู (BANPU) จำนวน 7 เมกะวัตต์, บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) จำนวน 51 เมกะวัตต์ เป็นต้น