รัฐบาลเดนมาร์กแจ้งเพิ่มงบฯ กลาโหมสำหรับเกาะกรีนแลนด์ขนานใหญ่ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐแสดงความต้องการซื้อเกาะแห่งนี้เป็นครั้งที่สอง ด้านนักวิเคราะห์มองว่า นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ฉลาดของทรัมป์
บีบีซี (BBC) รายงานว่า รัฐบาลเดนมาร์กประกาศเพิ่มงบฯ กลาโหมสำหรับเกาะกรีนแลนด์ (Greenland) ครั้งใหญ่ในวันอังคารที่ 24 ธันวาคม เวลาท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวที่ห่างกันไม่กี่ชั่วโมง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐแจ้งความต้องการซื้อเกาะในขั้วโลกเหนือแห่งนี้ซ้ำอีกครั้ง
โทรลส์ ลุนด์ พูลเซ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดนมาร์กกล่าวว่า งบฯ ป้องกันเกาะกรีนแลนด์เป็นตัวเลขสองหลักพันล้านโครน หรืออย่างน้อย 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 51,000 ล้านบาท )
นายพูลเซ่นบรรยายว่า จังหวะเวลาในการประกาศเพิ่มงบฯ กลาโหมดังกล่าวเป็นความย้อนแย้งของโชคชะตา หลังจากเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม เวลาท้องถิ่นสหรัฐ ทรัมป์กล่าวว่า ความเป็นเจ้าของและการควบคุมเกาะกรีนแลนด์เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสหรัฐ
กรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก เป็นแหล่งที่ตั้งของศูนย์อวกาศขนาดใหญ่ของสหรัฐ และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับสหรัฐด้วย โดยตั้งอยู่บนเส้นทางที่สั้นที่สุดจากทวีปอเมริกาเหนือไปยังยุโรป และเป็นแหล่งสำรองแร่ธาตุขนาดใหญ่ด้วย
งบฯ กลาโหมที่เพิ่มขึ้นมาจะทำให้สามารถซื้อเรือลาดตระเวนได้ 2 ลำ โดรนพิสัยไกล 2 ลำ และทีมสุนัขลากเลื่อนพิเศษ 2 ตัว
อีกทั้งยังรวมถึงเงินสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นที่หน่วยบัญชาการอาร์กติก (Arctic Command) ในเมืองนุก ซึ่งเป็นเมืองเอกของเกาะกรีนแลนด์ และอัพเกรดสนามบินพลเรือนได้หนึ่งแห่งจากสามแห่ง เพื่อให้สามารถรองรับเครื่องบินรบเหนือเสียงรุ่นเอฟ-35 (F-35)
“เราไม่ได้ลงทุนมากพอในเกาะกรีนแลนด์มาหลายปีแล้ว ตอนนี้เรากำลังวางแผนที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง” นายพูลเซ่นกล่าว
แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ได้ให้ตัวเลขงบประมาณที่แน่นอน แต่สื่อเดนมาร์กประมาณว่าอาจอยู่ที่ราว 12,000-15,000 ล้านโครน (ราว 35,000-44,000 ล้านบาท)
มูเต เอเกเด นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์กล่าวตอบโต้ว่า เราไม่ได้มีไว้ขาย แต่เขากล่าวเสริมว่า ชาวกรีนแลนด์ควรเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือและการค้า โดยเฉพาะกับเพื่อนบ้าน
ด้านนักวิเคราะห์กล่าวว่า แผนดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณากันมาเป็นเวลานานแล้ว และไม่ควรมองว่าเป็นการโต้ตอบโดยตรงต่อความเห็นของทรัมป์ โดยระบุว่า จนถึงขณะนี้เดนมาร์กยังคงช้ามากในการขยายขีดความสามารถทางทหารในกรีนแลนด์ แต่ถ้าเดนมาร์กไม่สามารถปกป้องน่านน้ำรอบ ๆ ดินแดนจากการบุกรุกของจีนและรัสเซียได้ ความต้องการของสหรัฐในการควบคุมที่มากขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น
พันตรีสตีน คเยอร์การ์ด จากสถาบันการป้องกันแห่งเดนมาร์กมองว่า อาจเป็นความตั้งใจของทรัมป์ที่จะกดดันเดนมาร์กให้ดำเนินการดังกล่าว
“ผมคิดว่าทรัมป์ฉลาด… เขาทำให้เดนมาร์กให้ความสำคัญกับขีดความสามารถทางทหารในเขตอาร์กติกของตนด้วยการเปล่งเสียงออกมา โดยไม่ต้องเข้ายึดครองระบบสวัสดิการที่ไม่ใช่อเมริกันเลยด้วยซ้ำ” คเยอร์การ์ดกล่าวเสริม โดยอ้างถึงการที่กรีนแลนด์ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเดนมาร์กอย่างมาก
ข้อเสนอเดิมของทรัมป์ในปี 2019 ที่ให้สหรัฐเข้าซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำไปสู่การตำหนิอย่างรุนแรงจากผู้นำเดนมาร์กในขณะนั้น ซึ่งนายเมตเต้ เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวถึงการยื่นข้อเสนอซื้อเกาะดังกล่าวว่า ไร้สาระ ส่งผลให้ทรัมป์ยกเลิกการเยือนเดนมาร์ก
ทั้งนี้ ทรัมป์ไม่ใช่ประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่เสนอให้ซื้อกรีนแลนด์ แนวคิดนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1860 ภายใต้ประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน