คอลัมน์ : Market Move
ผู้บริโภคชาวเวียดนามที่ยกระดับตัวเองขึ้นเป็นชนชั้นกลาง กำลังซื้อได้ทำให้พฤติกรรมการจับจ่าย และความต้องการสินค้า รวมถึงราคาสินค้าต่าง ๆ ในเวียดนามเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานถึงความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการจับจ่าย และดีมานด์สินค้าในเวียดนามว่าอสังหาริมทรัพย์, รถยนต์ มือถือรุ่นท็อป ฯลฯ กำลังเป็นสินค้ายอดฮิตที่ชาวเวียดนามทุ่มจับจ่ายจนเงินสะพัด ส่งผลให้ราคาขยับตัวสูงขึ้น หลังผู้บริโภคจำนวนมากยกระดับตนเองสู่ชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนแปลงไปด้วย
สำหรับสินค้าหรูที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเวียดนามนั้น นำโดยอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการก่อสร้างในเวียดนามซบเซาลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้พัฒนาอสังหาฯประสบปัญหาทางธุรกิจ และการปราบปรามการทุจริตทั่วประเทศ ส่งผลให้ซัพพลายน้อยลง
โดยข้อมูลจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ซาวิลส์ แสดงให้เห็นว่า เมื่อช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 ในเมืองฮานอยและโฮจิมินห์ มีคอนโดฯสร้างใหม่เพียง 33,500 แห่งเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าปี 2014 แต่ยอดขายกลับตรงกันข้าม สะท้อนจากข้อมูลของบริษัท วินโฮมส์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทริพย์อันดับ 1 ของเวียดนาม ซึ่งระบุว่า ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น บริษัทมียอดขายตามสัญญารวมสุทธิอยู่ที่ 51,700 ล้านด่อง (2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 69,468 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 27.3% จากครึ่งปีแรกของปี 2023
อีกสินค้าหรูที่ได้รับความนิยมคือ รถยนต์ เห็นได้จากข้อมูลของหลากหลายองค์กร เช่น ข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ระบุว่า ประชากร 1,000 คนจะมีรถ 63 คัน ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากเมื่อ 13 ปี ส่วนข้อมูลจากองค์กรผู้ผลิตยานยนต์ระหว่างประเทศ ระบุว่า แม้จำนวนตัวเลขผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ยังคงต่ำกว่าอินโดนีเซีย แต่ด้านอัตราการเติบโตของการถือครองรถยนต์ต่อปีที่ 17% ตั้งแต่ปี 2015 ถึงปี 2020 นั้น เป็นอัตราเติบโตที่เร็วที่สุดในโลก
โดยกระแสความต้องการรถยนต์นี้ยังไม่มีทีท่าจะลดลง หลังข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์เวียดนาม ระบุว่า ยอดขายรถยนต์รวมสุทธิในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนปี 2024 อยู่ที่ 90,701 คัน เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2023 และถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในภูมิภาค ขณะที่สื่อท้องถิ่นในเวียดนาม รายงานว่า รัฐบาลคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์รายปีจะแตะ 1 ล้านคันภายในปี 2030
สอดคล้องกับการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency : JICA) ประจำกรุงฮานอย ซึ่งเป็นหน่วยงานช่วยเหลือของรัฐบาล กล่าวว่า ในเวียดนามที่รถมอเตอร์ไซค์ถือเป็นบรรทัดฐานทางสังคม และการถือครองรถยนต์ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะนี้ การซื้อรถยนต์ของคนกลุ่มชนชั้นกลางระดับบนจะสูงขึ้นอีกในอนาคต
นอกจากที่อยู่อาศัยและรถยนต์แล้ว ยอดขายสมาร์ทโฟนยังสูงขึ้นเช่นเดียวกัน อ้างอิงจากการคาดการณ์ของสตาติสตา เว็บไซต์วิจัยและเก็บสถิติ ที่คาดว่า จำนวนสมาร์ทโฟนที่ลงทะเบียนแล้วต่อประชากรเวียดนาม 100 ล้านคนอยู่ที่ 85.73 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อนหน้า, เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 2020 และเพิ่มขึ้น 23 เท่าจากปี 2014
สำหรับสาเหตุที่ผลักดันให้สินค้าที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ นอกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดในช่วง 10 ปีล่าสุดแล้ว วัฒนธรรมของเวียดนามยังเป็นอีกสาเหตุสำคัญ
โดยปัจจุบันชาวเวียดนามสามารถเปิดเผยความมั่งคั่งสู่สาธารณะได้อย่างเต็มที่ “เหงียน กิม ง็อก” ล่ามชาวเวียดนาม อายุ 38 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองฮานอย กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ผู้คนไม่ลังเลที่จะแสดงความมั่งคั่งที่ตนเองมีอีกต่อไปแล้ว ต่างจากในยุคสมัยของพ่อแม่และปู่ย่าตายายซึ่งต้องปกปิดความร่ำรวย ไม่เช่นนั้นจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐปราบปราม
ขณะเดียวกัน จำนวนครอบครัวที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีรายได้ กำลังเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ระบุว่า อัตราการมีส่วนร่วมของแรงงานชายและหญิงชาวเวียดนามอยู่ที่ 77.8% และ 68.5% ขณะที่ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกและเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ที่ 73.6% และ 58.6% ตามลำดับ
อัตราการเจริญพันธุ์ของเวียดนามที่ลดลง โดยเฉพาะในช่วงปี 1990 เป็นสิ่งที่สนับสนุนในการใช้จ่ายเงินไปกับสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจเติบโต หลังอัตราการเจริญพันธุ์ของเวียดนามอยู่ที่เด็ก 3.6 คนต่อ 1 คู่ในปี 1990 ลดลงเหลือ 1.9 คนในปี 2022 ซึ่งต่ำเป็นอันดับ 4 ในประเทศเศรษฐกิจหลักในอาเซียน ตามหลังสิงคโปร์ที่ 1 คน ประเทศไทยที่ 1.3 คน และมาเลเซีย 1.8 คน
นอกจากนี้ รูปแบบครอบครัวที่รวมคนต่างเจเนอเรชั่นตั้งแต่รุ่นปู่ย่า จนถึงรุ่นหลาน อยู่ในบ้านเดียวกันยังช่วยให้ชาวเวียดนามประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และมีเม็ดเงินเหลือมากขึ้น
“เหงียน ทู ฮา” วัย 27 อธิบายว่า การอยู่ในบ้านที่คน 3 เจเนอเรชั่นอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านของปู่ ช่วยประหยัดค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภคได้ ทำให้มีเงินเหลือสำหรับค่าการศึกษาและความบันเทิงอื่น ๆ
ทั้งนี้ต้องรอดูว่า กระแสความต้องการสินค้าหรูในเวียดนาม จะมุ่งไปในทิศทางใดในปี 2025 นี้ และปัจจัยต่าง ๆ ที่หนุนกระแสนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่